27 พฤษภาคม 2550 21:27 น.

%%...ข้าวฟ่าง...%%

ฉางน้อย

       ..... สวัสดีฮะพี่ๆ ผมขอแนะนำตัวนะฮะ 

ผมเป็นแมวเด็กผู้ชายฮะ ชื่อ..ข้าวฟ่าง.. อายุราว 1ขวบกว่านิดหน่อย

ผมเป็นแมวที่ร่าเริง แจ่มใส ซุกซนไปตามประสาแมวๆน่ะฮะ กำลังอยู่ในวัยอยากรู้ อยากเห็น

แต่ทำไมหม่าม๊าบอกว่า ถ้าเป็นภาษาคน เขาเรียกว่า แมวสู่รู้น่ะฮะ 

ผมงงจังกับคำนี้ 

ตอนนี้ผมอยู่กับพี่แมวอีกราว7ตัวกะพี่หมาอีก1ตัวฮะ ผมเป็นน้องแมวคนสุดท้อง 

เอ๊ยตัวสุดท้องที่หม่าม๊ารับเลี้ยงผมไว้ฮะ

หม่าม๊าบอกว่า ชื่อ ข้าวฟ่าง นี้มีที่มา ซึ้งเพี้ยนมาจากคำว่า ..เขาขว้าง.

โห อะไรกันนี่ แม่ผมเป็นแม่แมวใจแตกเหรอเนี่ยะ ไม่จริ๊ง ไม่จริง ผมรับไม่ได้ 

โอ้..พระเจ้าช่วยกล้วยปิ้ง ฉางผิงตกบ่อ (คำนี้ผมเผลออุทานในใจฮะ ถ้าอุทานนอกใจผลเป็นไง ยังไม่รู้เลยฮะ )

หม่าม๊าบอกว่า ตอนเด็กๆ ผมน่าเกลียดมากๆ ขี้เหร่ คนเขาไม่รักเลยขว้างมาทางนี้ 

ก็ตอนที่เขาขว้างผมมาเขาไม่ได้ขว้างใบสูติบัตรแนบมาด้วยนี่นาว่า ผมชื่ออะไร เกิดวันเดือนปีที่เท่าไหร่

หม่าม๊าเลยตั้งชื่อตามสถานการณ์ตอนนั้น จากเขาขว้าง เพี้ยนเป็น ข้าวฟ่าง

สมาชิกบ้านหม่าม๊ามีหลายตัวฮะ ที่ผมคุ้นเคยสนิทสนมด้วย รวมทั้งพี่หมามะลิอีก 1 ตัว

ผมยกตัวอย่างให้ฟัง เอ๊ย ให้อ่านสัก 2- 3 ชื่อนะฮะ เช่น

- พี่แตงกวา พี่แตงกวา เป็นแมวเพศผู้เหมือนผม หม่าม๊าบอกว่า พี่เค้าเป็นแมวพันทาง ( แบบว่าทางใครทางมันน่ะฮะ)

 ผมไม่ค่อยชอบขี้หน้าพี่แตงกวาเท่าไหร่หรอกฮะ เพราะเขาเป็นคู่แข่งกับผม
แย่งกันจีบพี่สาวข้างบ้านประจำ555555

- พี่ฉางผิง พี่สาวแมวคนนี้ เอ๊ย ตัวนี้เป็นแมวที่ต้องล่ามโซ่ไว้ฮะ
ไม่งั้นเธอจะไปเหล่แมวหนุ่มๆข้างบ้านประจำ
หม่าม๊ากลัวท้องไม่มีพ่อ(แมว)เลยกลับล่ามโซ่ไว้ซะ

..อีกอย่างเธอหนีเที่ยวแล้วกลับบ้านไม่ถูก

- ป้าเหลียง หรือ หม่าม๊าเรียกว่า อาเหลียง เป็นป้า(แมว)อาวุโสที่สุดในบ้าน
แต่ชอบวางตนเป็นใหญ่กว่าทุกคน ชอบข่มแมวเด็กๆอย่างพวกผม ผมไม่กลัวป้าหรอกฮะ

ผมชอบแกล้งตะบปหน้าป้าแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต ก็ป้าเหลียงแก่แล้วนี่นา คงไม่มีแรงวิ่งไล่ผมทันหรอกฮะ

ป้าเหลียงชอบนั่งทำตาโตๆดุๆ ชอบเก๊กหน้า(แก่ๆ)

- พี่มะลิ ชื่อนี้เป็นพี่หะหมานะฮะ เป็นพี่สาวทึนทึก เพราะเป็นหะหมาที่ไม่มีสามี

หม่าม๊าเลยแกล้งเรียกประชดว่า หมาสาวทึนทึก ผมฟังก็ไม่เข้าใจ คำว่า ทึนทึก แปลว่าอะไร 

แต่หม่าม๊าบอกว่า เป็นภาษาคน แมวซื่อๆ(บื้อ)อย่างผมฟังไม่เข้าใจหรอกมั้งฮะ

พี่ๆในบ้านหม่าม๊าล้วนแล้วแต่สร้างวีรกรรมไว้มากมายฮะ วันหน้าจะค่อยๆทยอยเล่าให้ฟัง

วันนี้ฟังเรื่องราวซื่อๆ(บื้อ)ของผมก่อนดีกว่านะฮะ 5555

หม่าม๊าบอกว่า ผมเองก็เป็นแมวพันทาง(คงจะทางใครทางมันอีกละมั้งฮะ)

