::สวัสดีความเหงา::

ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์


1.    นี่เป็นคำทักทายแรกพบ ไม่ใช่คำบอกก่อนจาก
       
2.    อ้าว..ไม่ใช่เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือ
1.     คิดว่าไม่    
       เหมือนกับความเศร้า ความเปล่าเปลี่ยวด้วย ผมไม่เคยเข้าไปทัก
2.    ฉันคิดว่าคุณแกล้งพูดตลกเล่น     ..ทำไมน่ะหรือ
1.     ทำไมล่ะ?    หรือว่านึกตู่  ดูกิริยาที่ผมเป็น
2.     ไม่..  ฉันเห็นในสิ่งที่คุณเขียนต่างหาก   ฉันเห็นเสมอ
1.      คุณอยากบอกว่าเห็นความว่างเปล่าหรือ    
2.      ม่าย..ฉันเห็นหัวใจอันหมายความใยดี
1.       นั่นหรือความเหงา     มันไม่ใช่หรอก
2.      ถ้าไม่ใช่ความเหงา   คุณเรียกมันว่าอะไร
1.       อะพิโธ่..ผมจะเรียกมันว่าความเหงาทำไม
          มันเชยจะตาย  !
          เรียกมันว่า   ความคิดคำนึงถึงไมตรี สิ
2.       นั่นไง   ฉันว่าแล้ว
          ที่จริงคุณกับฉัน เคยรู้จักกันมาก่อน
1.       เอาเหอะ..อยากตู่ก็ตู่ไป
2.      ฮา  ฮา  ฮา
ฯ
				
comments powered by Disqus
  • ผู้หญิงไร้เงา

    7 พฤศจิกายน 2548 16:12 น. - comment id 528795

    ความคิดคำนึงถึงไมตรี  เข้าใจเรียกดีนะค่ะ  ชอบจัง
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    8 พฤศจิกายน 2548 05:23 น. - comment id 528882

    มาใช้หนี้คุณดอกข้าวก่อนนะครับ
    
          เมื่อวานตอนเย็นผมกะจะเข้ามาตอบก็ต้องยกเลิกเพราะฟ้าคะนอง  ผมกลัวฟ้าผ่าโมเด็มเหมือนคราวก่อนตอนนั้นต้องเปลี่ยนทั้งโมเด็มและเพาเวอร์ซัพพลาย  หลายตังค์ครับ
    
          มาแล้วก็เริ่มเลย
    
    1.   ค่าพิมพ์ต้นฉบับด้วยเลเซอร์พริ้นเตอร์ซึ่งคมชัดมาก  หน้าละ 10 บาท  หนังสือที่ผมทำถ้าหนาประมาณ100 หน้า ของกระดาษ A4  พับครึ่ง   เวลาทำต้นฉบับบนกระดาษ A4 ก็ทำ 50แผ่น  ไว้ทำโฟโต้กอปปี้ หรือถ่ายสำเนาด้วยเครื่องถ่ายเอกสาร อันนี้เป็นเงิน 500 บาทใช่ไหมครับ
    
     2.   ค่ากระดาษอาร์ตมันสำหรับทำปก เวลาเอามาพิมพ์ด้วยเลเซอร์พริ้นเตอร์แล้วเคลือบจะสวยคมกริบ ทำให้งานเนี๊ยบมาก  แผ่นละ7 บาท ซื้อจากโรงพิมพ์  ผมสั่งตัดขนาด A4 พอดี ดังนั้นค่ากระดาษและค่าพิมพ์เลเซอร์ก็เป็น 17 บาท ต่อเล่มครับ
    
    3.   ค่าถ่ายเอกสารเนื้อในจากต้นฉบับ(ข้อ1.) หน้าละ 0.50 บาท  ตอนนี้ที่ถูกที่สุดหน้าละ 0.45 บาทครับ   ต้นฉบับเป็น A4 จำนวน 50 แผ่น  ก็ตก 25 บาท ต่อเล่ม ถูกไหมครับ
    
