10 ธันวาคม 2549 19:50 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. กลางดึกคืนนั้นฉันยังจำได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง
คืนที่กองทัพทหารในนามของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทำการยึดอำนาจรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามวิถีระบอบประชาธิปไตย
เหตุการณ์ตอนนั้นยังอยุ่ในความทรงจำของฉัน
รถถังสัญจรตามท้องถนนและกองกำลังทหารติดอาวุธประจำการสถานที่สำคัญๆ
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยหน้าใหม่ที่ต้องจารึกไว้
ด้วยการยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยไม่เกิดการปะทะ,จราจล,ชุลมุน
เสียเลือดเนื้อบาดเจ็บ ปืนและกระสุนไม่มีวี่แวว ท่าทีที่ต้องนำมาใช้แต่อย่างใด
ไม่ได้ยินเสียงกระสุนเพียงนัดเดียวให้ได้ยิน
ทุกๆวัน คือภาพที่เห็นจนชินตาอย่างมิตรมิใช่ศรัตรู
มันช่างเป็นภาพที่อัศจรรย์และสวยงามอย่างหาที่สุดมิได้
บนการเปลี่ยนแปลงด้วยกองกำลังและอาวุธโดยสันติวิธี
ความขัดแย้งระหว่างอาวุธสงคราม ปืน,กระสุน,กองทัพทหารและรอยยิ้ม
น้ำใจไมตรีหยิบยื่นระหว่างประชาชนและทัพทหาร
ดอกไม้ที่เสียบปลายกระบอกปืนซึ่งผูกด้วยริบบิ้นเหลือง
ภาพของกองกำลังทหารตักบาตรพระสงฆ์
บนความแตกต่างระหว่างวัดกับรถถังสงคราม
............มันช่างเป็นภาพขัดแย้งที่เป็นศิลปะ.............
แด่ทหารหาญผู้ยึดอำนาจรัฐประหาร ฉันศรัทธาพวกท่านเยี่ยงวีรบุรุษคณะหนึ่ง
ใครก็บอกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมันช่างเสรี สวยงาม
ใครก็บอกว่าการเกิดรัฐประหารคือการเดินถอยหลังลงคลอง
ในทัศนะของฉันคิดว่าหากการปกครองด้วยรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยมันแหลกเหลวเน่าเฝะ แตกความสามัคคี ส่งกลิ่นเหม็นอย่างน่า
รังเกียจ
นโยบายของรัฐบาลประชาธิปไตยของทักษิณ
30บาทรักษาได้ทุกโรค,หมู่บ้านละล้าน,otop,ประกาศสงครามยาเสพติด,
ประกาศสงครามกับความยากจน,ประเมินกลุ่มก่อการร้ายต่ำ,แก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรง
ฉันคิดว่าบางนโยบายของรัฐบาลทักษิณพัฒนาไปถูกทาง
แต่อีกหลายนโยบายที่เลิศหรู อลังการ เบื้องหน้าอาจโรยด้วยผักชีสวยงาม
แต่เบื้องหลังเละเทะ สกปรกไม่มีชิ้นดี
บางทีการเดินถอยหลังลงคลองตามวิถีรัฐประหารยึดอำนาจ อาจจะดีกว่า
การเดินหน้าตามวิถีประชาธิปไตยไปลงหุบเหวนรกอเวจี
ด้วยวิธีการตั้งหลักในคลอง แล้วค่อยหาโอกาศเดินหน้า
ฟื้นฟูความสามัคคีของสังคม,แก้ปัญหาเรื้อรังของชายแดนใต้และแก้ไขปัญหาทางการเมือง
.................รอวันเดินหน้ากลับคืนสู่ประชาธิปไตย....................
8 ธันวาคม 2549
.
5 ธันวาคม 2549 19:04 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. แม่เดินทางออกจากบ้านแต่เช้าตรู่............