แต่ตัวผมเองคิดว่าตัวเองเป็นแมวพัน..พันแข้งพันขาน่ะฮะ 

ก็อบอุ่นดีออกเวลาเจอคนที่แมวอย่างพวกเรารัก ก็ไปคล้อเคล้า เย้าหยอก

 ไปพันแข้งพันขาให้เจ้าของรำคาญเล่น


แต่พวกคุณคงไม่รุ้หรอกมั้งว่า นั่นเป็นวิธีการแสดงออกซึ่งความรักของพวกผมที่มีต่อเจ้าของ 

ผมจะบอกอะไรให้นะฮะ แมวแต่ละตัว แต่ละสายพันจะมีวิธีการแสดงออกด้านความรักไม่เหมือนกัน 

อย่างผมเนี่ย ชอบพันแข้งพันขา ร้องแง้วๆๆๆ ไม่ค่อยร้องเหมียวๆเท่าไหร่หรอกฮะ 

บางตัวก็เลียที่มือบางตัวก็เลียหน้า หรือ บางตัวเอาจมูกมาดมๆที่แก้ม( วิธีนี้ผมชอบทำกับพี่สาวคนข้างบ้านฮะ 555 )

หม่าม๊าตัวดีเชียวฮะ ชอบเอาเรื่องราวของผมไปเล่าให้พี่สาวคนข้างบ้านฟัง 

ก็มันผิดตรงไหนล่ะฮะก็ผมแค่ไปเที่ยวนอกบ้าน กลับมาก็หาของฝากมาให้หม่าม๊าด้วย 

วันก่อนผมไปตะบปพี่จิ้งจกมาฝากหม่าม๊า หม่าม๊าร้องกรี๊ดดดดลั่นบ้านเลยฮะ

 คงดีใจมาก ที่เห็นของฝากจากผม

(วันหลังผมจะหาพี่แมลงสาปมาฝากหม่าม๊าอีกฮะ ผมทำเพื่อหม่าม๊าเลยนะฮะเนี่ยะ)

ผมเป็นแมวขนนุ่ม น่ารัก สีขาวตลอดทั้งตัว แต่หม่าม๊าชอบพูดว่าผมเป็นแมวซื่อ(บื้อ)เซ่อๆซ่าๆ เอ๋อๆ ต๊องส์

สารพัดที่หม่าม๊าจะสรรเสริญเยินยอผมฮะ 5555

 ผมชอบไปมุดรั้วสังกะสีหลังบ้าน เพื่อไปหาพี่สาวคนสวยข้างบ้าน
ผมแกล้งไปร้องแง้วๆๆ ทำหน้าตาบ๊องแบ๊ว พี่สาวคนสวยก็อดใจไม่ไหว ก็อุ้มผม เล่นกับผมซิฮะ ผมชอบจะตายไป

ผมคงมีนิสัยเจ้าชู้ติดมาจากปู่( โทษใครไม่ได้ โทษปู่เอาไว้ก่อน อิอิ)

ผมเลยแอบเอาจมูกดม(แอบหอม)แก้มพี่สาวคนข้างบ้านด้วย อิอิ แทนที่พี่สาวเค้าจะตกใจ กลับหัวเราะชอบใจ

บอกว่า ไหนๆ เจ้าข้าวฟ่าง ลองหอมแก้มใหม่ซิ ผมได้ทีขี้แพะไหลซิครับ เอ๊ย ได้ที ขี่แพะไล่ซิฮะ 5555
รีบเอาจมูกแมวไปดมแก้มเธออีกครั้ง

 เธอชอบใจ แถมนำเรื่องนี้ไปนินทา เอ๊ย ไปเล่าให้หม่าม๊าฟังอีกถึงผมเป็นแมวเด็กๆ แต่ผมก็อายเป็นนะครับ

หม่าม๊าบอกว่า ผมจะเป็นคน เอ๊ย เป็นแมวที่มากเรื่อง เรื่องมากในอาหารการกิน ต้องกินปลาทูดีๆ

ปลาทูงี้ ต้องเป็นของแท้มาจากแม่กลอง แล้วคุณรุ้ไหม ปลาทูของแท้จากแม่กลองเป็นไง 

เอียงหูมา ผมจะบอกเทกกะหนิกให้ ง่ายนิดเดียวฮะ

 ปลาทูของแท้จากแม่กลองต้องตัวอ้วนๆ อวบๆ 

และที่สำคัญต้องหน้างอ คอหักด้วย นี่แหละ ที่ผมชอบกินแหละ อร่อยๆๆๆ 55555

ขอบคุณหม่าม๊าฮะ ที่เก็บผมมาเลี้ยงจากไอ้เขาขว้าง กลายมาเป็นข้าวฟ่างที่น่ารักอย่างทุกวันนี้ 

เอ ..แล้วพรุ่งนี้หม่าม๊าอยากได้อะไรไหมน๊า 

          อยากหาพี่ตุ๊กแก มาให้หม่าม๊าจังหม่าม๊าจะได้ดีใจร้องกรี๊ดดดด ลั่นบ้าน

คราวนี้คงร้องกรี๊ดดดดพร้อมกับกระโดดด้วยความดีใจแน่เลย

.......ตั๊บแก.......

.................T h e En d......... 


00008_0.jpg				
30 เมษายน 2550 23:15 น.

