ว่าด้วยเรื่อง "รถ"

(น้ำตาลหวาน)


                   พูดถึงรถ ฉันเป็นผู้หญิงที่ชอบรถยนต์ค่ะ  ชอบจริงจัง  และรถในดวงใจก็คือซีวิค ไม่ว่าจะออกมารุ่นไหน ชอบไปหมด แหะ แค่เกริ่นให้ทราบเท่านั้น  จริงแล้วไม่สามารถหรอกค่ะ ด้วยเป็นมนุษย์เงินเดือน  ตอนนี้กำลังตั้งอกตั้งใจเลี้ยงซิตี้ให้โตเป็นซีวิคอยู่  กะว่าหากรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยให้มันโตวันโตคืน(ซะที)  
                   รถคันแรกในชีวิตคือมิตซูบิชิแลนด์เซอร์  เป็นรถมือสองที่ไปประมูลด้วยตัวเอง  ดูสภาพรถก็ไม่เป็น เครื่องยนต์เป็นไงไม่รู้  รู้แต่ว่า พอเจอหน้ากัน ถูกใจใช่เลย  อายุเขาตอนนั้นสามปีค่ะ  บังเอิญซื้อในช่วงฟองสบู่แตก เลยได้รถราคาไม่แพง  ราคาขาดสองแสนอยู่หกพันค่ะ  แต่มีร่องรอยถูกชนที่ประตู ต้องให้อู่ที่ติดต่อไว้มาขับไปซ่อมให้  ด้วยตอนประมูลรถฉันยังขับรถไม่เป็น  ภายในรถรู้จักแค่พวงมาลัย เบรค คันเร่ง เท่านั้น แหะ...
                     และก็ไม่ผิดหวังเจ้ามิตซูคันนี้ขับได้สามปี  เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์แอร์ไปประมาณสามหรือสี่ครั้ง  ด้วยงบน้อยเลยเปลี่ยนเป็นคอมฯบิ้ว หงุดหงิดอยู่เรื่องเดียวคือแอร์  นอกนั้นเจ๋งมาก ไม่เคยเกเรเลยล่ะ  อยู่ๆก็มีคนแถวบ้านมาขอซื้อบอกว่าเห็นขับไปขับมานานแล้ว  อยากได้มาก แหม....มาขอซื้อหน้าตาเฉย กล้าขอก็กล้าให้  ก็ตัดสินใจขายให้ค่ะ  โดยบอกว่าขอหารถใหม่ได้ก่อนนะ  แล้วเขาก็เอาตังค์มาให้มัดจำโดยไม่เอาเอกสารการรับเงินใดๆทั้งสิ้น  อยากได้จริงอะไรจริง (ขาย 1.75 แสน ไม่ต่อสักคำ คนขายอายเลยแต่ไม่กล้าลด แหะ) 
                      ไม่พูดถึงรถคันที่สองนะค่ะ  ซื้อมาแล้วขับแบบเหนื่อยใจมาก  สภาพดีทุกอย่าง  แต่ ขับแล้วไม่ดีซะนี่  ขายขาดทุนไปหกหมื่น ใช้แค่หกเดือน สงสัยกรรมจะตามสนองขับรถคันเก่าอยู่ดีๆ  ขายทำไมเนี่ย...โสนะหน้าตัวเอง หรือขายแพงไป  เลยขาดทุนคันนี้ ไม่น่าเลย...
                       ตัดใจซื้อมือหนึ่งดีกว่า  ก็เลยได้วีออสป้ายแดงมาขับ  ถูกใจมากประหยัดน้ำมันและไม่เกเรให้เหนื่อยใจอีก   และแล้ว...ห้าปีให้หลัง  ขับไปบวกกับรถหกล้อ(ช่างกล้า)   ด้วยเป็นคนชอบขับรถเที่ยว แต่ไม่ชอบขับเองให้เพื่อนขับฉันนั่งเป็นคุณนาย  งานเข้าหนักมากซ่อมเกือบสองแสน ไม่รวมซ่อมหกล้อให้เขาด้วยเราผิดเต็มๆ ขับตัดหน้าเขาอ่ะ   รถหกล้อพลิกคว่ำลงข้างทางลึกพอประมาณ  แต่คนขับไม่เป็นอะไร เดินออกมาหน้าตาเฉย  และรถเราก็นิ่งอยู่กับที่  หน้ารถพังยับด้านที่ฉันนั่ง  ฉันมีแผลที่ปากด้วยฟันกระทบตอนรถชน เข่ากระแทกคอนโซลหน้าเจ็บนิดหน่อยเท่านั้น  ไม่ร้องสักคำ ได้แต่ตะลึงนิ่งอยู่กับที่  และเพื่อนคนขับก็ไม่เป็นอะไรเลย  แต่ตกใจหน้าซีดเผือด  สั่นเป็นเจ้าเข้าเลย 
                      รถห้าปีไม่มีประกันชั้นหนึ่ง ซ่อมเกือบสองแสน งานเข้าเต็มๆ  เสียทั้งเงิน เสียทั้งรถอันเป็นที่รัก  เรื่องมันเศร้าต้อนรับวันวาเลนไทน์ เฮ้อ...ปีนั้นเป็นปีที่แย่สุดๆไปเลย  
                      หลังจากเกิดอุบัติเหตุ  ฉันกลายเป็นคนวิตกจริต  กลัวรถที่สุด(จริงแล้วก็กลัวมาตลอดแต่หนักกว่าเดิม)  หวาดกลัวไปหมด  แรกๆไม่กล้าขับรถอยู่หลายเดือน  ช่วงหลังค่อยดีขึ้น  แต่หากนั่งรถใครแล้วคนขับรถทำให้กลัว  ก็จะไม่นั่งกับคนนั้นอีกเลย เห็นรถมาใกล้ใจหายแว่บๆ อยู่อย่างนั้น เหยียบเบรคแทนคนขับเลยล่ะ  แหะ  กลัวจนขึ้นสมอง
                       และพอหลังจากนั้น  ก็ลองเข้าเน็ตอ่านเรื่องราวของรถ ไม่ว่าจะเป็นสีรถโฉลก  หรือ ทะเบียนรถโฉลกกับตัวเอง  พออ่านแล้วก็ขนลุกค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นสีหรือทะเบียนรถ  ล้วนแล้วแต่เป็นลบทุกอย่างไม่มีบวกกับตัวเองเลย  ก็ไม่ได้อยากเชื่อเรื่องแบบนี้  แต่มันได้เกิดขึ้นไปแล้วตามคำทำนายที่อ่านไม่ใช่เพียงแค่อุบัติเหตุเท่านั้น เรื่องราวอื่นๆด้วยค่ะ  
                        ไม่ได้บอกให้เชื่อในสิ่งที่ฉันพูดนะค่ะ  แล้วแต่วิจารณญาณในการรับฟัง  เพราะอาจเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น  แต่สำหรับฉันแล้ว  ทำอะไรสบายใจเราก็พอ
                         ตัดสินใจเปลี่ยนรถค่ะ  ไม่กล้าขับคันเก่าตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ ทั้งๆที่ตอนแรกที่ซื้อตั้งใจขับสักสิบปี  ด้วยเป็นคนรักรถ  ทนุถนอมมาก ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมประมาณนั้นเลย แหะ เว่อร์นิดนุง
                         และแล้วคันปัจจุบันจึงได้ครบตามตำราทุกอย่าง สามปีครึ่งแล้วล่ะ  กะว่าจะเลี้ยงเขาจนเติบโตเป็นซีวิคให้ได้ ว่าไปนั่น
และมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆมาฝากเกี่ยวกับการแก้เคล็ดสีที่เป็นกาลกิณีกับวันเกิดด้วยค่ะ  รู้ไว้ใช่ว่านะค่ะ
วิธีแก้เคล็ดสำหรับเพื่อน ๆ ที่ใช้สีรถที่เป็นกาลกิณีวันเกิด โดยให้หาสติกเกอร์ "สีที่เป็นศรี" ของวันเกิดของเจ้าของรถ เมื่อได้สีนั้นมาแล้ว ให้ตัดสติกเกอร์ให้ได้ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 4 แผ่น แล้วเอาไปติดตำแหน่งของรถต่อไปนี้ 
แผ่นที่ 1. กระโปรงหน้ารถ (ตรงกลาง) 1 แผ่น 
แผ่นที่ 2. ติดที่กระโปรงหลัง (หรือฝาท้าย) 
แผ่นที่ 3. ติดที่ประตูหน้าซ้าย 
แผ่นที่ 4. ติดที่ประตูหน้าขวา
เพื่อน ๆ สามารถไปดูสีรถที่เป็นกาลกิณีวันเกิดได้ที่ บทความเรื่อง เลขทะเบียนถูกโฉลก หรือ เลขทะเบียนที่ถูกโฉลกกับวันเกิดของคนอยากมีรถ 
สีที่เป็นศรีสำหรับคนเกิดวันต่างๆ
1. เกิดวันอาทิตย์ สีเขียว เป็น ศรี
2. เกิดวันจันทร์ สีดำ เป็น ศรี
3. เกิดวันอังคาร สีเหลือง เป็น ศรี
4. เกิดวันพุธ กลางวัน สีเขียวอ่อน เป็น ศรี
5. เกิดวันพฤหัสบดี สีส้ม เป็น ศรี
6. เกิดวันศุกร์ สีชมพู เป็น ศรี
7. เกิดวันเสาร์ สีน้ำเงิน เป็น ศรี
8. เกิดวันพุธ กลางคืน สีขาว เป็น ศรี
				