    4.  ค่าเข้าเล่มและเคลือบพลาสติก โดยปกเราพิมพ์เตรียมไว้แล้ว  เล่มละ 20  บาทครับ
    
    --------------------
    
        ค่าใช้จ่าย เมื่อนับมาถึงตอนนี้เป็นเท่าไหร่แล้วครับ  562 บาท ใช่ไหมครับ
    
        เราอยากทำกี่เล่มล่ะครับ   
    สมมติอยากทำแจกเพื่อน 100 เล่ม
    
        เฉพาะค่าทำเล่ม ไม่รวมค่าพิมพ์ต้นฉบับก็เป็นเงิน   100x162=16,200  ถ้ารวมเข้าไปก็เป็นเงิน 16,700 บาท
    
        ถ้าขายเล่มละ 167 บาท เราไม่มีกำไรเลยใช่ไหมครับ    
         งั้นขายซัก 199  ดีไหมครับ  100 เล่ม ก็เป็นเงิน 19,900 หักต้นทุนเหลือเงิน 3,200เอาไว้ทำเล่มต่อไป-ฮา
    
          เห็นต้นทุนกับกำไรแล้วไม่สนุกเลยใช่ไหมครับ
    
    ----------------
    
           ถ้าเอาไปให้โรงพิมพ์ทำ  หนังสือเล่มขนาดไม่เกิน 100 หน้า พิมพ์ปกออฟเซ็ต 4 สี ไม่เคลือบมัน  ถ้าเคลือบมันเขาคิดอีกปกละ 50 สตางค์   โรงพิมพ์รับพิมพ์อย่างน้อยที่สุด 500 เล่มครับ  ค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จ 15,000 บาท  หรือค่าใช้จ่ายตกเล่มละ 30 บาทครับ
    
            ราคาขายเราไม่ต้องตั้งสูงมาก ก็เราโนเนม  เอาซัก 120 บาทดูนะครับ  กำไรก็ตกเล่มละ 80 บาท  คูณ 500 เล่มเป็นเงินเท่าไหร่ ก็ 40,000 บาท  ถ้าขายหมดนะครับ
            แต่พูดก็พูดเถอะ  งานของพวกเราซึ่งยังไม่มีที่อยู่ที่ยืนนี่ 500 เล่มอาจจะใช้เวลาหลายปีครับ  นอกจากหยิบรางวัลทางวรรณกรรมได้อาจพรวดขึ้นมาพิมพ์ 30 -40 รอบในปีเดียว-ฮา
          เดี๋ยวผมออกไปธุระแป๊บนึง
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    8 พฤศจิกายน 2548 05:44 น. - comment id 528883

    เข้ามาต่อครับ
    
       คุณดอกข้าวเข้าไปในร้านหนังสือบ่อยไหมครับ   ผมเข้าไปทุกสัปดาห์   หนังสือรวมกวีนิพนธ์มีให้หยิบน้อยมาก  รวมเล่มของนักเขียนใหม่ๆ นี่ไม่มีให้อ่านเลย  อาจมีบ้างที่นักเขียนหลายคนเขียนในเล่มเดียวกัน
    
       ที่ผมพูดนี่ไม่ได้มีน้ำเสียงของความน้อยใจอะไรนักหนาดอกครับ มันเป็นเรื่องธรรมดาโลก  เป็นเรื่องเข้าใจได้
    
     คุณอาจเข้าใจผมก็ได้ถ้าเคยอ่านบทกวีที่ผมเขียนไว้ทำนองว่า  งานศิลปะที่ผมเขียนด้วยตีน  ราคาหลายสิบล้านเมื่อผมตายไปแล้ว  -ตอนที่ผมยังมีชีวิตอยู่  ผมขายมันเลี้ยงชีวิตไม่ได้สักชิ้น)
    
      ผมทำเล่มหนังสือผลงานของตัวเองทำไม
    
      ขายก็ยังงั้นๆ
    
    
      คุณเอ๋ย  แม้จุลินทรีย์มันก็ยังมีรอยของมัน
    
      นี่ผมเป็นคน  มีความนึกคิด
      ผมจะไม่ทิ้งรอยไว้ในดลกบ้างหรือ
    
      รอยที่บางคนมาพบเข้าแล้วร้องว่า
    
       อู้ฮู  คิดได้ไงนี่
    
       หรือคิดเหมือนกันเลย
    
        แล้วหัวใจก็เต้นตุ๊บ ๆ ทรงพลังเหลือเกิน
    
    
        คนไม่อ่านไม่เขียน  เขาจะเข้าใจความรู้สึกนี้ไหม - ก็อาจพอเดาได้
    
    
        แต่ไงก็เถอะ
    
        ในขณะที่เขียน  ผมก็รู้สึกเหมือนสัมผัสทิพย์อยู่แล้วล่ะ   อะไรนอกเหนือไปจากนี้  มันก็คงเป็นไปตามควรแก่เหตุ  เช่น  ถ้าผมไม่ส่งชิงซีไรต์ผมก็ไม่มีทางได้ซีไรต์ อะไรแบบนี้เป็นต้น
    
        ก่อนออกไปอีกรอบ
    
         ผมขอสารภาพ  ว่าผมหลงเสน่ห์ของหนังสือแล้ว  ไม่อยากถอนตัว-ฮา
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    8 พฤศจิกายน 2548 05:49 น. - comment id 528884

    ขออภัย ขอแก้คำผิดดังนี้ครับ
    
         ถ้าเอาไปให้โรงพิมพ์ทำ  หนังสือเล่มขนาดไม่เกิน 100 หน้า พิมพ์ปกออฟเซ็ต 4 สี ไม่เคลือบมัน  ถ้าเคลือบมันเขาคิดอีกปกละ 50 สตางค์   โรงพิมพ์รับพิมพ์อย่างน้อยที่สุด 500 เล่มครับ  ค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จ 15,000 บาท  หรือค่าใช้จ่ายตกเล่มละ 30 บาทครับ
    
            ราคาขายเราไม่ต้องตั้งสูงมาก ก็เราโนเนม  เอาซัก 120 บาทดูนะครับ  กำไรก็ตกเล่มละ 90 บาท  คูณ 500 เล่มเป็นเงินเท่าไหร่ ก็ 45,000 บาท  ถ้าขายหมดครับ
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    8 พฤศจิกายน 2548 06:00 น. - comment id 528885

    สวัสดีครับคุณมะกรูด  :)
    
    ขอบคุณครับคุณเพรง.พเยีย  เมื่อคืนฝนตก  แต่ไม่หนักมาก ตอนเช้าๆอากาศดีมาก
    ขอบคุณอีกครั้งครับผม
    
    สวัสดีครับนัทนิตย์
    ไม่ให้เหงาครับไม่ให้เหงา
    
    ขอบคุณครับคุณผู้หญิงไร้เงา
    ไม่ได้ทักทายกันตั้งนาน
    สบายดีนะครับ
  • ร้อยแปดพันเก้า

    8 พฤศจิกายน 2548 08:27 น. - comment id 528912

    สวัสดีครับ พี่ก่อพงษ์
    59.gif59.gif
    
    มาสวัสดีกระทู้เดิม สวัสดีความเหงา....ครับ..เหงาได้ แต่อย่าให้บ่อยนัก มันบั่นทอน
    
    ฟังเรื่องการทำหนังสือของพี่ ไม่น่าสนุกเลยนะครับถ้าคิดถึงต้นทุน และกำไร 
    
    ถ้าต้นทุนคือหัวใจ ผมว่า ยังไงก็คุ้มครับพี่ อย่าถอนตัวนะครับ ไม่มีซีไรต์ปะหน้า ผมก็อ่าน
    
    รักษาสุขภาพด้วยครับพี่
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    8 พฤศจิกายน 2548 12:17 น. - comment id 528961