%%..บันทึกจากมะพร้าวถึงทะเล..%%

ฉางน้อย

.......บันทึก จากมะพร้าวถึงทะเล.......


"...แล้วมะพร้าวก็กลับมา เราดีกันแล้ว ทะเลเป็นฝ่ายคืนดีกับมะพร้าวก่อน

10 วันที่ผ่านมานั้น มะพร้าวไม่เคยโกรธทะเลเลย การหายตัวไป ก็เพียงเพื่อหลบพักใจเท่านั้น

มะพร้าวก็น้อยใจเหมือนกัน นานๆจะเจอทะเล แต่ทะเลมาทำมะพร้าวร้องไห้แงๆซะนี่

อย่านึกนะว่าตัวเองร้องไห้คนเดียว มะพร้าวคิดอยู่แล้วว่าทะเลเป็นคนชอบคิดมาก

มะพร้าวก็คิดมากซิ คิดว่าตัวเองทำอะไรไม่ดีกับเพื่อนตรงไหนหรือเปล่า ? ..."

.....นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหน้าสุดท้ายของบันทึก(ออนไลน์)ที่มะพร้าวบอกกล่าว
พูดคุยเรื่องราวระหว่างเธอกับเพื่อนคนหนึ่งที่ชื่อ ... ทะเล...

เหตุการณ์เหล่านี้อาจผ่านพ้นไปแล้วสำหรับมะพร้าว แต่เมื่อทะเลได้มาอ่านเจอย้อนหลังกลับทำให้ความรู้สึกผิดมีมากขึ้น เป็นความรู้สึกที่ยากแก่การลบเลือน

..ทะเล รู้ตัวอาจไม่ใช่คนดี อาจไม่ได้เป็นเพื่อนที่ดีนักสำหรับมะพร้าว
เพื่อนที่ดีต้องไม่ทำให้เพื่อนร้องไห้ เสียใจหรอกนะ

ทะเลนั่งหลับตานิ่งๆเพื่อขับไล่น้ำตาที่ซึมให้ไหลย้อนกลับไปข้างในใจสั่นมือไม้สั่น

เมื่อทบทวนเหตุการณ์ต่างๆก่อนสงกรานต์เมษาที่ผ่านมา

หากทะเลใจเย็นกว่านี้สักนิด เหตุการณ์เหล่านี้คงไม่เกิดขึ้น

วันนั้นทะเลจำเรื่องราวได้ดีทะเลทะเลาะกับมะพร้าวด้วยเรืองไม่เป็นเรื่อง
เป็นเพราะความใจร้อนของทะเล 

ทะเลรู้ หลังจากทะเลาะกันมะพร้าวต้องร้องไห้แน่นอน ขี้น้อยใจอยู่นี่
ทะเลก็ผิดนะ ยอมรับตัวเอง ผิดที่ใจร้อน วู่วาม 
ไม่คิดก่อนพูด จนเกือบทำให้ต้องเสียมะพร้าวเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งไป

เมื่อได้มาอ่านเจอบันทึก(ออนไลน์)ของมะพร้าว ยิ่งทำให้รู้สึกผิดในใจมากขึ้น
ก็นับว่าเป็นความบังเอิญจริงๆ บังเอิญที่ได้เข้ามาอ่านบันทึก(ออนไลน์)หน้าสุดท้ายพอดี

มะพร้าวคงน้อยใจทะเลมากใช่ไหม? มะพร้าวคงเสียใจกับการกระทำที่ไม่มีเหตุผลของทะเลใช่ไหม? ทะเลรู้
มะพร้าวคิดมาก น้อยใจทะเลถึงกับหลบไปทำใจพักผ่อนสมองที่ไหนสักแห่ง

ตอนนั้นเราสองคนต่างหันหลังคุยกัน เธอ..ฉันต่างแยกเดินคนละทาง
แต่ต้องขอบคุณบันทึกของมะพร้าวต่างหากที่ทำให้เราสองต่างรู้ซึ้งมากขึ้นกับคำว่าเพื่อน
 คำว่ามิตรภาพที่แท้จริง ขอบคุณมะพร้าวที่ไม่เคยลืมเพื่อนคนนี้เลย

คำขอโทษ การสำนึกสิ่งถูกผิดของทะเลช่วยลดทิฐิที่อยู่ภายในใจได้มากทีเดียว

คิดได้ดังนั้น ทะเลก็ออกติดตามามะพร้าวทุกแห่งทุกที่ ที่คิดว่าเธอจะไป 

สุดท้ายทะเลก็ยิ้มได้ ยิ้มกว้างดวงตาเป็นประกายฉายแววดีใจ


           ณ.เกาะรังใหญ่ จ.ภูเก็ต รายล้อมด้วยน้ำทะเลด้วยใส ชายหาดสวยงาม

"...ถามจริงๆนะ ตอนที่มะพร้าวหายไป ทะเลคิดถึงเราบ้างไหม ?.."

มะพร้าวเอ่ยถามทะเลเพื่อนรักของเธอขณะที่เดินรอบๆเกาะด้วยกัน

"...คิดถึงซิ แหมๆถามได้ รู้สึกผิดด้วยที่ทำไม่ดีกับมะพร้าวหลายอย่าง
พูดจากับมะพร้าวไม่ดีหลายเรื่อง กลัวมะพร้าวโกรธถึงกับว่าไม่ให้อภัยทะเลอีก..."

ทะเลตอบพลางยิ้มให้มะพร้าวแบบใส่น้ำตาล 2ช้อนโต๊ะโดยประมาณ ( ฮ่า )

"...แต่ทะเลก็ยังมีเพื่อนอีกมากมาย ไม่ว่าหาดทรายขาว หรือเจ้าปูลมแสนซน หรือแม้แต่คนเกเรที่ชื่อสายลม อีกล่ะ ... "

มะพร้าวพูดทำเสียงกระเง้ากระงอด งอนๆออดอ้อนพองาม กลัวว่าถ้างอนกว่านี้ จะงอมเกินงาม ( ฮ่า รอบสอง อิอิ)

"...ไม่หรอกน่ะ ยังไงๆ ทะเลก็รู้ว่ามะพร้าวยังรอทะเล  มะพร้าวยังคิดถึงเพื่อนคนนี้ ใช่ไหม  ?

ดูอย่างต้นมะพร้าวต้นนั้นซิ แม้จะเหี่ยวแห้งเฉาใบขาดวิ่นไปตามสภาพกาล
แต่ก็ยังคงยื่นลำต้นทอดตัวเองเหยียดยาวเข้าหาท้องทะเล

เหมือนใครบางคนละมั้งที่ชะเง้อตั้งหน้าตั้งตารอคอยการกลับมาของทะเลคนนี้ไง .."

".. บ้า ทะเลบ้า หาว่าเค้าจะชะเง้อรอคอยใครบางคนจนเหี่ยวแห้งล่ะซิ แหมๆ .."

พูดจบต่างก็หัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างสบายใจ พร้อมยิ้มรับกับตะวันยามเช้า 

ทั้งคู่ต่างถอดรองเท้าแตะวางทิ้งไว้บนผืนทรายพลางย่ำเท้าที่เปลือยเปล่าลงสู่ชายหาดเบื้องหน้าที่มีเจ้าปูลมตัวน้อยๆวิ่งไล่กันอย่างซุกซน

ท้องทะเลยามเช้ายังคงสงบนิ่ง อากาศของเช้าวันนี้แจ่มใสเป็นพิเศษ
คลื่นลมทะเลก็ทอดตัวนิ่งๆกว่าทุกวัน ไม่มีทีท่าว่าจะมีเค้าของพายุฝนแต่อย่างใด

...คงเหมือนคำกล่าวโบราณกระมังที่เขาชอบพูดว่า หลังพายุร้ายพัดผ่านไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่ก็คือความใสสว่างของท้องฟ้า โดยปราศจากเมฆหมอกมาบัง..

แล้วคุณล่ะ อย่าให้ความมีทิฐิในตัวคุณมาทำร้ายตัวเอง อย่าให้ทิฐิมาทำลายความรู้สึกผิดถูก

ยากนักกว่าที่คนเราจะบ่มจะทนุถนอมความรู้สึกดีๆให้แก่กัน ยากนักที่จะสร้างคำว่า ....

 ดอกไม้แห่งมิตรภาพที่ดีๆให้เจริญงอกงามขึ้นมาได้สัก 1 ดอก

กว่าที่ดอกไม้แห่งมิตรภาพจะงอกงามเจริญเติบโตขึ้นได้นั้นอาจใช้เวลาเป็นเดือน สองเดือน หรือเป็นปี 

แล้วคุณจะทำลายดอกไม้นั้นเพียงชั่วพริบตาเดียวเทียวหรือ

เพียงแค่เศษเสี้ยววินาทีคุณก็สามารถทำลายลงได้หากไม่รู้จักประคับประคองใจตัวเองให้มั่นคงแข็งแรง

.            ............The  End .............


00019_5.jpg				
29 เมษายน 2550 12:40 น.

%%..แทนคำว่า รัก ..%%

ฉางน้อย

 " ...คุณสนใจสินค้าชิ้นไหนชมได้นะคะ ตามสบายค่ะ "

พนักงานสาวสวยเอ่ยทักทายลูกค้าสาวด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร

นั่นพลอยทำให้ ยิหวา หรือ วายิ้มตอบด้วยความเต็มใจ

" มีตุ๊กตาผ้าตัวใหญ่ๆไหมคะ ?"

เด็กสาวเอ่ยถามพนักงานขายหลังจากที่เดินดูแล้วไม่เจอสินค้าที่ตนต้องการ

" อ่อ มีค่ะ เชิญด้านในค่ะ " พนักงานยังคงบริการด้วยรอยยิ้มต่อไป

     วา อดที่จะยิ้มกับตัวเองไม่ได้เมื่อไปสะดุดตากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเจ้าตุ๊กตาผ้าแมวเหมียวขนาดใหญ่ 

เธออดที่จะเข้าข้างว่า เจ้าตุ๊กตานี่คงยิ้มต้อนรับเธอแน่เชียว

เธอจ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อยก็เดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยมือทั้งสองยังโอบตุ๊กตาหมีตัวโตไว้อย่างทนุถนอม


" พี่เอกคะ ....คิดถึงจัง" วาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆถึงได้คิดถึงผู้ชายคนนี้
และความคิดนี้เริ่มเข้ามารบกวนจิตใจเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

เอก...ผู้ชายที่วา คิดถึงเป็นชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาๆคนหนึ่งที่เธอรู้จัก ที่ผ่านมาๆ
วามักจะนึกถึงเขาอยากพูด อยากคุยกับเขา อยากเจอหน้าเขา เพียงแค่เวลาที่วาไม่สบายใจแค่นั้นเอง

