4 กุมภาพันธ์ 2554 10:50 น.
จ้อง - เจรียงคำ
~ นี่แหละเสี้ยวเบี้ยวบิด...โลกมนุษย์ ~
ก็มีบ้างบางคราวเราดุด่า
รำคาญหมาของเราชอบเห่าหอน
มันชม้อยสร้อยเศร้าแกมเว้าวอน
สักพักอ้อนประจบก็ลบเลือน
มันจะแค้นเคืองไหม?..ก็ไม่รู้
แต่.ยังนอนคุดคู้อยู่เป็นเพื่อน
ในยามทุกข์ยามยากไม่จากเรือน
น้ำใจมันไม่เหมือน...คนบางคน-
ที่แม้เลี้ยงอย่างไรก็ไม่เชื่อง
ติ! ก็เคืองขุ่นใจเก็บไปบ่น
ประโยชน์คิดประมวล..แค่ส่วนตน
คราวอับจนถีบส่ง..ลืมหลงแล้ว-
ว่าตนมาจากไหนในวันก่อน
จากกรวดก้อนเคี่ยวเข็ญกลายเป็นแก้ว
ลืมสิ้นเบ้าเตาหลอมผู้ย้อมแวว
จนเพริศแพร้ว ไฉไลในวันนี้
มันจะแค้นเคืองไหม!?...ก็ไม่รู้
ไม่มาดูสักหน ตอนป่นปี้
ไม่เยี่ยมหน้ารับรู้ ดูดำดูดี
โถน้ำใจไม่มี..แม้สักนิด
เอาอะไร..มากมายมาแน่นอน
บทละคร..คงฟ้าประกาศิต
เอาแน่นอนอะไรในชีวิต
หรือ!นี่เสี้ยวเบี้ยวบิด...โลกมนุษย์
~ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~
3 กุมภาพันธ์ 2554 16:58 น.
จ้อง - เจรียงคำ
ชีวิตคนเออมัน...ก็พรรณ์นี้
ตอนสุขังมั่งมี...โถดีถม
ตอนเงินถึงมิตรเทียว...โถเกลียวกลม
ได้ครับพี่ดีครับผมนิยมมี
ตอนมีเงินมีทองมันคล่องแท้
พรรคพวกแห่แหนบึ่งมาถึงที่
ยามเรียกหารีบห้อไม่รอรี
แม้ไม่เรียกบางที..ยังรี่มา
จะทำโน่นนี่นั่นมันดีมาก
แค่เอ่ยปากออกงบแห่คบหา
แถมประดังทั้งประเดเจรจา
ขันอาสาสนองเสียว่องไว
มีเงินเหมือนมีบุญ..คุณอเนก
เหมือนเป่ามนตร์ปลุกเสกทำคุณไสย
เมื่อเงินหายคลายมนตร์บันดลใด
บารมีหมดไซร้ในบัดดล
ชีวิตคนเออมันก็พรรณ์นี้
เงินไม่มี..มิตรไหน..ก็ไม่สน
สิ้นไร้เพื่อนเบือนหน้าเข้าตาจน
มิตรสักคนเคยเอื้อ..ไม่เหลือแล
นึกถึงยาม อู้ฟู่..อันซู่ซ่า
คนนับหน้าแถกเหงือกถ่อเถือกแถ
เกาะติดหนึบเหนียวหนับจับแน่นแท้
ยามย่ำแย่แหยงหยามยามยับเยิน
พวกประจบประแจงเลียแข้งขา
พกมารยาพาพลิ้วเพียงผิวเผิน
มองน้ำมิตรทั้งมวลคือส่วนเกิน
มองค่าคนประเมินด้วยเงินตรา
หนอหัวจิตหัวใจ..ใครเคยเอื้อ
คราวแห้งเหือดเลือดเนื้อไม่เหลือค่า
ผลประโยชน์หดหายหลบสายตา
ครึ่งของหมาถึงไหม..น้ำใจมิตร
~ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ~
21 มกราคม 2554 15:10 น.
จ้อง - เจรียงคำ
เสียงเจี๊ยวจ๊าวจอแจคนแออัด
แน่นขนัดล้นลานถึงด้านหน้า
ยังมีอีกไม่น้อยทยอยมา
ประเมินด้วยสายตาร้อยกว่าราย
ครั้นจะฝ่าฝูงชนคนคลาคล่ำ
เกรงหัวทิ่มหัวตำคะมำหงาย
ยืนเก้เก้กังกังแถวรั้งท้าย
ห่างที่หมายหลายเมตรนอกเขตรั้ว
ชะเง้อมองชะแง้แต่ฟ้าสาง
จนตะวันคล้อยห่างเคลื่อนกลางหัว
เพียงเพิ่งจะเขยื้อนออกเคลื่อนตัว
พ้นสระบัวด้านในได้ไม่นาน
นิ้วมือกุมชุ่มเหงื่อซอกเนื้อง่าม
ดอกไม้งามถือฝากมาจากบ้าน
คล้ายเริ่มท้อช่อดอกออกอาการ
น่าสงสารเฉาช้ำทั้งกำมือ
เมื่อตะวันผันจนเลยพ้นเที่ยง
ฉายแดดเปรี้ยงเฉียงเฉียดคนเบียดอื้อ
ถึงตัวบ้านด้านหน้าแทบตาปรือ
แต่ยังถือมาลีช่อสีแดง
ค่อยกระเถิบเขยิบกับ..ขยับเขยื้อน
ค่อยค่อยเคลื่อนผ่านแถวพ้นแนวแสง
ค่อยยังชั่วตัวชื่นพอฟื้นแรง
ค่อยตะแคงข้างตนพ้นประตู
ยืนชะโงกโยกหา...ขาเขย่ง
ตาแลเพ่งพลันถลาไปหาตู้
เฮ้ยคนผลักอยู่ไหนอย่าให้รู้
ขบฟันขู่ขณะ..จิตอภัย
เดชะบุญโชคมีพอดีเป๊ะ
ปลายเท้าเตะขาเตียงเอียงไถล
เซถลาถาแถกพุ่งแหวกไป
สบตาใสกลมสวยจ้องงวยงง
ยอมือไหว้วันทาสารทิศ
ขออภัยเพียงศิษย์คิดประสงค์
เยี่ยมป่วยแต่ที่โกยมาโดยตรง
ถูกเท้าใครถีบส่ง..บรรจงจัง
บิดตัวงอพอแต่เพียงแก้เก้อ
เอี้ยวชะเง้อช้อนแขนนวดแผ่นหลัง
แต่พองามตามหลักอีกสักครั้ง
ก่อนขดนั่งเยี่ยมป่วยด้วยห่วงใย
อวยพรครูด้วยคนพ้นเจ็บป่วย
เอาใจช่วยยามยากพ้นจากไข้
ให้ดีวันดีคืน ฟื้นเร็วไว
จากหัวใจ..ดวงนิด...ศิษย์รักครู
ช่อมาลีสีแดงแฝงด้วยรัก
อาจคอหักเหี่ยวไปไม่ควรคู่
แต่ห่วงใยเต็มลานบานน่าดู
ที่ยังชูช่อสดสวยงดงาม
~ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๔ ~
20 มกราคม 2554 14:50 น.
จ้อง - เจรียงคำ
จำได้ไหมวันแรกที่ฉันทัก
คือวันรักแรกพบ...อยากคบหา
จำได้ไหมแววแรก..สบสายตา
คือแววเปี่ยมปรารถนา..ที่อาทร
เธออาจเห็นฉันเป็นคนแปลกหน้า
เป็นคนกล้าพิกลคนกะล่อน
เป็นคนชอบพูดมากคนปากบอน
จนลืมสิ่งที่ซ่อน..ลึกข้างใน
ฉันภูมิใจที่ฉันกล้าไปทัก
ได้รู้จักต้นเหตุให้หวั่นไหว
เป็นก้าวที่เปลี่ยนฉันให้เปลี่ยนไป
เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต
ถ้าเสี้ยวตัดสินใจในวันนั้น
เมินสัมพันธ์คงนึกรู้สึกผิด
คงพลาดแก้วมณีมาแนบชิด
สูญเสียสิทธิ์ประจักษ์ถ่องรักแท้
คนพูดมากปากบอนตอนแรกพบ
เธอเลี่ยงหลบ..ลึกลึก..รู้สึกแย่
เพราะมั่นจึงแวะเวียนมิเปลี่ยนแปร
จนเธอเผลอพ่ายแพ้ความตั้งใจ
เมื่อประตูสู่ใจเธอไม่ปิด
จึงโอกาสหัวจิตเปิดชิดใกล้
คนที่ไม่เข้าท่ามากกว่าใคร
เธอเห็นแล้วใช่ไหมความทุ่มเท
แม้ผ่านมาแสนนาน...ไม่ผ่านพ้น
ตรึงเต็มห้วงกมลมากล้นเล่ห์
และตราบชั่วชีวาตม์คาดคะเน
ใจสดับรักเห่..เหนือเวลา
จำได้ไหมวันแรก..ที่ฉันทัก
คือวันรักแรกพบ..อยากคบหา
และจำไว้..ทุกวารที่ผ่านมา
ฉันยังคงรักษา..สัญญารัก
จากวันนั้นจนถึงซึ่งวันนี้
ความรู้สึกแสนดียังแน่นหนัก
แม้มิอาจคำรบย้อนสบพักตร์
แม้เราจักจากพ้น..คนละทาง
เธอคิดถึงเหมือนฉันคิดถึงไหม
จะเพราะด้วยสิ่งไหนทำไกลห่าง
เยื่อใยความผูกพันอันเบาบาง
ไม่มีวันเลือนราง....แม้ต่างภพ
ครบรอบวันพรากกายเธอวายวาง
ประทับร่าง............สู่สุคติภพ
~ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๔ ~
18 มกราคม 2554 16:29 น.
จ้อง - เจรียงคำ
เล่า..นิยามความรักเคยถักไว้
ฤๅ สิ่งไหนหนอหยัดบรรทัดฐาน
หรือเป็นไปไร้ทิศพิสดาร
ไหนแก่นสารนิยามไหนความจริง
ถ้าความรักนั้นหรือคือการให้
แล้วทำไมช้ำชอกเพราะกลอกกลิ้ง
เอาอะไรไหนบ้างมาอ้างอิง
ก็ยากยิ่ง..นิยามหนอความรัก
เห็นกระทำลำเอียงไม่เที่ยงแท้
เห็นก็แต่ปะทุอุปสรรค
มโนรมย์สมมาดสุดคาดนัก
สิ้นหลัก..สิ้นแหล่ง..แห่งหัวใจ
ไหนว่ารัก..บริสุทธิ์..ใสสะอาด
เห็นเกลื่อนกลาดตัณหา..กับสาไถย
เป็นกับดักโสมมสังคมภัย
เป็นข้ออ้างสนองใคร่..ให้ดูดี
นิยามรักของใครก็ของมัน
แต่ของฉันบัดซบ..กับบัดสี
หน้ากากสวย..สวมทับความอัปรีย์
บนวิถีดิบหยาบ..สุภาพชน
นิยามรักของใครก็ของใคร
พูดกันไปนานา..ขออย่าสน
ผู้ที่หัวใจพังทั้งกมล
เล่านิยามของตน เพียงแค่นี้
- ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ -