10 มีนาคม 2553 19:20 น.
จะไม่เด็ด.
จ้องมองฟ้าคราเหงาเราต้องหมอง
แดดแผดส่องฉาบหน้าคราบ่ายสาย
ท่ามความสว่างยังเร้าเราหน่ายกาย
กลัวตัวพ่ายแสงนั้นบั่นชีวี
ณ ตะวันชิงพลบละห้อยคล้อย
พร่ำสำออยสร้อยสร้างวลีนี้
เมื่อเหลือน้อยแสงไปได้ดีกรี
เสริมเติมแต่งสุนทรีย์..เสียก่อนนอน
อาบภาพฟ้าสีทองผ่องพรรณสวรรค์
เฉกเสกสรรค์สุขาวดีขจรฟ้อน
งามท่ามเมฆเรขศิลป์ฉะอ้อนจร
หยดบทกลอนเกลื่อนฟ้าอย่าเศร้าเนาว์
ลมห่มไอไหลลับกับปลายสาย
แนวแถวท้ายทุ่งทางร้างเงาเขา
ฟ้าครานี้มืดนักจักเศร้าเรา
สิ้นกลิ่นเหล้ารำพึง..ถึงคราลา..
...แบบว่า..ไม่รู้สิ
8 มีนาคม 2553 09:14 น.
จะไม่เด็ด.
นี่สิ..จึงจะเรียกว่าความรัก
นี่สิ..จักเรียกว่าความสมหวัง
นี่สินะ..ที่เขาเรียกว่าภวังค์
นี่สิ..พลังที่ซ่อนไว้ซึ่งภายใน
นี่สิ..บทรักที่ปรารถนา
นี่สิ..ศรัทธาที่เลื่อมใส
นี่สิ..ลึกซึ้งถึงอณูใจ
นี่สิ..ใหนหละ...คนที่รอ..(อ้าว..อิอิ)
นี่สิ..เหงา..ที่เราประสบ
นี่สิ..จำใจคบมาเรื่อยหนอ
นี่สิ..เพื่อนที่ไม่เคยรอ
นี่สิหนอ..เรียกรักจริงไม่ทิ้งกัน
นี่สิ..ถึงจะเรียกว่าแนบแน่น
นี่สิ..แฟนที่ไม่คาดฝัน
นี่สิ...ถึงจะเรียกว่าผูกพันธ์
นี่สิฉัน..ตกหลุมรัก..เหงา..หมดใจ..อิอิ...
(มีต่อ)
นี่สิ...ที่อยากเรียกว่ากลบท
นี่สิ...หยาดหยดความหวั่นไหว
นี่สินะ...กล..บทจะเหงาใจ
นี่สิ..ใช่..ให้ตายสิ...อิอิ
...แบบว่า...หาที่จบไม่ได้อีกหละ..อิอิ
7 มีนาคม 2553 19:01 น.
จะไม่เด็ด.
สงวนสิทธิ์กลอนเหงาที่เราแต่ง
ไม่อาจแบ่งให้ใครได้ทั้งหมด
ด้วยว่าแต่งครานี้มีรันทด
อาจต้องงดความหวาน..น้ำตาลน้อย
ที่เริ่มมาว่าด้วยเรื่องเหงาเหงา
ด้วยคนเล่ารักอยู่ไกลให้สุดสอย
ถ้อยวลีที่กล่าวอ้างช่างสำออย
แต่ไม่น้อยความจริงใจใช่โลเล
หว่านความรักทิ้งไว้ด้วยปลายหมึก
เป็นจารึกความภักดีมิหักเห
ถนอมน้ำใจที่ถ่ายรักไม่ซวนเซ
โอ้ละเห่...กล่อมใจไฉนลืม
จนบัดนี้มีเหงามาเข้าเทียบ
ท่าจะเสียเปรียบเพราะเราเขาไม่ปลื้ม
หรือบางทีเขาตั้งใจจะให้ลืม
จึงต้องดื่ม...เป็นประจำ
เรื่องเรื่อยเปื่อยเอื้อยอ้ายของชายโสด
อาจไม่โปรดแต่อย่าเก็บไปแอบขำ
ถ้าจะหากให้ดีก็อย่าอำ-
พะนมคำ..แถลงปลอบชอบนักเอย..อิอิ
..แบบว่า..ไม่รู้สิ...พู่ไม่ชัด
ภาพจาก..http://2.bp.blogspot.com/_XJZKTNvYf7Q/Sj4mNwNK6iI/AAAAAAAABLM/b1Nibu6KpIE/s400/%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%94.gif
6 มีนาคม 2553 15:30 น.
จะไม่เด็ด.
วันวิเวกหวังวุ่นว่าว่างเว้น
ย่ำยามเย็นหยัดยืนอยู่ยอดเหยา
มุ่งเมียงมองม่านเมฆมืดมนเมา
ข้างเคียงเขาขมขื่นขืนคิดคอย
ทิ้งท่อนทุบถ่านเถ้าที่ท้ายทุ่ง
กับไก่กุ้งก้ามก้างแกงก้าบก้อย
เด็กด้านดื้อด้าวดินดิ่งดงดอย
เห็นหิงห้อยห้างแห่งให้โหยหา
อันไออุ่นอกเอยเอ่ยแอบอ้าง
เบิ่งบ่งบ้างบางใบบอกใบ้บ้า
ร่ายเรื่องราวร่องรอยร่างโรยรา
เพื่อผันพาผินพักตร์พบภาพเพ็ญ
ป้องปีนป่ายป่าไปเปื้อนป้ายปื้น
ค่อนข้างคืนคงข้ามเขตความเข็ญ
หยุดย่างย้ายอยู่ยืนอย่างยากเย็น
หนักหน่วงเน้นหนึ่งนั้น..น่าเหนื่อยหนอ
...แบบว่า..ไม่รู้จะจบยังไง..อิอิ
3 มีนาคม 2553 13:33 น.
จะไม่เด็ด.
เสียงลมล่องบรรเลงเพลงพิศวาส
ลู่ลมลาดลอยไกลห้ามใหลหลง
ผ่านผะแผ่วแน่วแน่แม่โฉมยงค์
น้าวอนงค์ด้วยสำเนียงเสียงดนตรี
ขับสังคีตโสภิณจินต์ชุ่มฉ่ำ
เพียรเหยาะย้ำอารมณ์ถมศิลป์ศรี
คนธรรพ์ขับสดับยินสั่นอินทรีย์
กล่อมนารี ณ ที่ร้างห่างสัญจร
พล่ามวิพากษ์ธรรมชาติที่ดาษดื่น
ท่ามวันคืนที่ผ่านพ้นบนสิงขร
เพลงเดียวดายร่ายร้องคล้องอาวรณ์
นิมิตซ้อนกับฝัน..นั้นของนาง
ภาพดาวตกตระหนกจิตดีดพิณเร้า
กลุ้มทรวงเราข้ามคืนฝืนรุ่งสาง
เพลงพัดแผ่วแอ่วเยือนเรือนรุงราง
สู่โสตนางรังสรรค์ฝันละมุล
...แบบว่า