    สวัสดีครับคุณร้อยแปดพันเก้า
    
       ขอบคุณมากครับ
    
        ผมคงไม่หยุดเขียน  ก็มันเป็นความสุขอย่างหนึ่ง  กับอย่างน้อยลมตะวันกับปานตะเว็นก็อ่านสิ่งที่ผมเขียน อันนั้นผมก็ได้ความอิ่มใจเยอะแล้ว     อะไรๆนอกจากนั้นให้เป็นกำไรทั้งหมดดีไหมครับ  จะได้แบ่งปันใครต่อใครได้ด้วย
    
        แล้วคุยกันอีกครับ
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    9 พฤศจิกายน 2548 09:14 น. - comment id 529751

    สวัสดีครับคุณชัยชนะ
    ขอบคุณครับที่แวะมาทักทาย
    
    สบายดีครับผม
  • ชัยชนะ

    8 พฤศจิกายน 2548 22:15 น. - comment id 531551

    ดีที่คุณก่อพงษ์ไม่ใช่คนทางภาคเหนือ
    จะได้พูดลากเสียง  สวัสดีเจ๊า..
    
    เขียนได้น่าอ่านน่าติดตามดีครับ
    
    เจ้าความเหงาเพื่อนที่ใครไม่อยากคบ
    แต่ก็เรียกหามาคอยรับใช้เป็นประจำ
    
    36.gif36.gif36.gif
  • นัทนิตย์

    7 พฤศจิกายน 2548 13:35 น. - comment id 532113

    สวัสดี...ความเหงา ด้วยครับ
    อย่าให้เหงา
  • อัลมิตรา

    6 พฤศจิกายน 2548 21:00 น. - comment id 533659

    ความเหงา เป็นช่วงเวลาที่บางทีอยากให้มี และบางทีไม่อยากให้เกิด 
    หลายหนที่อยู่ท่ามกลางคนมากมาย แต่กลับเดียวดายชะมัด
    และบ่อยครั้งที่อยู่ลำพัง แต่จินตนาการกลับฟุ้งเฟ้อไปไกล
    
    ชินกับความเหงา ยังดีกว่าต้องอดทนกับความวุ่นวาย ..
    
    คิดงั้นไหมคะ
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    6 พฤศจิกายน 2548 21:13 น. - comment id 533666

    เห็นด้วยครับคุณอัลมิตรา
    
         ผมออกจะชอบมันนะเจ้าความเหงาน่ะ
    มันทำให้เขียนกลอนได้ดี   
         ผมมองมันเหมือนมันเป็นแรงผลักอย่างหนึ่ง  บางทีผมก็ล้อมันเล่น   ก็เหมือนที่ผมเขียนล้อระหว่าง 1 กับ 2
         ผมทนความอื้ออึง อึกทึก หรือความวุ่นวายไม่ค่อยได้   ผมรักความสงบ ชอบความเงียบ ซึ่งมันเย็น  สบายหัวใจกว่า
         ความเหงาที่ผมไม่อยากให้เกิดคือความเหงาในความไม่เข้าใจ  คืออยู่ระหว่างความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน  ต่างคนต่างคิดตีความแบบไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย  ถ้าอยู่ในสภาพแบบนี้ผมกลับชอบความอึกทึก  อยู่ท่ามกลางคนที่ไม่รู้จักยังจะดีกว่า 
       แต่ว่าโลกส่วนใหญ่ของผมก็เป็นโลกเงียบ  ผมท่องไปในโลกของตัวอักษรที่ชอบ มันเงียบและสงบโดยธรรมชาติล่ะ
    
       แล้วมันเหงาตลอดไหม  
       
       มันเป็นแค่บางช่วงเองครับ
    
       อ่านหนังสือธรรมะนี่  แหม มันไม่เหงาเลย
    
       อยากหลุดพ้นอย่างเดียว-ฮา
  • ..สีน้ำฟ้า..