เอก มักเป็นกำลังใจให้วาเสมอ เขาขี้เล่นพูดคุยเหมือนเพื่อน

บางครั้งชอบสอน ชอบแนะนำ ทำตัวเหมือนพี่ชายที่ดีของน้องสาว

แม้กระทั่งเอาใจใส่เรื่องส่วนตัวเล็กๆน้อยๆของวา เหมือน...เหมือนแฟน

      คำนี้ วาไม่กล้าคิด ไม่อยากคิด กลัวไม่ใช่อย่างที่คิดแล้วจะเจ็บปวด

แม้ว่าการกระทำต่างๆที่ผ่านๆมาของเอกจะบ่งบอกว่ามากกว่าเพื่อน มากกว่าพี่ชาย 
แต่วาก็ไม่กล้าคิดไกลไปมากกว่าสองคำนี้

     ใช่... เธอรู้ดีว่าพี่เอกเป็นคนดีคนหนึ่งในสายตาเธอ เขาเสมอต้นเสมอปลายตลอดที่ผ่านๆมา

แต่น่าเสียดายที่เธอไม่เคยได้คิดถึงเขาอย่างสม่ำเสมอ 

เธอมักจะคิดถึงเขาเวลาที่เศร้า เหงาทุกข์ หรือมีปัญหาบางอย่าง


" พี่เอก..วาขอโทษที่ผ่านๆมา วาทำไม่ดีกับพี่หลายอย่าง ต่อไปวาจะเป็นคนดีของพี่เอกให้สมกับที่พี่เอกดีกับวา ตลอดมาค่ะ "

วา มาถึงก็พูด พูด แล้วก็พูด หลังจากที่นัดเจอกันในร้านอาหารแห่งหนึ่ง

 อาการรีบเร่งพูดพลอยทำให้เอกแปลกใจไม่น้อยเลยทีเดียว


" วา วันนี้เป็นอะไร ปวดหัวตัวร้อนไหม ร้อนเหรอ ดูซิเหงื่อแตกซิกเชียว หรือว่า ผีเข้า "

ที่เอกถาม เพราะยังงุนงง กับอาการและคำพูดของวาต่างหาก

" เปล่าค่ะ วาสบายดี แล้วนี่ อ่ะ...วาให้พี่เอกนะ..ให้เป็นตัวแทนของวายามห่างไกลกัน ยามคิดถึงกัน
เนอะ " 

เธอพูดพลางยื่นตุ๊กตาตัวโตให้ชายหนุ่ม

" ให้เนื่องในโอกาสอะไร บอกพี่ก่อน ? " เอกยังคงถาม

" บอกแล้วนี่ว่า ให้เพราะอยากให้ไง ให้เขาเป็นแทนสิ่งต่างๆจากวา"

" วา ฟังพี่พูดนะ ...ความรัก มิตรภาพความรู้สึกที่ดีๆ

ไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งของเงินทองหรอกน่ะ

 เราต้องเอาใจแลกใจซิ "

" พี่เอก ฟังวาพูดนะ วาแค่อยากให้ เพื่อแทนคำว่า..ว่ารักจากวา แทนความรู้สึกดีๆที่วามีให้พี่ "

วา รีบพูดแทรก ก่อนที่เอกจะพูดจบ ทำให้เอกงงเล็กน้อย

" วา รู้ วาอาจไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆที่พี่รู้จักมา 

แต่วาอยากให้พี่เอกรับรู้นะคะหรือว่ารู้แต่ไม่รับก็ช่างเหอะ ที่ผ่านมาวารู้สึกดีๆกับพี่เสมอ "

วา พูด เหมือนกลัวว่าเอกจะแย่งพูดซะเต็มประดา

" ขอให้วาได้พูด ให้วาพูดก่อนที่วาจะไป "

ได้ผลชะงัด คำนี้ทำให้เอกมีแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย เอกจับมือวา

" วา จะไปไหน ? " เอกถาม

" วาต้องไปคะพี่ ก่อนไปวาอยากให้พี่เอกเก็บตัวแทนของวาให้ดีๆ

 ตัวแทนคำว่ารักของวาไงคะ "  เธอพูดแล้วน้ำตาซึม


พูดจบ วาก็แกะมือเอก เดินหนีไปทันที

" เดี๋ยวก่อนวา คุยกับพี่ให้รู้เรื่อง อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ซิ "

เอกเข้าไปจับมือวา อย่างไม่ยอมจะให้ไปไหน


" พี่เอกคะ ปล่อยวาคะ วาต้องไปแล้วจริงๆ "

" มันถึงเวลาแล้วที่วาต้องไปแล้วคะ แล้วเจอกันนะคะ "

" วาเดี๋ยวก่อน วาก็รู้ใจตัวเองดีแล้วนี่ว่าวา คิดอย่างไรกับพี่ แล้วทำไมวาต้องไป ไปไหน ไปทำอะไร ?
"

คราวนี้กลายเป็นเอกที่มีคำถามพรี่งพรูออกมาด้วยความสงสัย

" วา ปวดท้อง วาท้องเสีย จะไปเข้าห้องน้ำ คราวนี้เข้าใจหรือยังคะพี่เอก ....."

" ...???????..."

