กลอนอกหัก รักหวานซึ้ง

อยู่ไป-ไม่มีเธอ

สองตุลา


เมื่อก่อนเคยคิดสงสัย
ถ้าเธอเคยเป็นกำลังใจให้เสมอ
ฉันจะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีเธอ
แต่ทุกวันที่เจอ ไม่ใช่เธออย่างที่เคยมี
เก็บมานั่งคิดนอนคิดอยู่ทั้งคืน
ฉันก็ยังคงยืนอยู่ตรงนี้
ยิ่งเข้าใกล้ก็เหมือนไกลขึ้นทุกที
ถึงไม่มีเธอคนดี แต่ฉันคนนี้ยังหายใจ

เริ่มต้นจากความแตกต่าง

สองตุลา


"ฉัน อยากเจอแต่ไม่อยากเจ็บ
เธอ อยากเก็บแต่ไม่อยากรักษา
ฉัน คอยใส่ใจให้เวลา
เธอ บอกไร้ค่าไม่สำคัญ
ฉัน ใช้ความจริงใจให้เสมอ
เธอ บอกฉันเพ้อเจ้อละเมอฝัน
ฉัน มองหาแต่เธอทุกๆวัน
เธอ ไม่เคยเห็นฉันในสายตา
ฉัน พยายามให้เธอมีความสุข
เธอ เฉพาะตอนทุกข์ถึงมาหา
ฉัน คิดถึงเธอทุกเวลา
เธอ เรียกมันว่า "คิดไปเอง

ฉันไม่ต้องการ

เปเป้ซังแม่มู๋ผู้เดียวดาย


เจ็บ...หัวอกที่หลงรักคนอย่างเธอ
มากจนเพ้อละเมอร้องอยู่หลายหน
ที่เธอทำให้ปวดร้าวและทุกข์ทน
รักเปรอปรนเจือพิษร้ายทำลายใจ
ปวด...หัวใจยามเธอเอ่ยคำรัก
ร้าวระบมเกินจะหักใจไปไหน
เจียนจวนแล้ว...ใกล้หยุดจังหวะใจ
ตายดีไหมจะได้พ้นคนอย่างเธอ
เพราะฉันเองก็เผลอไผลให้ใจรัก
ฉันถูกผลักลงหลุมแลหลงเพ้อ
มาชวนฉันให้รักให้ละเมอ
ช้าแล้วเธอ...ฉันมิอาจจะถอนใจ
เป็นแค่เพียงคนรักยามขาดแคลน
ได้ควงแขนตอนแฟนเธอนั้นเผลอไผล
แค่รักลับมิอาจบอกใครออกไป
ชู้...นั่งไง....ตำแหน่งนี้...มิอยากครอง

สักวันหนึ่ง

เปลวเพลิง


เราได้มาพบกันในวันนี้
ความเป็นพี่ น้อง เพื่อนคล้ายเลือนหาย
สิ่งเก่าเก่าคือฝันอันเปล่าดาย
คำทักทายมีไว้เชือดใจกัน
วารเพิ่งโพ้นเร่งรีบเข้ากลีบเมฆ
สุขเป็นเอกแสนงามเพียงความฝัน
ทิ้งเยื่อใย รัก หวง ห่วง สัมพันธ์
เคยเอื้อเฟื้อแบ่งปันนิรันดร
โดยความหลังครั้งหนึ่งซึ่งริบหรี่
โปรยยิ้มคลี่สุโขสโมสร
ไกลแสนไกลเกินกว่าจะอาวรณ์
เหมือนม้วยมรณ์จากกันทั้งชีวี
ยังจำวันฟ้าใสใต้แดดฉาน
และร่มลานเริงเล่นเป็นสุขศรี
เมื่อแววตายังคงไว้ซึ่งใยดี
และก็มีถ้อยพิไรแว่วให้ฟัง
เราเป็นทั้งพี่ น้องและผองเพื่อน
เป็นเสมือนมิตรกมลแต่หนหลัง
ความร่มรื่นรมณีย์ดุจจีรัง
เพิ่มพลังลิขิตทิศก้าวไกล
ครั้นเราต่างแยกทางไปตามฝัน
ฉันด้นดั้นข้ามเขินเนินไศล
เธอฟันฝ่าป่าเขาและเหล่าภัย
อาบอุ่นไอกันต่างทางนานา
เราเริ่มคล้อยห่างไกลในนึกคิด
เหมือนใกล้ชิดซึ่งไกลหลายร้อยหลา
ภาพเราเริ่มเลือนลางปลายหางตา
ลืมโครงหน้า  รูปร่าง  เป็นอย่างไร?
นั่นคือความโชคดีสิที่รัก
ไม่รู้จักและไม่เห็นเป็นเรื่องใหม่
ทั้งต่างคนต่างก็ดูมิรู้ใคร
"เพื่อนร่วมโลกใบใหญ่...ก็แค่นั้น"
เราจึงต้องเหินห่างกันอย่างนี้
ฝังวันดีคืนระยับลงกับฝัน
ค่าพี่หมอง  น้อง เพื่อน เลือนนิรันดร์
ใช่! เราจะลืมกันสักวันเอย

ความรักผ่านโคลง

เชษฐภัทร วิสัยจร


เท่าฟ้า-ถ้าเฝ้าบอก.............ว่ารัก
ตามไถ่-ไต่ถามสัก.............แต่อ้อน
วางท่า-ว่าทางวรรค...........โคลงสี่
ขอส่ง-คงส่อซ้อน..............แทรกข้อความเขียน
พักเรียน-เพียรรักแล้ว............คิดถึง
หวานใส่-ไว้ซ่านตรึง...........อกบ้าง
ขมติด-คิดตรมจึง..............ใจเจ็บ
ค่าบ่น-คนบ้าสร้าง............แต่เศร้าเคล้าโคลง

เสน่หา

ยาแก้ปวด


ความรักเอยล่องพลิ้ว....ปรารถนา
ลมโบกโปรยเสน่หา......พัดเข้า
รักจริงจากใจมา...........ฤเปล่า
หรือแค่รักหยอกเหย้า..ร่ำให้โหยหาฯ
สงสารใจหน่อยบ้าง......สงสาร
โปรดอย่าสร้างทรมาน..ซ่อนซ้ำ
ช้ำรักแรกขอวาน.....แทบขาด ใจนา
ขืนรอบสองคงช้ำ....แทบสิ้นขาดใจฯ
วานวาสนาอย่าสร้าง.....ซ้ำสอง
เคยเจ็บน้ำตานอง.........รวดร้าว
สงสารหน่อยอย่ามอง....เพียงผ่าน
เสน่หาเอยอย่าก้าว...ตอกย้ำอีกเลยฯ

เพลงเศร้า

คนกรุงศรี


ขลุ่ยบรรเลง เพลงเศร้า เหงาจริงหนอ
เขาผิวคลอ คำกลอน ที่อ่อนหวาน
คนประพันธ์ นั้นเล่า คงร้าวราญ
เนื้อความกานท์ กลั่นฝาก มาจากใจ
ถ้อยวลี จารคำ ที่ล้ำลึก
จนรู้สึก อาวรณ์ และอ่อนไหว
เขาพ้อพร่ำ รำพึง ฝากถึงใคร
เธออยู่ไหน ไยลับ มิกลับคืน
คนร่ายกลอน อ่อนหวาน ช่างขานขับ
คราสดับ  กินใจ ให้สุดฝืน
เหมือนเจ็บช้ำ ย้ำอยู่ ดูยั่งยืน
แอบสะอื้น เบาเบา เพราะเหงาจัง
เมื่อมาเทียบ เปรียบเรา เหมือนเขานัก
ที่จมปลัก วังวน เรื่องหนหลัง
อยากจำเรียง รวมถ้อย ร้อยให้ฟัง
เขาช้ำยัง มิเท่า ครึ่งเราเลย
พอลมเย็น เยือกผ่าน ราญใจแท้
คนพ่ายแพ้ เตรียมใจ อย่างไรเอ๋ย
ฟังวรรคทอง ต้องเศร้า เหงาเช่นเคย
ลมรำเพย ยิ่งร้าว หนาวฤดี
ขลุ่ยบรรเลง ท้ายกลอน เสียงอ่อนช้อย
แล้วก็ค่อย จางไป คล้ายหลีกหนี
ปล่อยคนเศร้า เฝ้าหวล ทวนวลี
ทิ้งคนที่ เปล่าเปลี่ยว ....ให้เดียวดาย

ความคิดถึงออกแบบไม่ได้แต่แอบบอกได้

เชษฐภัทร วิสัยจร


ออกแบบ-แอบบอกข้อ.........ความเหงาคึกนิด-คิดนึกเอา...........อกอ้อน
ส่งไลน์-ใส่ลงเดา..............ใจบุก
วรรคราด-วาดรักร้อน..............เร่งให้โหยหา

โปสการ์ดกับความคิดถึง

คาปูชิโน่


    ฝากความคิดถึงมากับโปสการ์ด          เป็นภาพวาดรูปเงาแห่งขุนเขาผ่านสายลมก้อนเมฆสีเทา                      ที่สองเราเคยอยู่เคียงข้างกัน
ให้เธออ่านยามท้อแท้ใจ                         รู้สึกได้เมื่อยามคิดถึงฉัน
ถึงเป็นเพียงข้อความที่แสนสั้น                ทว่านั้นมีความหมายที่มากมาย
แม้โลกออนไลน์ก้าวไกลสักเพียงไหน       เชื่อมติดต่อฉับไวได้หลากหลาย
ยังคงเขียนโปสการ์ดมาระบาย                 สื่อความหมายถึงเธอทุกคืนวัน....... 

เพื่อนรักแอบรัก

นักสืบไร้ชื่อ


 
    เมื่อก่อนความรู้สึกฉันคือเพื่อน   
คอยตักเตือนเพื่อนรักสนุกสนาน
เราเป็นเพื่อนรักกันแสนยาวนาน        
ภาพวันวานยังจดจำตลอดมา
ฉันรู้สึกมีความรักปักกลางอก            
เหมือนตกอยู่ในภวังค์ของเวหา
ความเป็นเพื่อนที่ฉันให้เธอมา           
กาลเวลาสร้าความรักปักกลางใจ
อยากจะถามเธอทุกครั้งเมื่อเจอหน้า    
 ในอุรามีฉันอยู่บ้างมั้ย
ที่ฉันคอยดูแลคอยห่วงใย                  
หรือว่าเธอมีใครที่หมายปอง
แต่ก็คงสุดแต่ฟ้าจะกำหนด                
จะอดทนดูแลคอยปกป้อง
รักครั้งนี้ไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้อง             
เราจึงต้องเสียน้ำตาทุกค่ำคืน
แต่ก็คงเป็นฝันเมื่อยามหลับ          
เพราะต้องกลับความคิดพอครั้งตื่น
เก็บอาการความเจ็บล้มทั้งยืน        
 ไม่อาจฝืนชะตาของฟ้าดิน
คอยแอบเตือนหัวใจทุกๆครั้ง     
ว่าจงอย่าพลาดพลั้งคิดผิดศิล
อาจจะต้องขาดใจสิ้นชีวิน              
ชั่วฟ้าดินจะไม่สิ้นคำรักเธอ....