    6 พฤศจิกายน 2548 21:16 น. - comment id 533667

    55.gif
    
    ใช่เลยค่ะ คุณก่อพงษ์.. 
    ช่วงนี้ความเหงาสงสัยอาละวาดหนัก
    ของแจมก็เลย 
    
    โดน
    
    ไปด้วย.. แม้จะหาง ๆ ก็เหอะ
    (งานก็เยอะ ท่วมท้น แทบไม่มีเวลานอน
     แต่ด๊าน..มีเวลาเหงา..)
    
    
    22.gif
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    6 พฤศจิกายน 2548 21:25 น. - comment id 533673

    ฮ่าๆ
    
    ผมนึกถึงสำนวนของคุณสมคิด ลวางกูร
    
    คนเขียนหนังสือ เขียนเก่งรวยก่อน
    
    ผมอ่านหนังสือเขาไปถึงเล่มที่ 2 ก็เลิกอ่าน
    
    คือมันแจ่มแจ้งหมดแล้ว
    
    
    คุณสีน้ำฟ้าจับเจ้าความเหงามาใส่ฉันทลักษณ์เสียดีไหม-ฮา
  • วันนี้ขอมาในนาม \"แสงมีเงาน(....แสงไร้เงา.....)

    7 พฤศจิกายน 2548 02:01 น. - comment id 533731

    ขอร่วมด้วยคนนะค่ะ
    เพราะกำลังเหงาเลย43.gif43.gif
  • sun strom

    7 พฤศจิกายน 2548 05:00 น. - comment id 533740

    1.gif16.gif
    
    มาทักทายความเหงาแบบไม่เหงาของพี่พงษ์ตอนเช้ามืดค่ะ 
    
    วันนี้มัทตั้งใจลุกขึ้นมาเตรียมอาหารใส่บาตร แต่มันเช้าไปหน่อยก็เลยแวะมาหาเพื่อนในเน็ต 
    
    มัทชอบความเหงาเพราะมันทำให้เราคิดอะไรได้หลายอย่าง ความคิดคนเราแม้จะไม่ว่างก็คิดไปได้ร้อยแปดพันอย่าง แต่ไม่ละเอียด 
    
    ตอนที่เราเหงา ๆ เงียบ ๆ เราจะตามความคิดทัน อย่างน้อยก็สามารถทราบหละว่า คิดอะไรดีหรือไม่ดี ควรคิดหรือเปล่า ห้ามความคิดไม่ได้หรอกนะคะพี่พงษ์ เพียงแต่เราคอยตามมันให้ทันแล้วดึงมันกลับมาอยู่กับตัวตนเราที่เป็นปัจจุบัน อย่างน้อยมันก็ทำให้เราไม่ฟุ้งซ่านค่ะ
    
    เมื่อวานไปสารคาม ไปดูข้าว ไปดูหมูให้ป๊า ข้าวกำลังเหลืองอร่าม ลุงเค้าทำข้าวหลามให้รับประทานด้วยค่ะ หอมกลิ่นข้าวใหม่ อร่อย ลุงเค้าทำปี่จากซังข้าวมาให้อันหนึ่ง ลองเป่าดู มันก็ยังดังเหมือนที่เคยเป่าสมัยเด็ก ๆ ผ่านมาได้เป็นสิบปี เสียงปี่ก็ยังไม่เปลี่ยน.....แล้วทำไมใจคนถึงได้เปลี่ยนเร็วนักคะ.....
    