ยัยวา พูดจบก็วิ่งจู๊ดหายลับตาไปให้ห้องน้ำ

 ปล่อยให้ เอก ผู้แสนดี ยืนงงเป็นตากุ้งยิง อ่อ ไม่ใช่ซิ ต้องบอกว่า ยืนงง เป็นไก่ตาแตก

( ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมชอบเปรียบว่าเป็นไก่ตาแตก คงเป็นเพราะโดน(ตา)กุ้งยิงมั้ง เนอะ  ตาถึงได้แตก )

                    ..........The End ..........      				
28 เมษายน 2550 03:45 น.

%%..บทเพลงแห่งรัก..%%

ฉางน้อย

.....รักเอย จริงหรือที่ว่าหวาน

หรือทรมานใจคน รักร้อยเล่ห์กล

รักเอยลวงล่อใจคน หลอกจนตายใจ

รักนี้มีสุขทุกข์เคล้าไป

ใครหยั่งถึงเจ้าได้ คงไม่ช้ำฤดี.....(เพลง รักเอย..คุณกี้ร์  อริสมันต์)

          เฮ้ออออ....วันนี้ว่างๆนั่งเหงาๆริมหน้าต่าง เหม่อมองสายฝนพรำ 

อ่อ ...ตกหนักขนาดนี้คงไม่เรียกฝนพรำแล้วล่ะ น่าจะเรียกว่า ฝนไล่ช้างมากกว่า

เพราะตกซู่ ซู่  ไม่มีวี่แววว่าจะหยุดสักที ฟ้าก็ร้องครืนครางซะน่ากลัว

ลมหรือ ก็กรรโชกมาแรงมาก มากจนน่ากลัวว่าจะหอบเอาหัวใจรักของฉันปลิดปลิวไปตามแรงลม (น้านนนน..ว่าเข้าไปโน่นนนเชียว )

          ฉัน ยังคงนั่งเหม่อ ทอดอารมณ์ตามสบาย ดีน่ะ แค่ทอดอารมณ์ ถ้าทอดอย่างอื่นคงเปลืองน้ำมันพืชแย่เลย 

ทอดอารมณ์ ใช้แค่ดวงตาที่เหม่อลอย กะจิตใจที่ลอยล่องไปไหนก็ไม่รู้ซิ 

อาจจะรวมทั้งสมองตอนนั้นอาจโล่งว่างเปล่า

ท่านผู้อ่านล่ะคะ อาจทอดสมอเรือ  หรือ ทอดไข่ใส่ชะอมก็ได้คะ ไม่ว่ากัน อิอิ

          ฝนตกแรง ฟ้าร้องน่ากลัว ลมแรงมาก แบบนี้ทำให้ฉันนึกถึงเพลง ปีศาจวสันต์  ที่คุณแจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์ร้องเอาไว้ค่ะ 

      .....เราจากกันวันนั้นนานมา

แต่เมื่อวสันต์ลีลา ฤาสร่างซ่าฝนฟ้าฟูมฟาย

ฤดู ฤดี มันไม่มี วันคืนคาย

มันสาปใจ สาปกาย คล้ายมนต์ร้าย พรายผี

ผี วสันต์มันหลอก มันหลอน

ปีศาจสันต์คืนก่อน ยังอาวรณ์ เวรนี้.....(เพลงปีศาจวสันต์)

          สายฝนพรำ ร่ำๆให้ฉันคิดถึงใครบางคน ที่ชอบทะเล ชอบสายฝน

(แต่คงไม่ชอบกรองทิพย์ด้วยหรอกมั้งคะ อิอิ ) เขาคนนั้นวาดหวัง วาดฝัน

ว่าจะไปเดินท่ามกลางสายฝน ริมชายหาดชะอำกับฉันอีกสักครั้ง

เราสองต่างตระกองกอดกันท่ามกลางสายฝนที่พร่างพรูจากฟ้า

ร่มหนึ่งคัน คนสองคน แต่ใจดวงเดียวกันแนบสนิทชิดกัน

     ช่างสุขเสียนี่กระไร  เราสองต่างมีคำรักให้กัน ความรู้สึกที่ดีๆให้แก่กัน

          คำว่า รัก เป็นความรู้สึกที่อยู่ในห้วงสำนึกของคนทุกคน

แล้วเคยมีใครสักคนไหม ที่จะค้นหาความหมายของคำว่า รักแท้ ไหม ?

สำหรับตัวฉันเองแล้ว คำว่า รัก เป็นความรู้สึกที่อ่อนโยน อ่อนหวาน

ในขณะเดียวกันก็แฝงด้วยความอ่อนไหวซะด้วยซิ 

ชอบที่จะฟังคำว่า รัก จากคนอื่น แต่ก็เขินหากว่า ฉัน จะพูดคำนั้นให้เขาได้ยินบ้าง

 ก็ต่อมเขินยังคงทำงานตามปกตินี่นา ยังไม่ชำรุด อิอิ

          รัก เป็นความอ่อนหวาน อ่อนไหว ละมุน ละไม แต่ไม่ชอบละม่อม 

เพราะเวลาจับผู้ร้ายได้ทันทีทันใด ก็อ้างว่า จับได้โดยละม่อม แสดงว่า คุณละม่อมคงเป็นร้อยตำรวจเอก ปลอมตัวมา เนอะ.. ( ฮ่า ฮ่า ..)

          คำว่า รัก เราพูดกันได้หมดนะ ไม่ว่า พ่อแม่ พี่น้อง หรือ แฟน หรือคนรอบข้างตัวเรา

เรารักแม้แต่สรรพสัตว์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่ร่วมโลกกับเราใบนี้ รักทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา  รักแม้ไส้เดือน กิ้งกือ

      อ้าว..จริงๆนะ อย่าเพิ่งทำสีหน้าแบบนั้นซิ อย่าเพิ่งร้องยี้ ทำหน้าขยะแขยง

แหมๆ ทุกสิ่งทุกอย่าง ต่างก็มีคุณค่าในตัวของเขาเองแหละ

แม้แต่ต้นไม้ใหญ่ หรือ ใบหญ้าเล็ก พืชชั้นต่ำ ( เอ ถ้าพืชชั้นสูงคงประเภทพืชไฮโซ ละมั้ง เนอะ )

ต้นไม้ใหญ่ก็แผ่กิ่งก้านสาขา ให้ร่มเงาแก่คนเดินทาง เป็นแหล่งพักพิงของเหล่านกกา  ใบหญ้า หรือ  พืชชั้นต่ำที่เรามองไร้คุณค่า แท้จริงแล้ว ทำหน้าที่ปกคลุม และรักษาให้ความชุ่มชื่นแก่ผืนดินได้ดีทีเดียว

ไส้เดือน กิ้งกือ ก็ช่วยพลิกฟื้นผืนแผ่นดิน เอ ..ศัพท์ทางชีวภาพเรียกอะไรน๊า ไม่ชำนาญซะด้วยซิ เข้าใจกันง่ายๆว่า ช่วยพรวนดิน นั่นแหละ 

           อ่อ ... ลืมไปว่าพูดถึงเรื่องความรักของคน ทำไม ไปถึงใต้ดินได้ (ฮ่า ฮ่า )

อ่ะๆ วกกลับมาทำซึ้งๆ เรื่องรักๆของคนต่อดีกว่าคะ

      ฉัน เคยถาม เพื่อน ว่า ".. รัก คืออะไร ?  "

เพื่อนก็ทำสีหน้าเจ้าเล่ห์ก่อนจะตอบว่า.."..รักคือการอยากได้ใคร่มี อยากจับจองเป็นเจ้าของ  อยากเสนอ อยากสนอง .."

"... แล้วถ้าเธอเสนอ แล้ว หล่อนไม่สนองล่ะ ทำไง ..."

"...ง่ายนิดเดียว ก็ดักตีหัว ลากเข้าถ้ำ 5555 ..."

          เพื่อนก็มองหน้าฉัน ย้อนถามว่า ..

"...แล้วเธอละ รักคืออะไร รักเพื่ออะไร เพื่อใคร ..?

.....นั่นน่ะซินะ  .....สำหรับฉัน รัก คืออะไรกันแน่

ค้นหาความหมายของคำ รัก มาเกือบครึ่งค่อนของชีวิต ยังไม่เจอสักที

     รัก คือ   อยากให้เขามีความสุข

     รัก คือ  อยากให้เขามีรอยยิ้มด้วยความสบายใจ

     รัก คือ การที่ฉันได้รักเขา โดยไม่หวังคิดครอบครองเป็นเจ้าของตัว หรือว่าหัวใจ

หากว่าเราได้เขามาแต่ตัว แต่หัวใจเขาไปอยู่กับคนอื่น ก็ไร้ค่า

     รัก คือ รักที่ให้เขาด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่คิดร้ายกับเขาไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ก็ คนของใจ แล้วนี่นะ 

     รัก คือ รัก ขอให้ได้รัก แค่นี้ก็สุขใจเพียงพอแล้ว 

ไม่จำเป็นต้องให้เขารักเราตอบ ขอเพียงความรู้สึกดีๆที่มีให้แก่กันก็สุขใจ

          เฮ้อ.....ก็ไม่ทราบนะคะว่า รักของคุณจะเป็นรักเช่นไร หรือรักของใครจะเป็นเช่นคุณ แต่ที่แน่ๆ

..... รู้แต่เพียงว่า รัก ฉัน นั้น เพื่อ เธอ .....

อ้าวแล้วกันซิเรา ขึ้นต้นเป็น เพลงรักเอย ของคุณกี้ร์ อริสมันต์ 

ตอนจบทำไมลงท้ายด้วย เพลงรักฉันนั้นเพื่อเธอ ของคุณต้อม เรนโบว์ไปได้ล่ะนี่

นั่นน่ะซิ เนอะ คนเขียนก็ งง เหมือนกัน ฮ่า ฮ่า 

ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกค่ะ เพียงแต่ว่า กำลังนั่งฟังเพลงเก่าๆก็เลยคิดถึงเพลงนี้ขึ้นมา เวอร์ชั่นคุณต้อมร้องไว้คะ

     .....กาลเวลาหรือจะมาเกี่ยว

ใจฉันยังเด็ดเดี่ยวอยู่เสมอ

ฉันยังซึ้งถึงวันที่เธอกับฉัน

พร่ำรักรำพันเพียงเราสอง

รักที่แสนหวาน รักที่แสนหวาน รักฉันนั้นเพื่อเธอ.....^ _^

      ......................The  End ..................				
21 เมษายน 2550 21:16 น.

=..ความรู้สึกดีๆมีให้กันเสมอ..=

ฉางน้อย

ถึง.....อาราเล่ จัง.... ครับ

อาราเล่ จัง.....( วา )

          เราจะไม่ได้พูดคุย  ไม่ได้พบปะ 

ไม่ได้คิดถึง  ไม่ได้เป็นห่วงกันอีกแล้วเหรอ ?