comments powered by Disqus
  • แก้วประภัสสร

    31 สิงหาคม 2555 17:05 น. - comment id 130201

    อดีตเคยมีรถขับค่ะ เป็นเจ้าของมันด้วยน้ำพักน้ำแรง เปอร์โย รักมาก ใช้ได้แค่ สามปี ตัดสินใจขาย เพราะอะไรทราบมั้ยคะ 
    ที่ทำงาน ต้องถอยเข้าถอยออก ไม่มีที่จอดถาวร แค่รถเจ้านายก็สามคัน
    ของลูกๆนายอีก
     กลับบ้าน อยู่คอนโด กลับช้าก็ไม่มีที่จอด
    สรุป ต้องจ่ายค่าจอดรถ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน 
    ขายแล้วก็ไม่เป็นภาระ สบายจัง ตังค์อยู่ครบ 46.gif
    แต่ถ้ามีบ้านก็ยังอยากได้อยู่นะคะ 
    เพราะเป็นคนชอบเที่ยวเหมือนกับคุณพิมนั่นแหละค่ะ
    
    ว่าแต่สีรถที่เหมาะกับวัน ก็ได้ความรู้ด้วย
    แต่ความเป็นจริง คนมักจะซื้อรถไม่กี่สีเนาะ
    
    ดำ  ขาว สีทอง ครีม แดง บรอน 
    ส่วนสีอื่นๆไม่ค่อยพบเท่าไหร่ 
    
    ขอบคุณน๊า มารับด้วยสิ อยากไปเที่ยว 
    
    46.gif16.gif36.gif
  • ฤกษ์(ไม่ได้ล๊อกอิน)

    31 สิงหาคม 2555 18:53 น. - comment id 130203

    ความเชื่อของแต่ละบุคคล ไม่ห้ามกันอยู่แล้ว
    ลองมาฟังความเชื่อนี้ดูบ้าง  ทะเบียนรถ จะเป็นตัวชี้ถึงโชคลาภและความปลอดภัยของเจ้าของผู้ขับขี่ เลขสี่ตัว อย่าให้มีเลขศูนย์และในจำนวนสี่ตัวนั้นรวมกันให้ได้ยี่สิบเอ็ด แค่นี้แหละ
           เขาเรียกว่าสี่ตัวไม่ตาย  กินรอบวงใครเล่นไพ่ป๊อกเป็นก็จะเข้าใจ  รับรองว่าเจ้าของและผู้โดยสารรภคันที่สี่ตัวไม่ตายนี้จะไม่มีใครได้รับอันตรายจากรถคนนี้เลย
  • เพียงพลิ้ว

    1 กันยายน 2555 11:11 น. - comment id 130207

    
    
    อยากได้ค่ะ แต่ขับรถไม่เป็นค่ะ หัดขับแล้วแต่รู้สึกกลัวๆ อิอิ 
    
    
    36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif1.gif
  • พุด

    1 กันยายน 2555 11:53 น. - comment id 130211

    1.gif36.gif16.gif
    
    พี่พุดค่ะ
    เคยขับชนประตูรั้วบ้านตัวเอง
    จนเข็ดขยาดไม่กล้าขับ
    
    ล่าสุดฝนกระหน่ำหนัก
    แทบไม่เห็นเส้นทาง
    พี่พุดขับครั้งแรกจากเขาค้อ
    กลับกรุงเทพ น่ากลัวมาก
    แต่ขับด้วยสติค่ะ
    ก็เป็นบททดสอบที่ดีนะคะ
    
    และพี่พุดขับได้เฉพาะทางตรงค่ะ9.gif
  • อนงค์นาง

    1 กันยายน 2555 14:28 น. - comment id 130212

    เขียนเรื่องได้ถูกใจมากค่ะน้องพิม
    ตอนพี่อยู่เมืองไทย ก็ซื้อรถใหม่นิสสันเซนทรา ซื้อทาว์นเฮาส์อยู่ที่ซอยวัชรพลค่ะ งานแรกที่ได้ทำตอนกลับจากเมกาใหม่ๆ ลูกคนโตสี่ขวบ คืองานเลขาฯของเจ้าของโรงเรียนเซนต์เทเรซ่าหัวหมาก ต้องขับไปทำงานแต่เช้า
    บางทีก็ไปสถานทูตเพื่อขอวีซ่าส่งนักเรียนไปซัมเมอร์ที่อังกฤษ ต้องศึกษาเส้นทางลัดกันจากบางเขนไปแบบหลงทางตลอดค่ะ ถ้ามีงานเลี้ยงต้องไปกับเจ้านายซึ่งเป็นผู้หญิงก็ได้นั่งรถเบนซ์ไปกับนาย มีสมุดโน้ตเล็กๆคอยจดว่าจะนายมีนัดที่ไหนบ้าง ต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน
    เป็นงานที่สนุกมากค่ะ ก่อนจะขับรถไปไหนมาไหนเองจะต้องไปสำรวจเส้นทางก่อนไม่งั้นจะหลงไปไม่ทันนัด กลัวการขับรถมาก ใช้คันนี้ได้ห้าปี เปลี่ยนสามงานค่ะ จากเลขาไปเป็นครู และไปสอบได้ที่กสท
    เปลี่ยนรถใหม่เอาคันนี้ไปเป็นดาวน์รถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์ ตอนสามีสอบได้บรรจุเป็นปลัดอบต.ที่บ้านเกิด
    พี่ก็ลาออกไปสอบบรรจุครูตามไปทีหลัง 
    พออพยพมาเมกาอีกก็ขายรถต่อให้พี่สาวสามีค่ะ
    อยู่เมการถราคาถูกกว่าเมืองไทย ไม่มีปัญญาซี้อรถใหม่ค่ะน้องพิม เพราะค่าใช้จ่ายในการเรียนของลูก แม้จะเป็นมหาลัยของรัฐจะตกปีละล้านกว่า ทั้งค่าเทอมค่าหอพัก 
    เรียนสี่ปีจบจ่ายไปสี่ล้านกว่าบาทไทย ่พอคนโตจบก็ต้องเก็บเงินให้คนเล็กที่อยู่ม.ปลาย อีกสามปีจะเข้ามหาลัย คนโตปีหน้าถ้าได้เรียนแพทย์ต่อ ค่าใช้จ่ายปีละไม่ต่ำกว่าแสนเหรียญ เฉพาะค่าเทอมนะคะ ไม่รวมหอพัก อาหาร หนังสือ ตีไปว่าสามล้านห้าแสนบาทไทยต่อปี ต้องเรียนอีกสี่ปี ไม่มีปัญญาคิดถึงรถใหม่เลยค่ะ  
    พี่กับสามีมีรายได้สองคนปีละเกือบสามล้าน ถ้าไม่ประหยัดไม่เก็บออม อยู่ไม่รอดค่ะ อาศัยเก็บเงินก่อนหน้านั้นมาหลายปีก่อนลูกโต ทำงานกันคนละสามที่
    ตอนนี้ทำที่เดียวเพราะรายได้มากขึ้น อยากขี่จักรยานไปทำงานค่ะ เพราะที่ทำงานใกล้บ้าน ขับรถไปแค่สิบนาที
    แต่สามีต้องขับไปไกลกว่า ไปกลับสองชั่วโมงกว่า
    
