22 เมษายน 2549 20:35 น.

แสงมัวใต้เมฆมืด

ธรรมาภิวัฏ


เมฆมืดฟ้าก็มัว..
มองเห็นเพียงสลัวแสง..
ยิ่งคว้ายิ่งห่างเหือดจนไม่เหลือแรง..
ด้วยแสง..ก็ยิ่งหลุบหลู่..

..หมู่เราสรรเสริญอัศวินดาบแดงแห่งผู้พิชิต
ร้อนแรงเพราะเอ่ยอ้างนิมิตแห่งสวรรค์
เราต่างหลงเมามัวเดินไปในทางนั้น..
ทางที่ไม่มีสีสัน..เพราะมันมืด..

ถามใคร..ใครก็รัก..
ไม่เคยถามไม่เคยทักว่ามันผิด..
ผิดใย..ผิดทำไม..เพราะมันเป็นนิมิต
ท่านเทพ..ท่านจุติมาจากเมืองฟ้า

สร้างสรรค์และปั้นเสก..
พอหมดฤทธิ์หมดเดชก็แช่งด่า
ยิ่งมืด..ยิ่งบ้า..เลือดเข้าตา
จึงไม่เหลือน้ำตาอีกแล้ว..

เราจะเลือกเดินไปทางไหน..
หรือจะกอดคอร้องไห้อาลัยนัก
เพราะไม่เหลือศาลาหรือแม้แต่เพิงพัก
สมภารมันกินไก่วัดเสียเอง..

////////////////////////////////////////



				
17 เมษายน 2549 01:26 น.

นิทานเสือไฟ

ธรรมาภิวัฏ


๑ขีดเส้นเน้นหนักปักเขต
กำหนดกฎเหตุสิ่งผล
กระทำการณ์กร้าวคำรณ
แทบท้นท่วมสรรพ์สวรรค์ยา

๒เหตุอาฆาตมาตรแต่ร้าย
ก่อนปางกำเนิดกายจะใฝ่หา
จึ่งลิขิตค่าแห่งชีวตา
สังสาร์สืบมาว่าฉะนี้

๓กรรมแห่งแต่งโสตสรรพสัตว์
ต่างเยี่ยงกำหนัดภูตผี
หมองไหม้เผาแผดทุกราตรี
จึ่งมีโทมนัสกลัดกมล

๔สุมเผาโมหาโทษาจริต
ร้อนรุ่มสุมผิดคั่งข้น
เลือดแค้นกลบแค่นค่อนคน
จึ่งดลดาลเดือดเลือดร้อน

๕สรรพศาสตราอาวุธ
เร่งรุดฉุดคร่าคราก่อน
มาตรว่าจวบสิ้นถิ่นอุดร
จึ่งผ่อนกลับกลายเมื่อปลายมือ

๖หัตถาแปดเปื้อนเดือนมืด
กำพืดหืดหิ่งนิ่งหรือ
กำดาบฟาดเลือดเดือดระบือ
จึ่งคือเสือไฟใจโจร

๗โลดโผนโจนทะยานยุทธนา
ปล้นแล้วจึ่งฆ่าครากระโน้น
ห่อนห้ามทรามสุมซุ้มโจร
ก่อนโพ้นผละไว้ไพรวนา

๘กระบี่เมืองขุนมือปราบ
ภูตแห่งกำราบหิงสา
สดับตรับทุกข์ผู้ประชา
จึ่งมารอนร่ายพลายพล

๙เหวยเหวยอ้ายเองอั้งยี่
ปล้นฆาตคร่าสตรีมีผล
กรรมก่อผู้ใดใคร่ค้น
กรรมค้นผู้ใดใคร่ทำ

๑๐เหวยเหวยว่าอ้ายขุนเมือง
ฉ้อฉลกลเขื่องเชื่องช้ำ
ผู้คนมีชื่อเพราะคือกรรม
ลบชื่อ ฤา กรรมกระทำเอา

๑๑อุหว่ะมึงนี่ปลิ้นปล้อน
ยอกย้อนทุรชนกลเขลา
เกลือกเพียงก่นอ้างสรรค์เอา
อย่าเลยเร่งเร้าทั้งลี้พล

๑๒สกลสองข้างทั้งขวาซ้าย
โหมทักถองท้ายย้ายย่น
มีดจักแทงหอกจักซัดสู่ตัวคน
ทั้งผู้พลคนตายก็คล้ายกัน

๑๓สะดุดเสือกเกลือกท่าจนแทบสิ้น
เสือล้มฟาดแผ่นดินด้วยพลาดพรั่น
ยามรักตัวกลัวตายจักวายวัน
จึ่งนพกั้นสัปทนคนปราชัย

๑๔ขอท้าวเถิดท่านข้าสำเนียกผิด
ด้วยโมหะห้อมจริตจนบิดใบ้
ทั้งลุ่มหลงโลภะอันจัญไร 
จึ่งเบียดบังพลั้งใจด้วยไม่มี  

