10 พฤศจิกายน 2552 17:54 น.
จะไม่เด็ด.
ลุ่มน้ำมูลจำรูญเรืองเหลืองทั่วพื้น
นาแผ่นผืนสะท้อนงามยามข้าวเหลือง
อร่ามท่ามวสันต์ครั่นไคล้ในรุ่งเรือง
นามกระเดื่องเรืองราษฎร์สะอาดตา
อดีตหนาวเจ้าเยือนเสมือนมุ่ง
หมายบำรุงหน้าวสันต์สุดหรรษา
สนูว่าวเร้าท้องทุ่งมุ่งจินตนา
ให้ถึงหน้าสร้างกระท่อมล้อมกองฟาง
ก่อกองไฟไล่หนาวคราวดื่นดึก
หนาวเหน็บลึกถึงข้างในไพล่ฟ้าสาง
คว้าเศษหญ้าเศษไม้ในทุ่งทาง
เผาเกลื่อนบ้างอ้างหนาวแก้ร้าวใน
หากแต่หนาวคราวนี้ฤดีแปลก
ลมแล้งแทรกแรกวสันต์หวั่นไม่ไหว
ช่างหนาวแล้งแห้งผากฝากข้องใจ
ว่าเหตุไดไฉนแห้งแล้งเหือดลม
เหงื่อที่ไหลรายทางกลางแดดเผา
เกี่ยวข้าวเบาเหนื่อยล้าพาขื่นขม
ไอแดดเผาดุจเตาไฟไหม้เหมือดตม
เท้าแทบบ่มรมระแหงแห่งธรณี
คงหวังรื่นชื่นบ้างกลางกระแส
ลมหนาวแผ่ไอเย็นเห็นสุขี
หากแล้งหนาวร้าวในใคร่ครวญที
ชาวนานี้มีเพียงใจใคร่นิยม..
...แบบว่า..อากาศร้อนมากเลยครับ...คิดถึงสมัยเด็ก
5 พฤศจิกายน 2552 11:19 น.
จะไม่เด็ด.
ละเลงร่ายลายอักษรสะท้อนจิต
ปวงนิมิตทิพยดลแต่หนใหน
ฟ้าหรือดินประทินภาพซาบทรวงใน
ถึงฝันใฝ่อยู่เช้าค่ำถลำเลื่อนลอย
สีแสงเดือนยามเยือนหล้านภาสวย
เด่นดวงด้วยนภาภาพระนาบสร้อย
เย้าใจหลงธำรงค์ทองทาบร่องรอย
เหลื่อมปลายร้อยทอประดับระยับดาว
จันทร์ทรงกลดประณตน้อมล้อมเวหา
ละลานตาปาฏิหาริย์สะท้านหาว
จับม่านฟ้าพาผ่องภาพวูบวาบวาว
ยิ่งโน้มน้าวท่าวลุ่มหลงดงอักษรา
พรรณาพื้นยืนพิภพจบมหาสมุทร
เสกพิสุทธิ์วิมุติวางสางอุษา
ร่ายกลบทราดรดร่างกลางธารา
ข้ามคงคาคร่านาคีนทีทาง
วางถ้อยสลักปักลงตรงเนินไศล
ท่ามเวิ้งไพรพนาเวศเขตสิงห์สาง
หยาดวจีเย้าเร้าไพรีหนีเถื่อนทาง
ซ่อนอำพรางสาส์นอักษรชะง่อนผา
ผุดวรรณศิลป์อินทร์สร้างข้างไกรลาศ
ยาวทอดพาดสวยซึ้งตาวตึงสา
เทพลุ่มหลงทุกองค์อ้างกลางดุสิตา
คนึงหาแต่ ถ้อยแถลงแห่งมนตรา
จวบนิมิตสิ้นสุดมนุษย์โลก
กลายกลับโศกวิโยคยิ่งระวิงหา
ว่าศาสตร์ศิลป์ยวลยลยินจนชินตา
ระแวงว่าอาจหลงลิ้นจนสิ้นใจ...
...แบบว่า..ไม่รู้สิ