    
    
    
    46.gif16.gif36.gif57.gif
  • วศร

    1 กันยายน 2555 20:04 น. - comment id 130213

    อ่านเพลินดีคับ  แวะมาเยี่ยมคับ1.gif
  • รักคนดี

    2 กันยายน 2555 23:45 น. - comment id 130220

    คำว่า "รถ"   มัน ลด สมชื่อจริงๆน๊าาาา  ขับออกจากบริษัทวันแรกปุ๊บราคาก็ตกปั๊บเลยละ 
    จะเพิ่มบ้างก็เลขไมล์ กะค่าซ่อมบำรุง 21.gif
    
    มีคาถา 3 บทเวลาขับรถ
    
    ตั้งสติก่อนสตาร์ท
    
    ขับรถดีมีน้ำใจภัยไม่มี
    
    ระวัง  ระวัง  ระวัง..... (ข้อนี้สำคัญ ควรท่องบ่อยๆขณะขับรถ)
    
    ว่าแต่มีรถแระ  มีคนนำทางรึยังจ๊ะ เค้าเป็นเนฯให้เอาป่ะ46.gif36.gif16.gif74.gif
  • (น้ำตาลหวาน)

    3 กันยายน 2555 11:19 น. - comment id 130222

    คุณแบม
    
    ถ้าไม่มีที่จอด จะทำให้เรากังวลใจมากเลยแต่
     ถ้าไม่มีรถก็ดีเหมือนกันค่ะคุณแบม 
    ยังคุยๆกับเพื่อนสนิทว่า มีรถขับแต่ไม่มีตังค์
    ในกระเป๋า หากไม่มีรถเราก็มีตังค์ใช้จ่าย
    สบายใจเลย ไม่ต้องประหยัด ได้อย่างเสียอย่างอ่ะ
    
    ตอนนี้สีขาวมาแรงมากๆ แต่พิมไม่สามารถค่ะ
    เพราะไม่โฉลก แต่ ก็คิดว่าจะใช้วิธีแก้เคล็ด
    (หากมีโอกาสได้รถใหม่ แต่คงอีกนาน)
    
    ถ้ามีโอกาสมาพิดโลกนะค่ะจะพาเที่ยวเอง
    นั่งรถตู้มาก็ได้ เด๋วไปรับ...ที่พักพร้อม 46.gif11.gif16.gif
  • (น้ำตาลหวาน)

    3 กันยายน 2555 11:23 น. - comment id 130223

    คุณฤกษ์
    
    ไม่นึกว่าคุณฤกษ์จะเชื่อเรื่องแบบนี้เหมือนกัน
    มีความเชื่อตรงกับพิมที่ว่า ทะเบียนรถต้อง
    ไม่มีเลขศูนย์ พิมไม่ชอบเลขศูนย์เลย
    แหะ ไพ่ป๊อก ฟังดูคุ้นๆนะค่ะ 65.gif
    
    ขอบคุณสำหรับเลขสี่ตัวไม่ตายค่ะ เยี่ยม...
    
    11.gif42.gif
  • (น้ำตาลหวาน)

    3 กันยายน 2555 11:33 น. - comment id 130224

    น้องกานต์
    
    เรื่องขับรถ แรกๆพี่พิมก็กลัวไม่กล้าขับ
    กลัวไปเฉี่ยวชนคันอื่นค่ะ แต่ได้แรงบันดาลใจ
    จากการบังเอิญเห็นเด็กตัวเล็กๆขับรถจี๊บ
    ศรีษะเขายังไม่พ้นกระจกหน้าเลย ชะเง้อ
    ขับตลอดทาง พี่พิมจึงคิดว่า เด็กตัวแค่นั้น
    ยังขับได้ เราต้องขับได้สิน่า...
    
    ก็เลยไปเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถยนต์ค่ะ 
    
    11.gif16.gif
  • (น้ำตาลหวาน)

    3 กันยายน 2555 11:37 น. - comment id 130225

    พี่พุด
    
    พี่พุดขับรถจากเขาค้อมากรุงเทพ อืม..ระยะ
    ทางไกลมากนะค่ะ และเขาค้อ ถ้ามาทางอ.หล่มสัก
    จะผ่านช่วงเขาโค้งเยอะพอสมควร พี่พุด
    ขับรถเก่งมากๆเลยค่ะ 
    
    พี่พุดเหมือนพิมตรงที่ สิงห์ทางตรง
    อีกอย่างพิมขับรถตอนกลางคืนไม่ได้
    ด้วยสายตาสั้นค่ะ 42.gif11.gif16.gif
  • (น้ำตาลหวาน)

    3 กันยายน 2555 11:42 น. - comment id 130226

    พี่อนงค์นาง
    
    ขอขอบคุณสำหรับทุกเรื่องราวของพี่อนงค์นาง
    น่าชื่นใจกับลูกๆของพี่นะค่ะ ครอบครัวของพี่
    ดูอบอุ่น ขอให้พี่อนงค์นางมีความสุขแบบนี้
    ตลอดไปค่ะ
    
     11.gif16.gif
  • (น้ำตาลหวาน)

    3 กันยายน 2555 11:43 น. - comment id 130227

    คุณวิทย์ศิริ
    
    ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมพิมค่ะ
    หายไปนานมากๆ เมื่อไหร่
    จะมีผลงานมาให้พิมได้อ่านอีกน๊า
    
    
    42.gif62.gif
  • (น้ำตาลหวาน)

    3 กันยายน 2555 11:45 น. - comment id 130228

    พี่รัตน์ รักคนดี
    
    เรื่องรถ ก็สมกับชื่อค่ะพี่รัตน์
    ขอบคุณสำหรับคาถาที่ให้นะค่ะ
    จะนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
    
    ว่าแต่...มาสมัครเป็นเนฯมองซ้าย
    มองขวาดีหรือยังว่าจะไม่มีใครได้ยิน 46.gif42.gif65.gif
  • แทนคุณแทนไท

    3 กันยายน 2555 15:20 น. - comment id 130230

    ตั้งอกตั้งใจเลี้ยงซิตี้ให้โตเป็นซีวิค
    
    ทำผมหัวเราะได้ก่อนไปทำงานต่อ... 19.gif
  • แทนคุณแทนไท

    3 กันยายน 2555 15:21 น. - comment id 130231

    ต้องให้อู่ที่ติดต่อไว้มาขับไปซ่อมให้  ด้วยตอนประมูลรถฉันยังขับรถไม่เป็น  ภายในรถรู้จักแค่พวงมาลัย เบรค คันเร่ง เท่านั้น 19.gif
  • (น้ำตาลหวาน)

    3 กันยายน 2555 15:58 น. - comment id 130234

    คุณแทนคุณแทนไทย
    
    เก็บอาการหน่อย 74.gif20.gif
    
    พิมพูดจริงนาเรื่องขับรถไม่เป็น ดูรถไม่เป็น ไม่รู้จักอะไรเลย
    ตอนเขาเปิดให้ดูรถก่อนประมูลก็ขอร้องคน
    ไปดูรถด้วยกันแถวๆนั้นช่วย ดูสภาพเครื่องยนต์ให้ค่ะ
    เขาบอกว่าไม่มีร่องรอยการชน(หนัก) เครื่อง
    ยนต์ดี ภายนอกที่ถูกชนก็แผลเล็กน้อยค่ะ
    
    46.gif42.gif
  • เฌอมาลย์

    4 กันยายน 2555 15:56 น. - comment id 130240

    ขับได้เฉพาะตอนโกรธ กะตอนเมาค่ะ ใครจะขึ้นก็ขึ้นมา 20.gif
  • (น้ำตาลหวาน)

    5 กันยายน 2555 09:50 น. - comment id 130243

    ^
    ^
    ^
    เอ่อ น้องเฌอจะเคืองไหมถ้าพี่พิมขอบาย 
    
    46.gif20.gif74.gif
  • เฌอมาลย์

    5 กันยายน 2555 12:19 น. - comment id 130244

    20
    
    พี่พิมไม่รักกันจิงนินา74.gif
  • ร้อยฝัน

    7 กันยายน 2555 20:50 น. - comment id 130248

    11.gif  ตอนขับไม่เป็นอยากขับรถ
    แต่พอขับเป็นขี้เกียจขับรถ อยากนั่งเป็นคุณนายกะเค้าบ้าง  20.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>