ขอคุยด้วยได้ไหม

คนกรุงศรี


อยากจะสาน สัมพันธ์ มุ่งมั่นหมาย
เพราะเกรงคลาย หายห่าง อย่างหนหลัง
ด้วยไหวหวั่น พรั่นใน ฤทัยจัง
จะเป็นดั่ง ตั้งใจ เล่าไหมเอย
หลายคำหลาก อยากบอก ออกจากจิต
หลายความคิด กล่าวไป เชื่อไหมเอ่ย
หลายรู้สึก นึกไป ไม่เสบย
หลายครั้งเคย ขายหน้า อายฟ้าดิน
อยากสนิท ชิดใกล้ ได้ไหมเนี่ย
แต่เกรงเสีย ศรัทธา ดูค่าสิ้น
ถ้าได้คุย สักครั้ง สมดังจินต์
อยากยลยิน ถ้อยคำ จำนรรจา
มีคนใกล้ ไหมเล่า ที่เขาหวง
คนคอยห่วง ดูแล แก้ปัญหา
คนรู้ใจ ใกล้ชิด ติดกายา
คนปลอบโยน เวลา คราทุกข์ใจ
กิจวัตร หลายหลาก มากภาระ
อิสระ เสรี น่ะมีไหม
ทั้งงานราษฎร์ งานหลวง ต้องห่วงใย
มอบกำไร ให้ชีวิต สักนิดนึง
มองโลกกว้าง สร้างสรร ให้มันสวย
ขอคุยด้วย สักคน เพียงหนหนึ่ง
มิสนุก ถูกใจ ไม่ตราตรึง
ก็อย่าขึ้ง เคืองโกรธ.....ขอโทษที

ลืมไม่ลง

นักสืบไร้ชื่อ


คิดถึงเธอรู้ไหมใจแทบขาด
น้ำตาหยาดรินไหลให้เปียกหมอน
ภาพความหลังฝังใจให้อาทร
ฉันเคยกอดเธอนอนอ้อนรำพัน
รักเธอมากด้วยใจให้ห่วงหา
ในอุราเงียบเหงาแสนโศกศัลย์
คิดถึงคราใดใจจาบัลย์
ทุกคืนวันฉันเจ็บปวดร้าวทรวง
เธอคงมีความสุขกับที่ใหม่
คงมีใครต่อใครคอยเป็นห่วง
เธอรู้ไหมฉันนอนน้ำตาร่วง
คอยเป็นห่วงเธออยู่ทุกๆวัน
บอกตัวเองว่าพอเลิกร้องไห้
ตอนเธอเดินจากไปกะทันหัน
เก็บความเจ็บเอาไว้ทุกคืนวัน
เพราะความฝันของฉันมีเพียงเธอ.....

เธออยู่หนใด

คาปูชิโน่


 เธออยู่ไหนในวันที่แสนเหงาวันคืนเก่าเก่าย้อนกลับมาหา
ฉันยังคิดถึงเธออยู่เรื่อยมา
ไม่รู้ว่าป่านนี้อยู่แ่ห่งหนใด
อาจมีบางวันที่ไม่เข้าใจกัน
แต่ความสัมพันธ์อันดีไม่หายไปไหน
ยังผูกพันห่วงหาและห่วงใย
ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ลืมเธอ
ฉันยังอยู่ที่เดิมตรงนี้
รอให้เวลาพาคนดีมาพบเจอ
ถึงจะอยู่ห่างไกลรอเธออยู่เสมอ
ดั่งละเมอหาเธอทุกคืนวัน

รักลอยมา

คาปูชิโน่


นานเท่าไหร่หัวใจที่เฝ้าคอย
ให้ความรักพัดลอยมาทายทัก
ถึงจะผ่านเวลามานานนัก
ยังไม่มีที่พักของหัวใจ
ได้แต่อยู่คนเดียวไปวันวัน
พร่ำเพ้อฝันถึงเธออยู่ใกล้ใกล้ แม้เราอยู่ห่างกันแสนไกล ขอเชื่อมใจให้เราเคียงข้างกัน ให้ความรักเป็นแรงบันดาลใจ ต่อเติมเชื้อไฟอย่างสร้างสรรค์ ให้ความรักก่อเกิดความผูกพัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีตลอดไป

ยังไม่ลืม

ก่องกิก


ยังไม่ลืมดวงแดแม้ไกลกัน
สายสัมพันธ์แสนซึ้งตรึงใจข้า 
เคยรักกันแน่นเหนียวครั้งเกี้ยวพา
ที่ทักมาจากใจใช่หลอกลวง **
พี่แต่งกลอนบางครั้งยังนั่งเศร้า 
เป็นเพราะเจ้าคนดีที่ชอบหวง
มีคนรักทีไรเจ็บในทรวง 
ดูไม่ห่วงไม่รักไม่ทักทาย **
พี่ไม่ลืมคำกลอนเคยอ้อนรัก 
เคยสมัครชื่นชมสมใจหมาย
มาเดี๋ยวนี้แก้วตามากลับกลาย
ทิ้งให้ชายเงียบเหงาเศร้าระทม **
เมื่อไม่พบคนดีพี่จึงรู้ 
ว่ายอดชู้หลบไปใจขื่นขม
ปล่อยให้พี่ร้าวรวดปวดระบม
แม้ตรอมตรมเพียงไหนไม่เคยลืม

แผลเก่า กับเงาใจ

คนกรุงศรี


เงียบเสงี่ยม เจียมตน เป็นคนเหงา
หาใครเขา สนใจ ร่วมไขขาน
ปลีกตัวห่าง ร้างคน อยู่จนนาน
คิดถึงการณ์ ก่อนเก่า แล้วเศร้าจัง
อยากจะลืม เรื่องราว ที่เราพบ
แต่ยากลบ ความจริง ส่ิ่งหนหลัง
มิเอื้อนเอ่ย  เผยเล่า ใครเขาฟัง
เป็นเหมือนดั่ง แผลเก่า ของเงาใจ
ทนปวดเจ็บ เก็บกด รันทดแท้
หวังเลียแผล เยียวยา รักษาให้
เวลากาล ผ่านผัน คงวันใด
รอฤทัย สร่่างซา หรือชาชิน
หวังมิตรใหม่ ไมตรี จะมีมอบ
รอคำตอบ ใครเล่า เขาถวิล
มิต้องซับ น้ำตา ที่บ่าริน
อยากได้ยิน ถามบ้าง เป็นอย่างไร
อยากทุเลา เบาปวด ความรวดร้าว
เพื่อย่างก้าว หลุดพ้น ความหม่นไหม้
แอบมุ่งหวัง ตั้งจิต คิดการไกล
ส่วนลึกใน ใจหวั่น แสนพรั่นพรึง
มรสุม คุ้มคลั่ง  เมื่อครั้งก่อน
มันตามหลอน ขุดค้น จากก้นบึ้ง
แต่หมายว่า ฝ่าฟัน จะดันดึง
สักครั้งหนึ่ง ขอสุข ซุกหัวนอน

ปลูกรัก ทอถักฝัน

มวลภมร


ใจผูกกัน พันธ์ผูก ปลูกเป็นรัก
ด้วยความภักดิ์ หัวใจ ให้โหยหา
เวลาผ่าน ผันเคลื่อน เลื่อนเวลา
พลอยนำพา หัวใจ ให้สัมพันธ์
แม้ความจริง ดวงใจ คล้ายดั่งเพ้อ
กายไกลเธอ ห่างกาย ได้แค่ฝัน
ถึงสองใจ เราสอง ครองใจกัน
ยากมีวัน สัมพันธ์คู่ อยู่เคียงกาย
 ถึงมีเพียง แค่นี้ ที่เราสอง
ได้ประคอง ใจกัน เป็นมั่นหมาย
เป็นความรัก ภักดี ไม่มีคลาย
เสริมสอดสาย สัมพันธ์ ไม่ปันใจ
หากศรัทธา แน่นหนัก ในรักนี้
รักของเรา จักมี แต่สดใส
ยามคิดถึง โหยหา สุดหัวใจ
พลอยยิ้มได้ ยามจิต คิดถึงเธอ
ในนิยาม ความรัก ของเรานี้
มีไมตรี ตอบรักกัน มั่นเสมอ
กายไกลกาย แต่ใจ ใกล้ใจเธอ
ยังพบเจอ ในฝันที่ พี่นิทรา
o มวลภมร o
หน้า / 50  
ทั้งหมด 839 กลอน