เดินทางไปกับน้าข้างบ้าน........
ไปไร่...ไปเก็บข้าวที่เราเคยลงแรงหยอดพืชพันธุ์เมล็ดข้าว
ใส่หลุมเล็กๆทั่วบริเวณกว้างอาณาเขตไร่.......
บัดนี้เมล็ดข้าวนั้นงอกงามออกเป็นผลิผลเรียวรวง
ข้าวเปลือก อุดมไปด้วยความสมบูรณ์.....
รวงไหวเอน สบัดช่อพริ้ว ไหวทั่วทุ่งไร่..............
สายๆหน่อยยาย มุ่งสู่ทุ่งนาหน้าบ้านเก็บข้าวเหนียวที่ล้มเรียงราย
บนคันนา ระเกะระกะ รุงรังไม่เป็นระเบียบ............
ทุ่งนาที่เราช่วยไถ,คราด,หว่าน,ดำ, ข้าวกล้า
บัดนี้ก็กลายเป็นรวงข้าว ล้อลม โบกพริ้วช่อสะบัด
ไหวเอน อ่อนไหว ยามล้อลมพัดโบก ทั่วท้องทุ่งนา.........
ยายและแม่ คลี่ข้าวเปลือกที่ยังไม่แก่เต็มที่ออกจากกระสอบ
ซึ่งเพิ่งเก็บมาได้...........
ช่วยกันนวดข้าวด้วยฝ่าเท้า ซ้ายขวา ให้ร่วงออกจากเลียง
ส่วนเมล็ดข้าวอ่อนๆที่ยังติดอยู่กับฟางข้าว..........
ยายและแม่เอาปลายข้าวที่เหลือ.........
ขูดกับไม้ไผ่เล็กๆจนเหลือเพียงเศษฟาง ซังข้าวที่ไม่ต้องการ
ฉันผ่าเฉียงฟืนจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นเชื้อเพลิง
แม่ ตั้งกระทะ บนก้อนหินกรวด เป็นสามเส้า.......
จุดไฟขี้ยางและวางเรียงฟืนลุกไหม้............
ฉันช่วยกลิ้งเคลื่อนย้าย ครก และ สากตำข้าว..
ยายคั่วเมล็ดข้าวเปลือกที่ได้จากการนวดและขูดตั้งไฟจนเกรียม
ส่งให้แม่เทไว้ในครก เอาสากมาตำเมล็ดข้าวที่ได้ผ่านความร้อน
พลางกระดกไม้ไผ่อันเล็กๆ เพื่อให้คละจนทั่ว...ตำจนแบนลีบ...
ใส่ไว้ในเฌอ.....เอาข้าวเม่าที่ได้ไปฝัดกับกระด้ง........
เพื่อไล่เปลือกข้าว แกลบ และเศษอื่นๆที่ไม่ต้องการ...........
ที่สุดก็กลายเป็น ข้าวเม่า เพื่อนำไปกิน......
นี่แหละอาหารการกินของชาวไร่ ชาวนาชนิดหนึ่งที่ได้จากการลงแรงและผลผลิต
22 พฤศจิกายน 2549
.
5 ธันวาคม 2549 17:39 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. หนึ่งกาลครั้ง..............