๑๕นาก็ล่มจมนาจนเจิ่งหนอง
ยามแล้งก็แล้งร้อนจนแหนงหนี
ปลาก็ตายหายหดหมดนที
นกหรือ ฤา จักมีเพราะหนีฟ้า

๑๖ข้าวกล้าพอเท่าไรก็เสียเจ๊ก
ตัดเบี้ยเยี่ยงเห็บในหูหมา
เหลือแต่เพียงจานเปล่ารองน้ำตา
เกลือกกินหญ้ายอดฟางอย่างงัวควาย

๑๗สงสารแต่มารดาที่แก่เฒ่า
มองลูกเต้าเมียรักก็ใจหาย
พ่อจ๋าพาข้าวยังเปล่าดาย
เราจะกินอะไรในวันนี้

๑๘ร้องราวป่าวทุกข์ทั้งแดนป่า
ท่านขุนภักษาผู้เรืองศรี
ท่านขุนเกษตราธิบดี
ท่านขุนปรานีปรีชาชาญ

๑๙นรชนคนราษฎร์ต่างร่ำร้อง
ฝนฟ้ามิตกต้องดังปีขาล
เปรียบสุมไฟไหม้ขอนก็ไม่ปาน
เพราะร้อนรุ่มดุ่มดาลปานนอนไฟ

๒๐ท่านขุนภักษาเบือนหน้าหนี
ท่านขุนปรานียิ่งหนีหาย
ท่านขุนเกษตรากระสาตาย
จักร้องราวป่าวไปก็ไม่มี

๒๑จึ่งมาก่อกรรมอยู่ถ้ำเสือ
ด้วยเบื่อสาบจนพ้นหนี
กำดาบสาบเลือดในที
พอมีที่พลั้งยังกาย

๒๒โปรดเมตาข้าเจ้าเถิดเจ้าข้า
ด้วยลำเค็ญเข็ญว่าฟ้าหมาย
หากเลือกทางได้ด้วยใจกาย
จักไม่เลือกผิดพ่ายต่อผู้คน

๒๓นิทานของเองมันสิ้นแล้ว
เป็นเสือก็เหมือนแมวหมดลายขน
ต้องกุดหัวเสียบประจานสันดานโจร
เป็นเยี่ยงอย่างผู้คนต่อต่อมา

๒๔..เจ้าเอกวิชัยชาญ
ทั้งหมู่บริบาลจตุบาท์
คุมตัวอ้ายสัตวหิงสา
บั่นคอเลือดทาทุรกรรม..



-----------------------------------------------------------








				
16 เมษายน 2549 00:49 น.

ดอกไม้ริมทาง

ธรรมาภิวัฏ


๑ตั้งคำถามแก่วันแต่ละวัน
หรือเงียบเหงาเปล่านั้นสิ่งสดใส
จะถามหาทุกข์สุขที่เป็นไป
ใครจะตามตอบได้ในสากล

๒กว่าจะเห็นดอกไม้ที่ริมทาง
คนหนอหลงเอ่ยอ้างไปกี่หน
จนย่ำเหยียบเทียบซ้ำแทบระท้น
จึงพรำฝนน้ำตาอยู่ร่ำไป

๓อนาจสิ่งนิ่งแน่รันทดนัก
เพราะไร้สิ่งตระหนักอย่างผลักใส
ด้วยเวรนำกรรมซัดจึงเป็นไป
ความสดใสดอกไม้ไม่หวลคืน

๔เช้าที่ตื่นลืมตามาร้องไห้
ด้วยอาลัยดวงดอกไม้อย่างสุดฝืน
จึงทบทวนความฝันจนค่อนคืน
ใครจะฟื้นดอกดวงที่ร่วงรา

๕ความดีพอมีบ้างในคืนวัน
เราก็ต่างทางฝันสิ่งโหยหา
ถึงหนาวเหน็บเจ็บช้ำรอยน้ำตา
จวบเวลาผ่านมาเพียงเลยไป

๖รอบข้างข้างนั้นยิ่งโสมม
เพราะต่างคนต่างถมคำร่ำไห้
ด้วยน้ำตาอารมณ์อย่างอาลัย
แต่ลึกในกระหยิ่มใจอยู่ฮึกฮัก

๗สำลักสำรอกกระฉอกฉล
เจ็บแปลบร้าวระบมจนจมปลัก
ถึงหัวใจจะแกร่งด้วยแรงรัก
ก็ยังพักยังพ่ายเมื่อปลายนั้น

๘กำลังใจคำขอที่ต่อรอง
เราเดินทางต่างปองที่ปลายฝัน
แต่ดอกไม้เฉาไปริมทางนั้น
ใครจะร่วมปลูกปันที่ริมทาง

๙เราจะร่วมทางเดินกันอย่างไร
แล้วทางเดินวันใหม่จะมีบ้าง
จึงต่างอยู่บนทางที่อ้างว้าง
ด้วยดอกไม้ริมทางยังไม่มี

๑๐สายเกินไปที่จะบอก
เหลือแต่คำย้อนหลอกของภูตผี
ก่อนย้ำดิ่งนิ่งในอวิจี
พอได้มีสำนึกบาปสาบใจคน


				
8 เมษายน 2549 22:56 น.

รัตติกาล

ธรรมาภิวัฏ


..รัตติกาลนี้มัวหม่น
ฟ้าหม่นมืดมิดทรมาน์
เดือนเลือนลับอำลา
สีดำทาบทาทั่วผืนพนาแนวไพร

..ฟ้าดับเดือนลับลาดิน
หรือสิ้นความหวังวางวาย
ดาวดวงน้อยประกาย
นั้นยังพร่างพรายเหมือนหัวใจคนมิเคยสูญสิ้นศรัทธา

..ฟ้ามัวมนดาวยังพร่างพรายดาษเดื่อน
เย้ยดินมืดมืดเดือนละลายอำลา
เย้ยฟ้าหมองเหมือนทุกข์ทรมาน์
เย้ยจันทราดั่งฟ้ามลาย

..ขอเธอเป็นดั่งดาวสกาวผ่อง
เหนือนจะต้องฟันฝ่าหนทางยาวไกล
เขานั้นสูงหรือสูงเกินใจ
หนทางไกลไกลหรือเกินคน

..ดาวยังเด่นยังเย้ยฟ้ามัวหม่น
เหมือนใจคนมิหม่นศรัทธา
คนนั้นยังคงยืนเด่นเย้ยโลกา
ตราบชีวาวายวาง

..แม้นยืนหยัดต่อสู้ต่อไป
เขาที่สูงเพียงใดหรืออาจขัดขวาง
ขอแต่เพียงยังยืนหยัดต่อสู้ต่อไป
อุปสรรคใดใดต้องหลีกทางให้เราเอย..


				
3 เมษายน 2549 23:07 น.

ในเปลวเพลิง

ธรรมาภิวัฏ


..๑มองเหตุมองผองทางในวันหน้า
ไม่เห็นสิ่งสายตาในฟ้าสาง
ด้วยใจรัาวอารมณ์ที่เลือนลาง
พอตื่นคว้างดิ้นสะดุ้งแดหัวใจ

..๒ความฝันก่อนเหตุแห่งคืนนั้น
เคยภาพวาดฝันอันสดใส
ดุจน้ำมือมัจจุราชอาฆาตไว้
จึงหัวใจสลายไปในกองเพลิง

..๓จะเติมต่อเช่นไรก็ไม่ติด
เพราะใจวิปริตจนลุ่มเหลิง
กลายกลับน้ำตาสู่เปลวเพลิง
จนกระเจิงเชิงละอองฟองกระจาย

..๔หายใจระรดรันทดสะท้อน
จนผ่านฟอนไฟฟืนก็คืนหาย
ไฟที่มอดมืดมิดสู่ความตาย
ไฟที่ล้นทนทุลายยั้งชีวิต

..๕หรือว่าความผิดนั้นคือเราเอง
จึงบทเพลงคร่ำครวญล้วนลิขิต
ให้ต้องเดินตามทางที่มืดมิด
จนจริตกร้านกร้าวร้าวอารมณ์

..๖น้ำตาที่ร่วงหล่นในคืนนั้น
กลับภาพแห่งวาดฝันอันทับถม
จนสุดกู่เลวร้ายป้ายอาจม
จึงชั่วชาติเยี่ยงคนสันดานด้าน

..๗สาปแช่งแห่งหักพวกหนักโลก
ใครจะโศกรับผิดวิตถาร 
จึงเลวร้ายสังคมเป็นสันดาน
ด้วยสามานย์ซ่านซาบบาปในใจ


..๘การให้อภัยไม่มี.. ไม่มีแล้ว
เหลือแต่แววฆาตกรให้ตักษัย 
สู่วิปริตแห่งโลกอันจัญไร
ด้วยหัวใจสาดย้อมเป็นสีดำ

..๙กลิ่นคาวเลือดจะสาบทุกแควคุ้ง
ด้วยมาดมุ่งเพลิงฆาตจนขาดคล้ำ
ไม่มีเหตุความดีที่คุณธรรม
จึงโทษกรรมก้ำย้ำทรมาน์

..๑๐เลือดหรือจะล้างด้วยเลือด
จึงผิดเผือดส่ำสัตว์เป็นภักษา 
สวดศพส่งดวงวิญตา  
สู่สัมปรา ย ภพจบอาวรณ์ 

/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\/\









				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟธรรมาภิวัฏ
Lovings  ธรรมาภิวัฏ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟธรรมาภิวัฏ
Lovings  ธรรมาภิวัฏ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟธรรมาภิวัฏ
Lovings  ธรรมาภิวัฏ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงธรรมาภิวัฏ