29 มิถุนายน 2552 11:27 น.
จะไม่เด็ด.
แลยามนี้ที่ภิรมย์พรมเสน่ห์สาว
พี่ยืนหนาวเคล้าสายลมชมไม่ห่าง
ลมสวาทเร้าให้อยากคิดชิดสองปรางค์
อยากจะวางใจอิงแอบแทบผู้งาม
เสียงโปงลางกังวานไกลใจลอยละล่อง
พิณแคนก้องมาคราใดพี่ใจหวาม
ศรีโคตรบูรณ์เพลานี้ฟ้าสีคราม
แลท้องน้ำก็ผ่องผุดดุจธารทอง
แสงจันทร์เพ็ญเห็นสว่างกระจ่างพื้น
เจ้างามชื่นตื่นตาแลแม่น้ำของ
ซิ่นผ้าไหมที่แต่งนวลนั้นชวนมอง
มิเป็นรองแม้นางใดในอุษาคเนย์
เสียงโหวตครวญลอยมาพาให้คิด
หนาวจับจิตพี่ยิงคิดยิ่งไขว้เขว
เสียงคลื่นน้ำซัดหาฝั่งคล้ายดั่งทะเล
คลื่นรักเห่เข้ากล่อมใจให้ไหลตาม
..แบบว่า
27 มิถุนายน 2552 10:04 น.
จะไม่เด็ด.
ย่ำราตรีที่เรืองรอง ณ สองสถาน
ถิ่นสาบานแห่งฤทัยของใจสอง
พี่ลี้ลบมิพบใครในแดนทอง
มาพบน้องประคองขวัญคืนจันทร์เพ็ญ
ลมเหหันพันตูมิรู้ทิศ
หวั่นที่จิตอาจคิดหวามตามลมเห็น
ลมหน้าฝนวนสุดปลายมิวายเย็น
หรือลมเป็นเช่นกับใครในแดนลาว
ราวตุลาระกาศกตกยามดึก
พี่นั่งนึกอยู่เดียวดายไม่มีสาว
ริมฝั่งโขงนั้นเจิดจ้าระดาดาว
แผดอะคร้าวว่าพราวแสงแห่งเรือไฟ
ลำน้ำทองของนทีที่ไหลผ่าน
ได้พบพานผู้น่าฮักประจักษ์ไฉน
เจ้ามาเยือนเหมือนพากลุ้มพี่หนุ่มไทย
ให้ทอดใจไว้ข้างของต้องใจนาง..อิอิ
....แฮ่...แบบว่า..เอาเป็นภาคดีกว่านะครับ..คือว่ามันยาวอะ
26 มิถุนายน 2552 11:25 น.
จะไม่เด็ด.
หอมแก้มนวลชวนกลิ่นประทินนาสา
ศาสตร์เสน่หาย้อมจิตคิดหวาดไหว
ประชิดชมแม้เพียงนิดคิดเลยไกล
อยากหยุดใจไว้ตรงนี้..ตรงที่เธอ
ก็หัวใจเจ้าใยไม่เข็ดหลาบ
ทั้งที่ทราบว่าระกำยังย้ำเผลอ
ที่ร่วมเรียงอาจเพียงทาสราษฎร์บำเรอ
เธอเสนอเพียงมายา....มาล่อลวง
ไม่อาจลืมวันคืนชื่นเราสอง
กระทั่งหมองมิยั้งหยุดสุดห่วงหวง
รักยิ่งเย้าย้อยรยางค์ ณ หว่างทรวง
จนสุดสรวงยังบ่ลืมปลื้มภิรมย์
เฝ้าโอดครวญจวนใจจะสลายแหลก
มิอาจแหวกพ้นภวังค์ประดังถม
เปลวสวาทรักสุมฤทัยในอารมณ์
ทอดระทมก็มิคลาดสวาทสิ้นเอย
....