14 กรกฎาคม 2548 22:10 น.

รักแรกพบ...วันฝนตก ?!?

ยังแคร์

สายแล้ว สายแล้ว! โอ้ย...เพราะฤดูฝนบ้าๆ นี่เอง ที่ทำให้ฟ้ามืด และทำให้ฉันตื่นสาย >_< ให้ตายเห่อะ ! วันนี้มีสอบด้วย ยังไงก็โดดไม่ได้สินะเนี่ย ต้องไปโรงเรียน 

ฉันชื่อปอค่ะ ปอที่มาจากแมลงปอนั่นแหละ แต่บางคนบอกว่าน่าจะเป็นแมลงสาบมากกว่า -_- เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะวัฒนธรรมเหยียดสีผิวเนี่ยแหละที่ทำให้สาวผิวสีน้ำตาลอย่างฉันพลอยซวยไปซะอย่างนั้น อีกอย่าง...ก็เพราะสีผิวเนี่ยแหละที่ทำให้ฉันโสดอยู่ทุกวันนี้ เฮ้อ! ไม่รู้ผู้ชายนี่อะไรกันนักหนา ดำนิดดำหน่อยก็ถอยซะแล้ว โดยเฉพาะตอนที่ฉันกินแห้วครั้งล่าสุดนะ ...รุ่นพี่ที่ฉันแอบชอบไปบอกกับเพื่อนว่า ไม่อยากเป็นแฟนฉันเพราะฉันอ้วนดำ -_- 

โอ้ย...พูดแล้วอารมณ์เสีย แต่เอาเถอะ...แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องสีผิวหรือเนื้อคู่หรอก เพราะฉันกำลังจะไปโรงเรียนสาย และจะเข้าสอบไม่ทันอยู่รอมร่อ 

ฉันต้องวิ่งแล้วล่ะ วิ่งให้สุดชีวิตไปที่ป้ายรถเมล์ ก่อนที่ฝนจะตก เฮ้ย ! นั่นๆ บุญของฉัน รถมาพอดีเลย ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นรถเมล์อย่างมาดมั่น ...ชะแว้บ...^^ สวยมากค่ะ ไม่เสียทีเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียน (ไม่เกี่ยวใช่มะ ?) ว่าแต่รถเมล์ตอนเช้านี่มันจะเพิ่มจำนวนหน่อยไม่ได้เหรอไง (วะ) ทำเหมือนคนไทยขาดความอบอุ่นไปได้ ต้องยืนเบียดกันทุกเช้า T_T 

ค่าโดยสารด้วยค่า... 

อ๊าย ! ฉันลืมเตรียมเงินก่อนขึ้นรถ โอย...ต้องรีบหน่อยละ ช้าไปเดี๋ยวโดนกระเป๋ารถเมล์บ่นยาว (บ่นกว่าแม่ฉันอีก) กระเป๋าตังค์...กระเป๋าตังค์อยู่ไหน ? อ้ะ...อ้ะ เจอแล้วใจเย็นนะคะคุณกระเป๋ารถเมล์......ว้ายยย!.....ปั้ก! >_< ..........

โอ้ย ! เจ็บชะมัด คนขับรถเป็นอะไรไปเนี่ยขับเร็วอยู่ดีๆ ก็เบรกซะงั้น (ไม่รู้คนข้างหน้าเป็นไงบ้างกับรอยประทับใบหน้าของฉันที่กระแทกเต็มหลังเมื่อกี้ แต่ฉันโคตรเจ็บ) อ้าว ! เฮ้ย...กระเป๋าตังค์หลุดมือหล่นไปไหนแล้วเนี่ย O_O ตาย...ตายแล้ว มองพื้นรถเมล์ก็เห็นแต่เท้ามนุษย์ จะหาเจอไหมเนี่ย

นี่กระเป๋าตังค์ของคุณใช่ไหมครับ ว้าย....เสียงหล่อ สุภาพบุรุษคนไหนช่วยชีวิตฉันไว้นะ ขาวๆ ตี๋ๆ หรือ คมๆ เข้มๆ กันนะ ต้องหันไปสบตางามๆ สักที...ชะแว้บ...

.................................กอลิล่า -_-

เห่อะๆ เอาน่ะ...อย่างน้อยกอลิล่าก็มีน้ำใจ คนเราตัดสินที่หน้าตาอย่างเดียวได้ที่ไหนกัน

เอ่อ...ขอบคุณค่ะ ดูสิ กอลิล่ายิ้มหวานได้ด้วย (ฮ่าฮ่า) เอาล่ะตอนนี้ฉันก็มีตังค์จ่ายค่ารถเมล์แล้ว คราวนี้กระเป๋ารถเมล์ดุแค่ไหนก็ไม่กลัว..............ว้ายยยย!.......โครม! >_< 

เฮ้ย ! ขับรถภาษาอะไรวะ 

........ภาษาติ๊กมั้งคะคุณคนขับรถ (ตะโกนว่าเค้าถามตัวเองรึยังเนี่ย) คราวนี้ไม่เบรกเฉยๆ แต่เบรกเพราะชนรถคันหน้าใช่ไหมคะ...ซวยซ้ำซากจริงๆ ฉัน...

รอคันหน้านะคะ...ลงก่อนค่ะ ทราบแล้วค่ะคุณกระเป๋ารถเมล์ ลงก็ลงค่ะ T_T แง...วันนี้ฉันต้องไปสอบไม่ทันจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย น่าน...ข้างนอกฝนก็ตก ร่มก็ไม่มี ซวยกว่านี้มีที่ไหน...แต่เอ๊ะ...ฝนตกทำไมไม่เปียกหว่า หรือว่า...

เอ่อ...ขอบคุณค่ะ กอลิล่ามีน้ำใจช่วยฉันไว้อีกแล้วหรือนี่ เช้านี้นี่มันแปลกจริงๆ นอกจากฉันจะตื่นสาย รถชนแล้ว ฉันยังมีโอกาสได้ยืนใต้ร่มคันเดียวกับกอลิล่าด้วย เห่อะๆ (อกตัญญูจริงๆ ฉัน) ^^

คุณเป็นนักเรียนโรงเรียนวิทยาศึกษาเหรอครับ กอลิล่าเริ่มสงสัย

อ๋อ...ค่ะ แต่วันนี้คงไปไม่ทันแน่เลย มีสอบด้วย T_T แล้วฉันจะบอกเค้าทำไมเนี่ย เฮ้อ...คุณท้องฟ้าคะ รีบๆ เทฝนให้มันหมดๆ ซะทีสิ ฝนจะได้หยุด รถจะได้หายติด ฉันจะได้ไปสอบ แง...

แย่เลยนะครับ...ดีนะที่ผมเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่ต้องเข้าเรียนแปดโมงเหมือนนักเรียนมัธยม 

ง่า...ไม่ต้องทับถมกันก็ได้ รู้แล้วค่ะว่าวันนี้ไปสอบไม่ทันแน่ๆ เฮ้อ...แต่ก็ยังโชคดีนะที่อาจารย์วิชานี้ใจดี ยังคุยกันได้ หวังว่าคงให้ฉันสอบนอกรอบนะ...

เอ่อ...พี่ชื่อโอม...น้องชื่ออะไรครับ น่าน...กลายเป็นพี่น้องกันซะงั้น แต่จะว่าไม่ได้ เพราะเค้าเป็นผู้มีพระคุณ ต้องตอบดีๆ หน่อย ^^ ชื่อปอค่ะ"
 
ชื่อน่ารักนะ...ปอ เต๊ก ตึ๊งเหรอครับ เอ้ย...อีตาบ้า จากผู้มีพระคุณกลายเป็นสุนัขในทันใด แห่ะๆ พี่ล้อเล่นน่ะครับ 

มันต้องอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะย่ะ -_-  โอ้ย...เมื่อไหร่ฝนจะหยุดนะเนี่ย การยืนอยู่ใต้ล้มกับกอลิล่าที่กำลังจะแปลงร่างเป็นสุนัขนี่ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่เลยนะ

น้องเชื่อในพรหมลิขิตหรือเปล่าครับ

ห๊า...อะไรนะคะ! 

แห่ะๆ พี่ก็ถามเล่นๆ น่ะครับ อยากรู้ว่าน้องคิดยังไง 

เฮ้...เฮ้ นี่มันชักจะแปลกๆ แล้วนะคุณกอลิล่า จู่ๆ มาถามผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเรื่องพรหมลิขิต อย่างนี้ฉันคิดนะ ฉันคิด...

เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งค่ะ ...เห่อะๆ ตอบมั่วซะเลย ถามอะไรแปลกๆ ดีนัก 

แต่พี่เชื่อเต็มร้อยนะครับ O_O เหอๆ กอลิล่าโรแมนติก พี่เชื่อว่าสักวันหนึ่งฟ้าจะพาคนที่ใช่มาพบกับเรา และเมื่อถึงวันนั้นฟ้าจะกำหนดให้เรารักคนๆ นั้น

แต่ปอว่า...เราต่างหากที่จะเป็นคนเลือกว่ารักใคร ไม่ใช่ฟ้าหรอก เฮ๊อะ...ตัดมุกเลยดีกว่า อย่า...อย่ามาจีบฉันซะให้ยาก ดูซิ...โดนตัดมุกอย่างนี้จะใช้วิธีไหนต่อ

น้องไม่เชื่อในรักแรกพบเหรอ ? ไม่แน่นอนย่ะ ขอส่ายหัวอย่างแรง ทำไมล่ะ ? 

ก็คนเราจะรักกันได้ยังไงล่ะคะ ในเมื่อยังไม่เคยรู้จักกัน มันก็แค่หลงภาพภายนอกมากกว่า

จริงๆ คือฉันกลัวกอลิล่าน่ะ แต่แหม...อย่างนี้ก็แปลว่าฉันสวยล่ะสิ หุหุ >_<

แล้วถ้า...เราขอทำความรู้จักกับเค้าล่ะครับ น้องคิดว่ามันจะทำให้กลายเป็นรักได้ไหม 

เอ่อ...ก็ไม่แน่ค่ะ อ๊าย! อย่านะอย่าพูดประโยคนั้นออกมา ถ้าอย่างนั้น.>_< ง๊า ไม่นะา ห้ามพูด 

พี่ขอเบอร์โทรศัพท์น้องได้ไหมครับ 

ถูกต้องนะคร้าบ...-_-^ การคาดเดาของฉันไม่ผิดจริงๆ นี่นายจีบฉันด้วยวิธีที่ดีแทคมากๆ (ง่ายสำหรับคุณ) แต่ขอโทษ ฉันเป็นสาวเป็นนาง ไม่ให้เบอร์โทรใครง่ายๆ หรอกย่ะ ต้องเล่นตัวซักหน่อย 

ไม่ดีกว่าค่ะ ปอไม่ใช่องค์การโทรศัพท์ เห่อะๆ...มุกของเพื่อนน่ะยืมมา -_-^ 

โห...มุกนี้สุดๆ แต่พี่ขอเถอะนะครับ...เราอุตส่าห์ได้เจอกันทั้งที พี่มีเรื่องอยากคุยกับน้องเยอะเลย


ไม่ดีกว่าค่ะ เล่นตัวกันต่อไป หุหุ 

นะครับ...นะครับ @_@ อ๊าย...นี่อย่ามาทำสายตาอ้อนวอนกับฉันอย่างนี้นะ เดี๋ยวฉันใจอ่อนนะยะ รับรอง พี่ไม่โทรมากวนบ่อยๆ หรอก นะครับ พี่แค่อยากคุยกับน้องเท่านั้นเอง @_@

ง่า...แพ้สายตาแบบนี้อ่า...อย่ามองอย่างนั้นสิ ไม่นะ...ไม่เอา >_< 

ก็ได้ค่ะ...จดไปนะ ใจอ่อนจนได้สิฉัน T_T แต่เอาเถอะ แค่ให้เบอร์คงไม่เป็นไร คุยด้วยความระมัดระวังหน่อยก็คงพอ  แต่แค่โทรคุยนะคะ ไม่นัดเจอนะ เล่นตัวไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ...

เอ่อ..ครับ...แค่นี้ก็ขอบคุณแล้ว ^_^  

หึหึ...คิดล่ะสิว่าเดี๋ยวคุยกันนานๆ แล้วฉันจะใจอ่อนยอมให้นัดเจอ ขอโทษย่ะ...อย่างฉันถึงดำแต่ก็หยิ่ง ไม่โทรจีบครบ 1 ปี ไม่มีสิทธิ์ติดย่ะ (ถึงโสดอยู่ทุกวันนี้ไง T_T) เอ้อ...ว่าแต่เมื่อไหร่ฝนจะหยุดตกนะเนี่ย...จะได้รีบๆ ออกนอกร่มสักที...เอ๊ะ! ทำไมป้าคนนั้นมองเราแปลกๆ หว่า.....

..............O_O อ้าวเฮ้ย ฝนหยุดแล้วนี่! แล้วนี่ฉันจะมียืนใต้ร่มกะกอลิล่าทำตุ๊กแกอะไร 

เอ่อ พี่โอม ฝนหยุดแล้ว เดี๋ยวปอไปก่อนนะคะ รถติดขนาดนี้ คงต้องเดินไปโรงเรียน 

หือ ? ฝนหยุดแล้วเหรอเนี่ย ตายเลย พี่คุยเพลินไปหน่อย ขอโทษนะครับ พี่ไปส่งที่โรงเรียนไหม 

น่าน...อย่างที่คิดไม่มีผิด แต่อย่าหวังเลยจ้า...เมื่อข้าพเจ้าจะเล่นตัวแล้ว ต้องเริ่มเล่นเสียแต่เนิ่นๆ ดูซิจะจีบเราได้สักกี่น้ำ ไม่เป็นไร ปอเดินไปเองได้ ไปก่อนนะคะ 

ดะ...เดี๋ยวครับ 

แว้บ...ไม่ฟังแล้วจ้า วิ่งให้เร็วปานฟ้าผ่า แน่จริงก็ตามมาสิ หุ๊ๆๆ แหม...เช้านี้นี่มันวุ่นวายจริงๆ น้า แต่ก็ขำดี มีกอลิล่ามาจีบ นี่ถ้าอาจารย์รู้ว่าฉันโดดสอบมายืนใต้ร่มกับผู้ชายสองต่อสองนี่คงไม่ให้สอบนอกรอบแน่ๆ เลย แต่ก็แปลกแฮะ...ผู้ชายอะไร เฉิ่มชะมัด วิธีจีบหญิงก็มาแบบแปลกๆ มาพรหมลิขิตอะไรไม่รู้ นี่ถ้าไม่ถือว่าตอนแรกเค้าช่วยเราไว้นะ มีหวังคิดว่าเป็นผู้ชายโรคจิตแหงๆ...



........................^_^


 

ไม่เอาน่ะ ไอ้ปอ...แอบยิ้มอะไรคนเดียว กอลิล่ามาจีบแค่นี้ต้องแอบยิ้มด้วยเหรอ ไม่เอาน่า...ทำเหมือนไม่เคยมีคนมาจีบไปได้ (ถึงจะเคยเมื่อนานมาแล้วก็เถอะ) อย่ายิ้มนะ อายเค้า เดี๋ยวเค้ารู้แกวว่าเราแอบเขิน....แต่แห่ะๆ ตอนนี้ไม่มีใครเห็นนี่หว่า ยอมยิ้มก็ได้ ^_^ ก็นายกอลิล่าตลกจริงๆ นี่นา ยิ่งตอนทำหน้าอ้อนๆ นะ แอบมีแววน่ารักให้ใจอ่อนเหมือนกัน เอ๊ะ... massage มา นายกอลิล่าแน่ๆ ดูซิจะมีสำนวนหวานๆ ขำๆ มาอีกไหมน้า...

น้องปอครับ เมื่อกี้จะบอกว่าพี่ขอโทรไปหาน้องพรุ่งนี้ตอนบ่าย เพื่อขอความเห็นเรื่องพรหมลิขิตมาทำวิทยานิพนธ์น่ะครับ เผอิญวันนี้พี่ต้องไปธุระกับแฟนพี่ก่อน ยังไงถ้าไม่สะดวกช่วยโทรกลับมาด้วยนะครับ...จาก พี่โอม


......................?!?............-_-.....

อืมมมม................ T_T แง....				
18 กันยายน 2547 19:36 น.

ปราสาททราย

ยังแคร์

......................				
22 มีนาคม 2546 16:34 น.

โดดเดี่ยวและยิ่งใหญ่

ยังแคร์

 หนึ่งเดียว

คำๆนี้ บางครั้งก็ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่บางครั้งก็ฟังแล้วแสนโดดเดี่ยว ฉันตัดสินไม่ได้หรอกว่ามันเป็นคำที่ดี หรือโหดร้ายกับชีวิตสักแค่ไหน

แต่ถ้าดวงอาทิตย์เป็นหนึ่งเดียวในโลก ทุกสิ่งทุกอย่างก็ย่อมเป็นหนึ่งเดียวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้แต่ละดอก มดตัวเล็กๆทุกตัว เม็ดทรายแต่ละเม็ดที่ริมทะเลนับล้าน หรือแม้แต่มนุษย์ทุกคนที่ยืนอยู่บนพื้นดิน

มันจึงไม่ผิดอะไร ถ้ามนุษย์ทุกคนจะยิ่งใหญ่และโดดเดี่ยว เมื่อทุกคนมีเพียงวิญญาณเดียวอยู่ในตัวตน เป็นเพียงหนึ่งเดียวในโลกและไม่มีวันเป็นอะไรมากกว่านั้น..

ตราบที่ชีวิตยังไม่อาจเป็นหยดน้ำ ที่เมื่อมาพบกันก็รวมตัวกันเป็นอีกหนึ่งได้ มนุษย์ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตของตนเองให้ดีที่สุด และนั่นหมายความว่า เราทุกคนเกิดมาพร้อมภาระหน้าที่ที่เท่ากัน นั่นคือ ดูแลชีวิตหนึ่งนี้ของตัวเองให้ดีที่สุด

แต่แม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นหนึ่งเดียวไม่ต่างจากดวงอาทิตย์ แต่ในบรรดาสิ่งเหล่านั้น ฉันก็ยังเชื่อว่า ดวงอาทิตย์คือสิ่งยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่เสมอ ไม่ใช่เพราะดวงอาทิตย์เป็นหนึ่งเดียวในจักรวาล แต่เป็นเพราะว่าดวงอาทิตย์เป็นสิ่งที่สร้างความอบอุ่นให้แก่ทุกชีวิต 

เป็นผู้ให้..ที่โดดเดี่ยว แต่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

							                  22 มีนาคม 2546			    จะโดดเดี่ยวให้ได้อย่างดวงอาทิตย์				
28 ธันวาคม 2545 16:31 น.

เพียงความเชื่อมั่น

ยังแคร์

เพียงความเชื่อมั่น

เคยสงสัยไหม ว่าดอกไม้ดวงจันทร์ และดอกไม้ดวงดาวมีชีวิตอยู่นานแค่ไหนบนฟากฟ้า ใช่แล้ว..ดอกไม้ก็คือดอกไม้ มีเบ่งบาน ก็มีร่วงโรย..เมื่อในโลกนี้มีเพียงสองสิ่งที่เป็นอมตะคือเวลา และความรัก


	ทุกคราที่ดอกไม้สีขาวเบ่งบานและร่วงโรย ดอกไม้สีเหลืองก็ค่อยๆปลิดกลีบไปทีละกลีบ
	คืนหนึ่ง..เมื่อดอกไม้ดวงจันทร์ปลิดกลีบจนเหลือเพียงกลีบสุดท้าย จนหากมองจากอาณาจักรผืนดิน จะเห็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของดวงจันทร์ เสี้ยวเล็กๆจนดูเหมือนไม่มีดวงจันทร์อยู่ที่นั่น
	ถึงเวลาที่ท่านต้องลงไปรับดอกไม้สีขาว กับดอกไม้สีเหลืองอ่อนอีกครั้งแล้วองค์หญิง กลีบสีเหลืองอ่อนกลีบสุดท้ายเอ่ยขึ้น
	อีกไม่นานข้าต้องร่วงโรยไป อาณาจักรของท่านต้องมืดมนและเวิ้งว้างเช่นเดิม
	ข้าจะลงไป เจ้าหญิงเอ่ย แล้วร่อนตัวช้าๆลงไปยังอาณาจักรของเจ้าชาย เจ้าหญิงร่อนตัวลงมาเรื่อยๆ ผ่านเงามืดของฟากฟ้า ผ่านอากาศ ผ่านสายลม มายังที่ที่พระองค์จะได้พบกับเจ้าชาย

	แต่สิ่งผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว..
	ไม่มีดอกไม้สีขาว ไม่มีเจ้าชายยืนรอพระองค์อยู่ที่นั่น มีเพียงความว่างเปล่า แห้งแล้ง เหมือนครั้งแรกที่พระองค์ได้พบ
	เกิดอะไรขึ้น เจ้าหญิงรำพึง พลางมองหาเจ้าชายผู้ที่ควรจะอยู่ที่นั่น
	โลกนี้ไม่มีอะไรคงเดิมเจ้าหญิง เสียงกระซิบเล็กๆดังแผ่วมาจากผืนดิน มันเป็นเสียงของต้นหญ้าเล็กๆซึ่งเหลือเพียงต้นเดียวท่ามกลางความแห้งแล้งนั้น
	เจ้าชายไม่มีอำนาจพอจะบันดาลดอกไม้ได้อีกแล้ว
	เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้าหญิงถาม
	ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าธรรมชาติเจ้าหญิงดอกไม้กำเนิดขึ้นที่นี่มาหลายต่อหลายครั้ง..หลายครั้งจนมากเกินไปสำหรับธรรมชาติ ที่นี่แห้งแล้งเกินกว่าจะมีดอกไม้งอกงามขึ้นมาแล้ว แม้แต่เวทมนต์ก็ไม่สามารถฝืนธรรมชาตินั้นได้ มันเป็นกฎของโลก
	เจ้าหมายความว่าอาณาจักรผืนดินแห่งนี้จะไม่มีดอกไม้งอกงามขึ้นอีกแล้วหรือ
	หากทุกอย่างยังดำเนินไปตามทางของมันเช่นนี้ ต้นหญ้าเอ่ย
	อีกไม่นานข้าก็ต้องแห้งเหี่ยวไป ข้าไม่อาจฝืนกฎของธรรมชาติได้เช่นกัน ต้นหญ้าเอ่ยต่อไป
	เจ้ายังมีเวลาอยู่บนอาณาจักรแห่งนี้อีกนานนัก เจ้าหญิงเอ่ย และลอยตัวขึ้นไปบนฟ้า 
	ก่อนอื่น ข้าต้องหาเจ้าชายให้พบ

	เจ้าหญิงร่อนเร่ตามหาเจ้าชาย อาณาจักรผืนดินแห่งนี้ดูเงียบสงัดและเวิ้งว้าง เจ้าหญิงร่อนตัวผ่านแม่น้ำที่แห้งแล้ง..จนเห็นเป็นเพียงร่องรอยของแม่น้ำที่ไม่มีน้ำ ผ่านท้องทะเลที่เฝ้าตามหาทรายสีม่วงอยู่ไม่หยุดหย่อนและไม่ใส่ใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ผ่านขุนเขาที่เด่นตระหง่านยิ่งใหญ่ และดูสูงที่สุดในอาณาจักรผืนดิน แต่ก็ไม่อาจสูงได้เท่าอาณาจักรของพระองค์
	เจ้าชายความจริงนั่งอยู่ที่เชิงเขาแห่งนั้น แต่ดวงตาดูเศร้าสร้อยและหมดหวัง พระองค์ถือซากดอกไม้สีขาวซึ่งแห้งเหี่ยวไว้ในมือ ถึงอย่างไรก็ตามมันก็เป็นดอกไม้ดอกเดียวที่ยังเหลืออยู่ในอาณาจักรแห่งนี้
	ความเศร้าไม่อาจทำให้อะไรๆดีขึ้นหรอกพระองค์ เจ้าหญิงเอ่ย
	ข้าเสียใจ..เจ้าหญิง..ข้าไม่มีอำนาจจะสร้างความงามให้อาณาจักรของท่านได้อีกแล้ว ไม่อาจสร้างได้แม้ในอาณาจักรของข้า เจ้าชายเอ่ยอย่างโศกเศร้า
	ท่านมีอำนาจเสมอในอาณาจักรของท่าน เจ้าหญิงปลอบโยน
	ข้าอยากกลับไปเป็นเจ้าชายความจริงที่ไม่ใส่ใจกับสิ่งใดเช่นเดิม ข้าไม่อยากโศกเศร้าแค่เพียงดอกไม้ตายจากข้าไปเช่นนี้มันทำให้ข้ากลายเป็นคนอ่อนแอ
	คนอ่อนแอคือคนวิ่งหนี..พระองค์ เจ้าหญิงกล่าว
 และข้าเชื่อว่าท่านเป็นผู้เข้มแข็ง เจ้าหญิงยิ้มอย่างอ่อนโยน
ท่านพูดเหมือนว่าที่นี่จะฟื้นคืน เจ้าชายเอ่ยอย่างมีความหวัง
ถ้าเพียงท่านเชื่อมั่นในข้า..พรุ่งนี้ดอกไม้จะบาน เจ้าหญิงเอ่ยและลอยตัวขึ้นไปบนฟากฟ้า
แล้วข้าจะมารอบรับดอกไม้สีเหลือง และดอกไม้สีขาวจากท่าน

เจ้าหญิงลอยสูงขึ้นสูงขึ้น กลับสู่อาณาจักรของพระองค์ กลีบสุดท้ายของดอกไม้สีเหลืองร่วงโรยไปแล้ว ทุกอย่างดูเวิ้งว้าง ว่างเปล่าอย่างที่สุด
พรุ่งนี้ดอกไม้จะบาน.. พระองค์รำพึง และร่ายคาถา

ไม่นานนักท้องฟ้าก็ปกคลุมไปด้วยควันสีเทาน่ากลัว ความมืดมนดูมืดมนยิ่งกว่าเดิม อยู่ๆฟ้าก็ส่งเสียงคำรามลั่น เสียงดังจนทำให้ผืนดินสั่นสะเทือน
เจ้าชายมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสิ้นหวัง..พระองค์แทบไม่อยากเชื่อว่าความเลวร้ายเช่นนั้นจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น
ข้าเชื่อในตัวท่าน..เจ้าหญิง 
เจ้าชายรำพึงและหลับตาลง ภายใต้เปลือกตานั้นมีแววตาที่กลับมาเชื่อมั่นและเปี่ยมความหวัง
ความเย็นฉ่ำเม็ดหนึ่งร่วงหล่นจากฟ้ามาสัมผัสที่ตัวเจ้าชาย และตามด้วยอีกหลายร้อย หลายล้านเม็ด พื้นดินที่แห้งแล้งเริ่มกลับมาชุ่มฉ่ำ แม่น้ำที่แห้งผากเริ่มเดินทางต่อไปจากที่สูงลงที่ต่ำ ท้องทะเลที่เจ้าตามหาเริ่มมีเรี่ยวแรงและกำลังใจ คลื่นทะเลสาดซัดแรงขึ้นด้วยความหวัง และต้นหญ้าต้นน้อยก็เริงระบำอย่างมีความสุขกับการต่อชีวิตครั้งนี้
ทุกอย่างสงบลงพร้อมของขวัญชิ้นใหม่ที่เจ้าหญิงมอบให้
แสงไฟอบอุ่นจากร่องของภูเขาค่อยๆลอยขึ้นจนสว่างไปทั่วฟ้า ความอบอุ่นแผ่กระจากเต็มอาณาจักรผืนดิน ดอกไม้เริ่มงอกงามและเบ่งบานอีกหน
เรียกมันว่าดวงตะวันเถิดเจ้าชาย..ดวงตะวันที่อบอุ่นและยิ่งใหญ่เหมือนหัวใจของท่าน เจ้าหญิ่งเอ่ย

และในคืนนั้นเอง ดอกไม้มากมายก็งอกงามและเบ่งบานเต็มอาณาจักรท้องฟ้า และอาณาจักรผืนดิน จนคล้ายเป็นที่แห่งเดียวกัน..เพราะมันเป็นทั้งอาณาจักรแห่งความจริง และความฝัน

ทุกวันนี้หากวันนี้ฟ้าเป็นสีเทาจนดูเหงาและเศร้าสร้อย..เธออย่าได้รู้สึกหวั่นกลัวอะไรเลย มันเป็นแค่คาถาที่เจ้าหญิงสร้างขึ้น เพื่อให้ดวงตะวันมีค่า และให้ดอกไม้ได้เบ่งบานต่อไปจนตลอดกาล..เท่านั้น				
27 ธันวาคม 2545 16:50 น.

ทรายสีม่วง

ยังแคร์

เมื่อเจ้าชายความจริงได้ค้นพบความอ่อนโยนของชีวิต พระองค์ก็เลิกทำลายธรรมชาติที่เกิดขึ้นบนโลก พระองค์หลงรักความฝันเท่าๆกับหลงรักดอกไม้และเจ้าหญิง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..เมื่อครั้งที่ท้องทะเลกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำและทรายอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ท้องทะเลสงบนิ่งและเงียบยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทรที่เรารู้จักกันดีทุกวันนี้
ภายใต้ท้องทะเลที่อบอุ่นนั้นเอง เม็ดทรายสีน้ำตาลอ่อนทุกเม็ดกำลังหลับไหล พวกเธอรักทะเล และรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่น้ำทะเลโอบกอดเธอไว้ มีเพียงเม็ดทรายสีม่วงเม็ดเดียวเท่านั้นที่ไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป

ฉันอยากเป็นดวงดาว เม็ดทรายน้อยรำพึง 
ฉันอยากไปอยู่บนฟ้ามากกว่าใต้ทะเลที่มืดมิดแห่งนี้ เธอเอ่ยต่อไป..
และฉันจะต้องได้เป็น

ดังนั้นในค่ำคืนที่เงียบสงบ เมื่อท้องทะเลกำลังหลับไหล เจ้าทรายสีม่วงค่อยๆกลิ้งตัวออกมาจากผิวน้ำกลิ้งมาสู่ผืนดิน และเดินทางไปตามเส้นทางที่เธอไม่เคยรู้จัก ผ่านพงหญ้าอันรกร้าง ผ่านสายน้ำที่เย็นเยียบไปถึงหมู่ดอกไม้สีขาวของเจ้าชาย
ฉันจะเป็นดวงดาว  เธอเอ่ย และกลิ้งตัวไปซ่อนอยู่ที่กลีบหนึ่งของดอกไม้ที่หุบนิ่ง 

เธอเป็นใครกัน ดอกไม้สีขาวเอ่ยถาม 
ฉันคือเม็ดทราย..ขอฉันขึ้นไปอยู่บนฟ้ากับเธอด้วยนะ เม็ดทรายตอบ
เธอจะขึ้นไปเป็นดวงดาวได้อย่างไร ในเมื่อเธอไม่อาจบานได้เหมือนฉัน ดอกไม้สีขาวทักท้วง
ฉันยินดีเป็นดวงดาวที่เล็กที่สุดและสว่างน้อยที่สุด 
เธอจะไม่มีแสงสว่างเลยต่างหาก..
ไม่ทันที่เจ้าทรายเม็ดน้อยจะเอ่ยอะไรอีก เจ้าชายก็เดินทางมาที่สวนดอกไม้เพื่อเก็บดอกไม้สีขาวมอบให้แก่เจ้าหญิง
เม็ดทรายเกาะอยู่ในกลีบอย่างนิ่งเงียบ เจียมตัว มันรู้ดีว่ามันไม่ได้อยู่ในที่ของมัน แต่มันก็ยินดี เจ้าเม็ดทรายค่อยๆลอยขึ้นไปในอากาศ ลอยขึ้น..ลอยขึ้นจนถึงอาณาจักรแห่งท้องฟ้า
ท้องฟ้าเวิ้งว้างและกว้างใหญ่..กว้างกว่าท้องทะเลที่เธอเคยอยู่ กว้างกว่าผืนดินที่เธอเคยเห็น และกว้างกว่าที่หัวใจเธอจะทนสู้
ดอกไม้สีขาวแย้มบาน อวดความงามอยู่บนฟ้า แต่เม็ดทรายเม็ดน้อยทำได้เพียงสงบนิ่งอยู่อย่างนั้น เม็ดทรายได้กลายเป็นดวงดาว แต่เธอก็เป็นเพียงดวงดาวที่เล็กที่สุด มืดมนที่สุด และเหงาที่สุด



ฉันไม่อาจเป็นดวงดาวได้ เม็ดทรายร้องไห้
เธอเป็นดวงดาวแล้ว ทรายเม็ดน้อย ดอกไม้สีขาวปลอบโยน
แต่ฉันไม่อาจเบ่งบานสวยงามได้อย่างเธอ เม็ดทรายกล่าว
ความงาม..เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเป็นดาวเท่านั้น ดอกไม้สีขาวตอบ

ทรายสีม่วงนิ่ง เงียบใคร่ครวญกับสิ่งที่เกิดขึ้น..
ฉันคิดถึงท้องทะเล..ฉันควรกลับไป เม็ดทรายเอ่ยในที่สุด 
เธออาจคิดถูก..ทรายเม็ดน้อย เธอพบความเป็นจริงของความฝันแล้ว ดอกไม้ยิ้มให้เจ้าเม็ดทราย
อย่างน้อย..ฉันก็ได้เป็นดาวแล้วลาก่อนดอกไม้สีขาว เม็ดทรายยิ้มตอบ
ลาก่อน.. ดอกไม้สีขาวโบกกลีบเป็นแสงกระพริบบนฟ้า 

ทรายเม็ดน้อยค่อยๆเคลื่อนตัวลงมาจากฟ้า หากใครมองฟ้าในคืนนั้นอาจเห็นเงาลางๆของดวงดาวที่ร่วงหล่นมาจากฟ้า เป็นเงาของดวงดาวที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง..คล้ายกันกับความหวังของมนุษย์ที่มองดาวตกในทุกวันนี้
ทรายเม็ดน้อยร่อนตัวลงมาเรื่อยๆ ผ่านอากาศ ผ่านสายลม ผ่านความมืด..กลับมาสู่อาณาจักรผืนดินที่เธอรู้จัก..และคิดว่าเธอเข้าใจมันดีกว่าท้องฟ้า
 แต่ทรายเม็ดน้อยยังไม่เข้าใจ ท้องทะเล..เป็นเพียงส่วนเล็กๆของผืนโลกอันกว้างใหญ่ ทรายเม็ดน้อยร่วงหล่นไปอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ 
ที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่ท้องทะเล..ที่เธอรู้จัก

ทุกวันนี้หากเธอยืนอยู่ที่ริมหาดทรายของท้องทะเล เธอจะเห็นทะเลผู้แสนเศร้ากำลังตามหาทรายเม็ดน้อยที่รักของเขา ทุกครั้งที่คลื่นกระทบฝั่ง ทุกครั้งที่ทรายแตะละเม็ดกระจัดกระจายในเกลียวคลื่น ท้องทะเลยังไม่อาจพบทรายสีม่วง เขายังค้นหาต่อไปวันแล้ววันเล่า..วันแล้ววันเล่า
จนอาจไม่มีวันได้หลับไหลอีกครั้ง				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟยังแคร์
Lovings  ยังแคร์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟยังแคร์
Lovings  ยังแคร์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟยังแคร์
Lovings  ยังแคร์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงยังแคร์
>