          วาอาจรู้สึกแบบนั้นกับพี่ไปแล้วนะ

พี่ยืนยันว่า ความรู้สึกของพี่ที่มีต่อวายังเหมือนเดิม

พี่ไม่เคยลืมเรื่องราวที่ผ่านๆมาของเราสองคนเลย

          จะอย่างไรก็ตาม พี่ขอโทษที่ทำให้น้องคนนี้เสียความรู้สึกที่ดีๆไปแล้ว

สำหรับพี่คนนี้ บอกได้เลยว่าไม่มีวันลืมมิตรภาพของเรา

พี่จะขอเก็บไว้จนกว่าความทรงจำจะหมดไป

          ตอนนี้...พี่ฟังเพลงนี้อยู่ มันอาจไม่ตรงกับเรื่องของเรา

 แต่ก็มีหลายประโยคที่ตรงกับความรู้สึกของพี่

          วาลองฟังดูนะ http://imusic.teenee.com/2/frame/5333.php

           พี่ไปล้างหน้าก่องนะ..... อิอิ 

                       คิดถึง....หวังดีเสมอนะ ...อาราเล่จัง...( วา )

                                                              จาก....พี่หนึ่งจัง

                                                             ( ศุกร์ 30 มี.ค. 50 )


          ยัยวา อ่านอีเมล์ฉบับนี้แล้วอดที่จะน้ำตาซึมมิได้ ด้วยไม่คาดคิดว่า

ผู้ชายคนหนึ่งที่มองจากภายนอกเหมือนทำตัวต๊องส์ๆ เรื่อยเปื่อย

 จะเขียนอะไรสะเทือนใจ เหมือนคนอ่อนไหวได้ขนาดนี้ 

ยิ่งได้ฟังเพลงที่พี่เค้าส่งมาให้ ยิ่งเศร้าใหญ่เลย เฮ้ออออ.....

          คนอื่นอ่านแล้วอาจรู้สึกเฉยๆ แต่สำหรับยัยวาเองแล้ว ทุกคำพูด

ทุกประโยคในอีเมล์ อ่านแล้วเหมือนเศร้าๆ สะเทือนใจ ยิ่งอ่าน ยิ่งสะเทือนใจ

ตรงประโยคที่พี่เค้าบอกว่า ..

     ",,,เราจะไม่คิดถึง ..เราจะไม่เป็นห่วงกันอีกแล้วเหรอ ?..."

     "...คิดถึงซิ เป็นห่วงเสมอ ไม่เคยที่จะไม่คิดถึง ไม่เคยที่จะไม่เป็นห่วง..."

นั่นเป็นเพียงเสียงคำตอบในใจที่เธอต้องการจะบอกให้พี่เค้าได้รับรู้

          วารู้ ทราบดีคะ ว่าพี่ต้องมีโลกส่วนตัวของพี่บ้าง ไม่ใช่จะมารู้จักแค่ยัยวาคนนี้คนเดียว 

          วาไม่ต้องการก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของพี่ พี่ต้องมีเพื่อน ต้องมีสังคมของพี่

           ขอให้พี่รับรู้นะคะ ว่าความรู้สึกดีๆที่วามีให้พี่ยังเหมือนเดิม 

ไม่เคยโกรธ ไม่เคยเกลียดพี่  ยังรู้สึกดีๆเสมอๆค่ะ

          วาจำได้คะ พี่ชอบเรียก..วา.. ว่า   ยัยอาราเล่ จัง 

 คงเป็นเพราะพี่เห็นว่า วา อาจเป็นคนที่พูดกวนๆชาวบ้านเก่ง ทะเล้นก็แค่นั้น 

พี่บอกว่า หน้าตายัยวาทะเล้นเหมือนอาราเล่  ใส่แว่นก็เหมือน ไว้ผมม้าก็เหมือน

ยิ่งทะเล้นๆกวนๆยิ่งเหมือนใหญ่เลย ( อันนี้ไม่แน่ใจว่า พี่เค้าชมหรือด่าคะ )

          ขอบคุณที่พี่ยังจำวันเกิดของวา จำวันสำคัญของวา ได้เสมอๆ

เอ  กลางเดือนเมษานี้แล้วซิ เนอะ วันเกิดใครน๊า 

 คนไรหว่า ทวงให้เลี้ยงข้าวตั้งแต่ยังไม่ถึงวันคล้ายวันเกิดเลย งกจัง อิอิ

          ขอบคุณทุกสิ่งที่ผ่านมา ที่ทำให้เราสองคนได้มารู้จักกัน

          ขอบคุณพี่นะคะ ที่มีความรู้สึกที่ดีๆให้วาเสมอมา 

                    กลอนบทนี้ จำได้ไหม ใครเขียน..


          .....ฝากความรักไว้ที่ปลายฟ้า

          ฝากความห่วงหาไว้ที่ปลายฝัน

          ฝากความคิดถึงไว้ใต้แสงจันทร์

          ฝากตะวันฝากเดือนเป็นเพื่อนเธอ.....


               ............................................				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฉางน้อย
Lovings  ฉางน้อย เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฉางน้อย
Lovings  ฉางน้อย เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฉางน้อย
Lovings  ฉางน้อย เลิฟ 1 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงฉางน้อย