ยังมีดินแดนอาณาจักรอิสระอาณาจักรหนึ่ง
พื้นที่เขตนั้นคือความสลับซับซ้อนทางภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ
ความแตกต่างของประชากรจาก เชื้อชาติ,วัฒนธรรม,
ขนบธรรมเนียม ประเพณี,ภาษา และศาสนา
อาณาจักรแห่งนี้ปกครองด้วยราชาพระองค์หนึ่ง
กษัตริย์ผู้ทรงปรีชาสามารถด้วยศาสตร์และศิลป์
คีตราชาผู้ทรงรักในการพระราชนิพนธ์เพลง,ทรงสนพระทัยในดนตรีแจ๊ซ
กษัตริย์นักกีฬา ผู้ทรงรักในการแล่นเรือใบ กษัตริย์ผู้ทรงมีน้ำใจเป็นนักกีฬา
อัครศิลปินกษัตริย์ ผู้ทรงรักการถ่ายภาพและรักการประพาสสู่ธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจ
พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกแห่งหนบนแผ่นดินนี้
อย่างคนธรรมดาสามัญอย่างหาญกล้า ไม่เหน็ดเหนื่อย
ความติดดินของพระองค์ทรงแสดงให้ประจักษ์ชัดว่า
พระองค์คือราชานักปราชญ์ที่เข้าถึงและเข้าใจในวิถีราษฎรของพระองค์
ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนถามทุกข์ สุข ปัญหาและความเป็นอยู่การดำเนินชีวิตของราษฎร
โครงการแก้ปัญหามากมาย เกิดขึ้นตามกระแสแนวทางอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระองค์ เพื่อแก้ปัญหาความแห้งแล้ง,อุทกภัย,ความยากจน ฯลฯ
แก้ไขปัญหาให้แก่ราษฎรของพระองค์ ซึ่งเป็นเกษตรกร ชาวบ้านทุรกันดาร
เสียส่วนใหญ่ ให้รู้ถึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง พออยู่พอกิน
พึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมี อย่างมีความสุข
กษัตริย์นักปราชญ์ผู้ทรงสมถะ..................
ผู้ทรงคิดค้นแนวคิดทฤษฏีปรัชญญาเศรษฐกิจพอเพียง
พระองค์ทรงชนะใจของราษฎรทั้งอาณาจักร...........
เป็นที่รวมใจของผู้คนในแผ่นดิน....................
เป็นที่เลื่องลือและแซ่ซ้องในพระราชกรณียกิจจากทั่วโลก.....................
นั่นคือนิทาน!....คล้ายว่าเป็นนิทาน!.....นั่นคือนิทาน!
ทว่า...สำหรับประชาชน ราษฎร คนไทย.......
พระมหากษัตริย์พระองค์นั้นมีอยู่จริง...ไม่ได้เป็นแค่นิทาน
4 ธันวาคม 2549
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระองค์ นาย ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
คำราชาศัพท์และงานเขียนของข้าพระองค์ยังอ่อนหัด อ่อนด้อยยิ่งนัก
ข้าพระองค์ขอพระราชทานอภัย ณ โอกาศนี้
3 ธันวาคม 2549 20:45 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. เมื่อกองกำลังที่คลั่งไคล้ระบบความรุนแรง
การเชือดพลีผู้บริสุทธิ์ คืออุดมการณ์
การระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่ คือข้อปฏิบัติรายวัน
ยิงสาดกระสุนปืนเกลื่อนกลาด ซุ่มโจมตี
สงครามแบบกองโจร เพื่อท้าทายอำนาจรัฐ
พุทธศาสนิกชนและหมู่มวลมุสลิม ในพื้นที่ต่างขยาด
เมื่อกองทัพปีศาจหันปืนใหญ่ ไปหาข้าราชการครู
ผู้ถ่ายทอดความรู้สืบทอดเจตนารมณ์การสอนไปยังศิษย์
หากการถ่ายทอดวิชาความรู้จากอาจารย์สู่นักเรียนเพื่อผลสัมฤทธิ์
ผิดด้วยหรือ...ควรจะลองคิด.ผิดยังไง.ผิดอย่างไร
เมื่อกองพลไฟ ลอบวางเพลิงเผาโรงเรียนของลูกหลาน
ซากตอ ปรักโรงเรียนถูกเผาไหม้ ไม่เหลือซึ่งเศษถ่าน
เมื่อทำร้าย ลอบยิง คนที่ให้ความรู้ แก่เหล่าเยาวชน
เยาวชน,เด็กที่ไหนไปทำอะไรให้ ไปเผาโรงเรียนเขาทำไม
เมื่อพลพรรคกองทัพปีศาจอุดมการณ์นรก
ภายใต้ความสกปรก ของจิตวิญญาณถูกครอบงำด้วยมารร้าย
กฏ ก็คือการส่งคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปสู่ความตาย
การปิดฉากจบชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐแบบไร้ค่าไม่มีความหมาย
ก่อเหตุป่วนเมืองสร้างความวุ่นวาย เป็นกิจวัตร
ขบวนการผู้นำเอาพระนามของพระองค์มาผูกเงื่อนไขก่อการร้าย
กระบวนการที่นำเอาศาสนาของพระองค์อภิบาล
มาผูกด้วยเงื่อนไขความร้ายแรง การฆ่าคนบริสุทธิ์ตาย
ขบวนการที่ชักจูงสร้างความฮึกเหิมแก่บรรดาเยาวชน,และชาวบ้านมุสลิม
หลอกให้หลงเดินทางผิดสู่หุบเหว
ขบวนการโจรที่นำเอาเรื่องประวัติศาสตร์ รัฐปัตตานี ครั้งอดีตมาปลุกเร้าด้วยศาสนา,วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษาพูดและเชื้อชาติพันธุ์ จากการสร้างสถานการณ์ที่รู้สึกว่าถูกกดขี่ข่มเหงอย่างอยุติธรรม
มหากาพย์กลุ่มขบวนการโจรก่อการร้าย บนความไม่ถูกต้อง
ด้วยหวังริบหรี่ว่าสักวันหนึ่ง รัฐ เข้ามาคลี่คลาย
ด้วยความร่วมมือกับประชาชนแนวทางสมานฉันท์ยังพอมองเห็น.............
แม้คล้ายแสงหิ่งห้อยตัวน้อยนิดตัวหนึ่งในคืนทมิฬมืด....................................
29 พฤศจิกายน 2549
.
3 ธันวาคม 2549 19:58 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. รอยต่อระหว่างฤดูฝน....ฤดูหนาว."
ลมพัดผ่านแผ่วเบา......
ตอนเช้าที่ฉันกำลังจิบโกปี้....อยู่ตรงนอกชานเรือน
รสชาติขมปี๋เจือหวานนิดหน่อย มันช่างได้อารมณ์
เสน่ห์ของโกปี้สำคัญที่ความขมเข้มสะใจ
ขนมชะโกย,กอเด๊าะ,ขนมเพาะไก่และโรตี
คือของแกล้มอย่างอร่อยเลิศชั้นดี
ปลดปล่อยความฝันจินตนาการด้วยความสุนทรีย์
บรรยากาศเช้านี้ ทำไมถึงสวยงามอย่างนี้
หรือฉันไม่เคยสังเกตุสิ่งที่อยู่รอบตัวในรอบหลายๆปี
เพราะมัวแต่วิ่งไล่แข่งขันกับงาน,กับเงินและผู้คนในสังคม
อากาศช่างรื่นรมณ์เมื่อได้ดมกลิ่นไอดิน บวกกับกลิ่นของโกปี้
มองไปข้างหน้ากว้างไกลสังเกตุสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
เหม่อมองไปข้างหน้าบ้าน ท้องทุ่งนาเขียวงอกงามขจี
ข้าวตั้งท้องแล้ว..เริ่มเป็นรวงเรียวแล้ว.ไม่นานถึงฤดูเก็บเกี่ยว
อีกไม่ช้าไม่นานเราคงได้เห็นผลผลิตจากเรี่ยวแรง
เมื่อลมพัดแผ่วเบา ใบข้าว รวงข้าว พริ้วไสว ไหวเอนล้อลม
ฉันรู้สึกตัวอีกครั้งได้สติ เมื่อยกแก้วจิบโกปี้ที่ชงแก่อย่างขมที่สุด.....
19 พฤศจิกายน 2549