    
    ตอนที่ลงท้าย ๆ  ใช่ความเหงาป่าวคะพี่พงษ์
    
    คิดถึงค่ะ
  • ร้อยแปดพันเก้า

    7 พฤศจิกายน 2548 08:19 น. - comment id 533750

    สวัสดีครับ พี่ก่อพงษ์
    59.gif59.gif
    
    ไม่ได้มาคุยหลายวัน ช่วงนี้ชีพจรลงเท้าเดินทางบ่อย ผมเพิ่งกลับจากรพ.ศิริราชครับ คุณพ่อผมไปเข้าคิวรอยิงเลเซอร์ที่ตาเพราะเป็นต้อหิน ผลจากการทานยาต้านมะเร็งและคีโม
    ท่านกังวลกว่าการเจ็บปวดน่ะครับ เกรงว่าจะมองไม่เห็น พยายามคิดในทางดีก่อนว่าวิทยาการทางการแพทย์ดีมาก ที่เหลือก็คุยให้กำลังใจกัน
    
    ช่วงนี้ น้องสาวผมเอาหนังสือมาฝากหลายเล่มครับ พี่ก่อพงษ์คงเคยอ่าน แก้วลอดฟ้า ของมาลา คำจันทร์แล้วนะครับ ผมหยิบเล่มเบาๆที่สุดของชาติ ภิรมย์กุลมาอ่าน อารมณ์ไม่ค่อยปกติ อาจจะเหนื่อยจากการเดินทางน่ะครับ
    
    ผมไม่ได้ย้อนกลับไปตอบกระทู้เก่าของพี่นะครับ ขอรวมยอดตอบที่นี่ พี่ให้ข้อคิดในการครองคู่ที่ดี ผมเห็นด้วยกับพี่ครับ ส่วนที่ดีของพี่ที่ผมมองเห็นชัดที่สุดคือ ความจริงใจ พี่สามารถเล่าเรื่องครอบครัวของพี่ให้ผมฟัง และพี่ยังมีแนวทางแน่วแน่กับมุมมองในการใช้ชีวิตและสร้างครอบครัวของพี่ ผมชื่นชมมากครับ สำหรับผมนั้น ผมศรัทธาในความรักครับ อดีตความรักของผมยังกรุ่นอยู่ในอารมณ์ แต่ตอนนี้ทำงานอย่างเดียว ไม่ทราบเหมือนกันว่า หัวใจมันหายไปไหน ผมไม่ศรัทธากับการมีครอบครัว หรือการใช้ชีวิตคู่นะครับ แต่ผมก็มองเห็นมันจากที่พี่เล่ามาตลอด เรื่องนี้ได้คุยกันยาว แต่คงไม่เหมาะกับตรงนี้เท่าไร 
    
    ผมรอซื้อหนังสือเล่มที่๔ ของพี่อยู่นะครับ จะซื้อฝากพ่อผมด้วย เพราะหวังว่าท่านจะได้อ่านเองได้ และกลับมาใช้คอม และเล่นเอ็มกับลูกและหลานของท่านเหมือนเดิม
    
    พี่ก่อพงษ์สบายดีนะครับ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ คงเหนื่อยน่าดูเพราะเปิดเทอมแล้วด้วย
    ผมตามอ่านงานพี่เสมอ แต่อาจไม่บ่อยนะครับ ผมหยุดงานหลายวัน ลูกชายผมก็เหงาๆไปเลยเพราะไม่มีเวลาเล่นกันเอาไปฝากเค้าดูแล เย็นนี้คงปล้ำกันอาบน้ำ หาเห็บให้กันตามเรื่อง
    
    ขอตัวทำงานนะครับ ไว้ว่างๆ ผมจะเข้ามาอีกครับ
  • ก่อพฃษ์ พงษพรชาญวิชช์

    7 พฤศจิกายน 2548 09:14 น. - comment id 533762

    สวัสดีครับแสงมีเงา 
    
              ชื่อนี้เท่ห์กว่า
    ใช้ชื่อใหม่ดีเหมือนกันครับ-นะ
    
    ------------------------
    
    ฮ่าๆ  คุณมัทพูดได้ขำดี 
            ชอบฟังที่คุณมัทเล่านะครับ
     
            ผมเหงาเล่นๆ ดอกครับ
    
    ------------------------
    
    สวัสดีครับคุณร้อยแปดพันเก้า
    
         ยายของผมไปลอกเนื้อเยื่อที่ปิดกระจกตาออก แกบอกว่าโลกกลับมาใสแจ๋วเหมือนเดิม สามปีมาแล้วนะครับ   แต่ก่อนอิดออดจะไม่ไปหาหมอล่ะ
         แง่มุมของครอบครัวมันมีทั้งสุขและทุกข์นะครับ  แต่พูดก็พูดเถอะ  ชีวิตคนเรานี่ ใครก็ตาม ผมว่ามีความทุกข์มากกว่าความสุขทุกคนครับ  เพียงแต่ใครจะทำใจเป็น ทำใจได้มากกว่ากัน  และถ้าเลือกได้ ความจริงมันเลือกไม่ได้แล้วล่ะครับ  ผมอยากเป็นนักพรตมากกว่า  ปฏิบัติเพื่อหลุดพ้นจากทุกข์อย่างเดียว
          ผมอ่านงานของคุณมาลา คำจันทร์ เยอะมาก  เล่มสุดท้ายคือเจ้าจันทร์ผมหอม  ผมชอบสำนวนและถ้อยคำของคุณมาลามากครับ
         ผมสบายดีครับ ร่างกายแข็งแรงขึ้น คงเพราะใช้แรงงานนี่แหละ กับพักผ่อนก็มากขึ้นกว่าเก่าด้วย
    
         กวีนิพนธ์ กล่อมแคว้น  ถ้าเป็นเล่มแล้ว  ผมจะนึกถึงคุณร้อยแปดพันเก้าเป็นคนแรกครับ-ขอบคุณมาก
  • ก่อพงษ์

    7 พฤศจิกายน 2548 09:16 น. - comment id 533763

    ผมรีบไปครับ  พิมพ์ชื่อตัวเองผิด
  • แมงกุ๊ดจี่

    7 พฤศจิกายน 2548 11:46 น. - comment id 533806

    หากเลือกระหว่างความเหงา
    กับความวุ่นวาย
    มะกรูด...ขอเลือกความเหงา    แม้เดียวดาย
    แต่ก็ไม่สับสน...ยังมีหลายอย่างให้ต้องคิดต้องทำ....
  • เพรง.พเยีย

    7 พฤศจิกายน 2548 12:54 น. - comment id 533842

    มาสวัสดีทักทายความเหงา แบบเงียบๆ ค่ะ
    
    เวลาเหงาๆ นี่  ก็เหมือนคุณก่อพงษ์บอก
    แม้นจะเขียนอะไรไม่ได้  
    แต่ก็ทำให้อ่านกลอนได้อารมณ์สุนทรีกว่าเยอะเลยค่ะ
    
    ที่บ้านคุณก่อพงษ์ฝนตกหรือเปล่าคะ
    ที่กรุงเทพฯ ตกมาสองวันแล้ว
    อากาศปลายฝนต้นหนาวนี่  สดชื่นดีจริงๆ 
    แต่ก็ต้องระวังไข้หวัดใหญ่  มักจะระบาดช่วงนี้
    รักษาสุขภาพนะคะ
    
    1.gif
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    6 พฤศจิกายน 2548 15:38 น. - comment id 535401

    ฮ่าๆ   สวัสดีครับมิตรของผม
    
         เมื่อยกับงานใช้แรงครับ พักอ่านหนังสือแล้วกะจะงีบก็งีบไม่ลง  เข้าเน็ตมาเขียนอะไรดีกว่า   ตั้งใจจะเขียนโคลงเรื่องบัวแดง   ความจำโคลงเก่ามารบกวนก็เลยหยุดเสียกลางครัน   บทนั้นผมจำมาจากที่พ่อเคยว่าให้ฟังว่า   สายบัวบอกลึกตื้น... ชลธาร  พออันนี้มากวนก็เลยไปต่อไม่ได้  ไม่อยากใช้ถ้อยคำอย่างนั้นด้วย   เลยเขียนความเรียงตลกๆดีกว่า    อย่างที่เห็นนั่นแหละ ครับ
    
       ผมอ่าน aday ฉบับที่ 62  จบไปแล้วครับ เขาลงสัมภาษณ์นักเขียนซีไรต์ตั้งหลายคน   อ่านแล้วก็ชอบใจ  นึกๆ ว่าต่อไปคงเป็นคิวของ ก่อพงษ์-ฮา
    
       พูดเล่นๆนะครับ  คงไม่เคืองผม
  • ดอกข้าว

    6 พฤศจิกายน 2548 19:03 น. - comment id 535435

    ผมอยากทราบว่าคุณก่อพงษ์ ทำหนังสือไปกี่เล่มแล้วครับ
    
    แล้วแต่ละเรื่องต้นทุนในการพิมพ์เท่าไร?
    
    ถ้าหน้าปกและกระดาษในดี เงินที่ใช้ทำมันประมาณเท่าไรครับ?
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    6 พฤศจิกายน 2548 19:48 น. - comment id 535450

    สวัสดีครับคุณดอกข้าว
    
         ตอบคร่าวๆก่อนตอบละเอียดนะครับ
    
    ผมทำเล่มหนังสือไป 3 เล่มครับ
    
    1.  แด่เธอนักเดินทาง  : กวีนิพนธ์ (ทำแจกเพื่อน)
    
    2.  ตอก : ความเรียงล้อยุค  ( ทำขาย-ขายเกลี้ยง  )
    
    3.  กล่อมขอบแคว้น :  กวีนิพนธ์ ( ทำประกวดชิงรางวัลเซเว่น บุ๊ค อะวอร์ดส์ ปี 2548
    
    เล่มที่ 4  กะจะออกให้พอดีกับฤดูกาลประกวดวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซี่ยน หรือซีไรต์(ช่วงของกวีนิพนธ์) ชื่อเล่ม กล่อมขอบแคว้น
    
    ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ผมขอเวลาค้นบัญชีค่าใช้จ่ายก่อนนิดหนึ่ง   เพราะเพิ่งย้ายข้าวของปรับปรุงบ้าน   เอกสารมัดรวมกันใส่กระสอบปุ๋ยไว้บนยุ้งข้าว-ฮา
    
    ผมพูดจริงครับ
    
    เดี๋ยวผมกลับมาให้รายละเอียดวันที่ 7 พย.2548 นะครับ โปรดอดใจรอ
    
    แต่ก็ขอบคุณครับที่อุตส่าห์ติดตาม
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    6 พฤศจิกายน 2548 19:51 น. - comment id 535452

    แก้คำนิดหนึ่งครับ
    
    เล่มที่ 4  กะจะออกให้พอดีกับฤดูกาลประกวดวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซี่ยน หรือซีไรต์(ช่วงของกวีนิพนธ์) ชื่อเล่ม กล่อมแคว้น
  • ดอกข้าว

    8 พฤศจิกายน 2548 12:43 น. - comment id 536349

    ความรู้สึกไม่ต่างกันครับ
    
    .....
    
    
    กวีนิพนธ์ตามร้านหนังสือมีน้อยมากครับ
    
    ขอบคุณคุณก่อพงษ์มากครับ
    
    ผมก็หลงเสน่ห์อักษรแล้วครับ
    
    ปีหน้าแล้ว ช่วงกวีนิพนธ์ ..
    
    เอาใจช่วยพี่ก่อพงษ์ครับ
  • แทนคุณแทนไท

    8 พฤศจิกายน 2548 13:57 น. - comment id 536377

    เส้นเสียงในงานคุณไม่ธรรมดาดอกครับ....
    
    บทกวีดีที่ไม่ได้วางอยู่บนแผงวรรณกรรมก็มีมากนัก เช่นงานหลายชิ้นของคุณ...
    
    สวัสดีความเหงา
    ผมก็ตู่เอาว่าเราคุ้นกัน
  • ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์

    8 พฤศจิกายน 2548 15:31 น. - comment id 536411

    ขอบคุณคุณดอกข้าวและคุณแทนคุณแทนไทมากครับ

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน