3 ธันวาคม 2551 09:20 น.

OUT OF ORDER

สะพั่งสะท้านไมภพ

ผม สะพั่ง สะท้านไมภพ ยืนบนเหวข้างลำน้ำใต้เขื่อน มองออกไป เห็นท้องฟ้า ขอบตลิ่งอีกด้าน และต้นไม้สูงที่อยู่ข้างล่าง มันเป็นความสงบในท่ามกลางความวุ่นวายของบริบทที่ไม่มีแม้แต่คำตอบ ผมรับพลังความนิ่งจากสิ่งที่มองอยู่ตรงหน้า ไม่มีใครรู้หรอกว่า ความเจ็บปวดรวดร้าวมันเป็นอย่างไร และไม่มีใครเลยหรือที่จะรู้จริง แม้แต่สักคน แต่พวกที่เอาแต่แหกปากพล่ามตำหนิติติงคนอื่นเนี่ยช่างมีเยอะเสียจริง
   อิ๊ฟ ด๊อกเตอร์ ถอดยกทรงและกระโปรงสั้นจิ๋วออก และเมื่อเปลือยหมดแล้วก็เอาผ้าขุนหนูสีขาวมาห่อตัวปิดนมกระเพื่อมและน้องสาวเอาไว้ และเดินเข้ามานั่งเบียดผมบนเตียง พร้อมกับเอามือมาบีบนวดต้นขา แต่ทว่าตามองจอทีวีหนังไทย ผมขอให้เธอหยิบเบียร์มาให้ เธอก็เดินไปเอาเบียร์และแก้วข้างตู้เย็น รินเสร็จก็ยื่นมาให้ผมจิบ และเอนตัวเธอมาเบียด ตาดูหนังกับน้ำในอ่างว่าเต็มหรือยัง
   ผมเห็นรูปร่างของเธอและความสาวสวย นึกไม่ออกเลยว่าเธอจะแพ้ใครในบรรดาสตรีที่ผมเจอมา ตอนนั้นยังไม่รู้แต่ตอนจบน่าจะเปอร์เฟ็คในทุกเรื่อง
   ชีวิตของคนเราที่ผ่านมามันผิดพลาดแล้วผิดพลาดเล่า จนกระทั่งชาชินกับความผิดพลาด
   ผม เคยอกหัก ชอกช้ำ ร่ำสุราจนกลายเป็นปีศาจสุรา แต่ทว่า ณ วันนี้คิดไปถึง เมื่อก่อนนี้มันบ้าบอคอแตกพิลึกพิลั่นเกินไปจริงๆ ไอ้ความที่คิดว่า โคตรฉลาดเนี่ยเองที่ทำให้ชีวิตมันผิดพลาดไปเรื่อยๆ 
   ผู้หญิงหรือผู้ชายเมื่อแก้ผ้าแล้วก็คือๆกัน ผมมองดูไอ้น้องชายของผม ณ ปัจจุบัน ในตอนนั้น น้องอิ๊ฟแกฟังผมพูดและต่อว่าว่าผมพูดเร็วจนฟังไม่ทัน ผมหัวเราะและก็สอนน้องเขาไปว่า รู้ไหมว่าชายที่พูดยานคางนั้นส่วนมากมักจะเป็นเกย์ แต่ทว่าพวกที่พูดเร็วนั้นส่วนมากจะเป็นช่างเย็บ
   น้องอิ๊ฟ หัวเราะคิกๆ ประสาไทยใหญ่ของเธอก็ไม่ค่อยชัดเหมือนกัน แต่ผมไม่ต่อว่า เพราะเบื่อหน่ายการต่อว่าคนซึ่งไม่รู้ว่าจะต่อว่าไปทำไม
   และเมื่อก่อนปฏิบัติการอันสุนทรบ่อย จนทำให้กระบอกยิงน้ำทั้งใหญ่และยาว แต่ทว่าปัจจุบัน ไม่ค่อยได้ใช้จึงทำให้มันหด
   น้องอิ๊ฟ หัวเราะคิกๆ
   เมื่อจบภารกิจ ไม่แม้แต่จะถามชื่อหรือถามเรื่องไร้สาระ ผมก็ออกมานั่งรอเพื่อนรุ่นพี่ข้างนอก ข้างนอกก็มีด๊อกเตอร์มากันเยอะแล้ว ผมก็มองชมความงามแบบแปลกๆละลานตาอย่างลืมตัว แม้ตอนนั้นแรงข้าวต้มจะหมดไปแล้วก็ตาม
   แป๊บเดียวเพื่อนรุ่นพี่ก็หน้าซีดเซียวยิ้มเผล่เดินมา ในสมองผมคิดปรู๊ดปร๊าดเร็วจี๋ นี่ก็แสดงว่า ฝีไม้ฝีมือพอๆกัน ไปกันได้ และคราวหน้าเป็นคราวของเพื่อนรุ่นพี่แล้ว และแกให้คำมั่นสัญญาว่า จะเรียกพวกไซน์ไลน์มาใช้บริการในคราวหน้า
   เราทั้งสองออกมาจากร้าน พี่เขาเดินเลยรถออกไป ผมจึงกระแอมเพื่อให้แกรู้ตัวว่าแกเดินเลยรถผมไปแล้ว แกก็นึกขึ้นได้ และยิ้มอย่างอายๆ แต่ผมคิดอย่างรวดเร็ว พี่แกคงเล่นซะเบลอเลยนะเนี่ย
   รถมาสด้าจีแอลเอ็กซ์ของผมส่งเสียงดังกระหึ่มและขับพุ่งโลดแล่นจากสถานบันเทิงแห่งนั้นออกไป
   ความผิดพลาด ที่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งได้ทำให้ย้อนคิดไปในอดีตที่แสวงหาอย่างมีสาระ แต่สิ่งที่ได้กลับมีแต่ความมีสาระในขณะนั้นแต่ไร้สาระหนักในขณะนี้
   แม้ว่าสนามบินจะถูกยึด ประเทศจะเจ๊ง ประชาชนตาดำจะทำอะไรได้ นอกจากจะยังงงและเครียดว่ามันทำอะไรกัน กับความโง่ของผมยังไม่อาจจะออกคำตอบออกมาเป็นปรนัย ได้แม้แต่ผิดทุกข้อ
   ก็คงต้องปล่อยมันไป แม้ว่า ธนาคารทุกธนาคารจะเจ็งอย่างไม่เป็นท่า แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนระบอบการปกครองใหม่ ผมยักไหล่ช่างหัวมัน
  ชีวิตของผมแม้ว่าที่จะผ่านมาจะรู้ว่าโง่กระทำการโง่ๆ แต่ก็ช่างหัวมัน ก็จะขอโง่ๆแบบนี้ต่อไป 
   ผมได้คิดแล้วว่า ความผิดพลาดเป็นเรื่องที่ต้องเกิด และยังต้องเกิดอีกต่อไป ถ้าหากเรามัวแต่แก้ไขความผิดพลาดในปัจจุบัน สิ่งที่ต้องเกิดคือก็ต้องแก้ไขความผิดพลาดไปจนตาย
   สะพั่ง หัวเราะก้อง พออะไรมันเสร็จสมอารมณ์หมายแล้วมันก็ปลอดโปร่ง เพียงแต่ในยามนี้ก็เพียงพอแล้วมั้ง
   บริบทในตอนนี้ทำให้ทัศนคติแปรเปลี่ยนกลับกลายไป และเมื่อเราคิดว่าตนเองแปรเปลี่ยนกลับกลายแล้วก็อย่าได้พึงคิดเป็นอันขาดว่าคนอื่นเขาจะยังไม่แปรเปลี่ยน อันที่จริงแล้วเขาทั้งหลายแปรเปลี่ยนกันไปตั้งนมนานกาเลแล้วต่างหาก
  สะพั่ง หัวเราะเคี๊ยกๆ เมื่อมีความเครียดมาก็ต้องระบายความเครียดบ้าง
  ก็เป็นไปตามที่พระท่านว่าไว้ อย่าไปคิดไกลเกินไป จริงๆแล้วมันไม่ได้รุ่นแรงอย่างที่คิด
  สะพั่ง ชักบุหรี่ที่เมียห้ามออกมาดูดและคิดเหมือนเดิมว่า หมดซองนี้แล้วจะเลิกทุกครั้ง พอสูบๆไป คนที่เดินผ่านมองหน้าผม เดาได้เลยว่าเขาคงจะประนามการกระทำชั่วของผมยิ่งกว่าพวกยึดสนามบินเป็นแน่
  สะพั่ง ยักไหล่ และมองลึกเข้าไปในดวงตาของคนสูงอายุที่จ้องมา
   เรื่องราวของเพศก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องความลับที่สูงส่ง ในสภาพปัจจุบัน มันก็มีความคิดที่เปลี่ยนไปจนน่าตระหนก เพราะไอ้ข้อมูลข่าวสารที่มากเกินไปเนี่ยเอง จึงทำให้ไม่รู้แล้วว่าอะไรถูกหรืออะไรผิด
   ผมสะพั่ง คิดว่า แม้แต่ความถูก หรือ ความผิด มันอาจจะใช้อะไรเป็นบรรทัดฐานวัดไม่ได้เลยเป็นแน่
    ก็ในเมื่อผู้แข็งแรงย่อมสามารถมีชีวิตอยู่ในโลกได้
    ก็เรียนเชิญนะครับ สำหรับผมแล้วจะขอเริ่มต้นอยู่ในโลกนี้ด้วยความโง่ คือตั้งต้นโง่มันซะเลยตั้งแต่วันนี้ ก็เป็นการเริ่มใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในสมมุติฐานดังกล่าวข้างต้น
    ก็ตั้งใจแล้วครับว่าจะโง่ไปเรื่อยๆจนกว่าจะโง่ไม่ออก
    เมื่อหมดมวล ผมก็ทิ้งบุหรี่ในร่องน้ำตามเคย ผมสะพั่ง ก็เดินต๊อกแต๊ก กลับบ้าน และเปิดเว็บค้าขายต่อไป				
26 พฤศจิกายน 2551 21:11 น.

เรื่องย่อ

สะพั่งสะท้านไมภพ

เมื่อคือวาน ผมสะพั่ง สะท้านไมภพ นอนดูหนังตาแป๋วกับเมีย พอเห็นตอนแรกของละครผมก็เดาทันที  ว่า พอเอาลูกของตนไปให้คนอื่นเลี้ยง โตขึ้นมาก็จะถูกลูกแท้ของตนเองดูถูก ตรงกันข้ามกับลูกตัวจริงที่ลักเปลี่ยนเขามาก็จะกลายเป็นโดนทารุณ แต่กตัญญูต่อมารดาที่เลี้ยง ในที่สุดรู้ความจริง ฯ
  พอมาวันนี้ ละครอีกเรื่องหนึ่ง พระเอกดุ ทำเป็นไม่รัก พออยู่ต่อมารัก นางเอกก็หนี พระเอกตามหาหลายเดือน พอเจอ นางเอกงอน พระเอกป่วย นางเอกต้องมาดูแล ตื่นมาพบว่ารักกัน จบ
  พอมาอีกวันหนึ่งละครอีกเรื่องหนึ่ง ผมก็หันไปถามภรรยาผมว่า อยากฟังเรื่องย่ออีกไหม
  จบ				
23 พฤศจิกายน 2551 08:59 น.

respect

สะพั่งสะท้านไมภพ

ผมมองดูผู้ใหญ่หลายท่านที่ได้กระทำการใดๆทั้งทางวาจา ทางกาย และทางแววตา แต่บทบาททั้งหลายแม้บางท่านได้คิดใคร่ครวญดูแล้ว แต่ก็ยังตกเป็นการวิพากษ์ ตามมุมมองต่างๆ
   เมื่อก่อนคิดว่า หากภายใจจิตใจที่จริงแท้กล้าเปิดเผยอย่างจริงใจในเรื่องที่เป็นสาธารณะประโยชน์จริงๆแล้วจะสามารถไปรอด แต่เรื่องจริงๆก็คือไปไม่รอด
   ในท่ามกลางการต่อสู้ ผมสะพั่ง สะท้านไมภพ เป็นระดับหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง ที่มีโอกาสได้เติบโตมาจากระบบการเมืองครอบครัวที่ล้มเหลวอย่างถล่มทลายเมื่อปี ๕๑ แต่อย่างไรก็ตามการกำหนดนโยบายรัฐ ก็ต้องเป็นไปตามยุทธศาสตร์สำคัญ และมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนก็ต้องมีจุดมุ่งหมายแอบแฝงอย่างลับมิดชิด
   นักการเมืองที่สามารถจะยึดครองจังหวัดหนึ่ง แผ่บารมีอย่างปกคลุม ทำให้ข้าราชการหรือนักธุรกิจการค้าต้องเข้ามาสวามิภักดิ์ สามารถสั่งข้าราชการระดับสูงระดับปลัดกระทรวงให้โยกย้ายคนของนักการเมืองนั้นไปในที่ต่างๆได้ตามประสงค์
  ข้าราชการที่ดักดานกับการทำงานและไม่สนใจเรื่องอื่นใดนอกจากหน้าที่ของตน ก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานที่กระทำอย่างทุ่มสุดตัว แต่สิ่งที่ได้รับกลับตรงข้าม
  ผมทราบดีแก่ใจ ว่าเช้าชามเย็นชาม มันเป็นเพียงยุทธวิธีเอาตัวรอดของข้าราชการผู้กินเงินเดือนหรือจากภาษีของประชาชนก็แค่นั้น
  ในวงการเชิดหน้าชูตาอย่างหรูเริดอลังการ์ ประดับด้วยรอยยิ้ม เกียรติ และเครื่องแต่งกายแปลกๆพิสดารรวมไปถึงเครื่องประดับพิเศษ เป็นคล้ายหัวโขนตัวพระ ตัวพระรอง ที่ทำให้ผู้ที่ยังมีความต้องการในเรื่องลาภยศสรรเสริญต้องศิโรราบให้ และยกย่องให้ความเคารพนับถืออย่างสูง
   แต่ทว่าการปฏิบัติราชการที่ต้องใช้ความรู้ ทักษะในสาขาอาชีพ และสติปัญญาคิดแก้ไขปัญหา มันไม่มีในระดับสูงเนื่องจากที่มาของการไต่เต้าหรือไต่ตามเต้าก็ตามมันไม่ใช่ จึงทำให้ปัญหาทั้งมวลของรัฐ ไม่จบและเปิดแผลกว้างออกไป
   จากการล่มสลายในปี ๕๑ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างขนานใหญ่ ในเมื่อเราได้รู้จักกับระบอบประชาธิปไตยแล้ว และเชื่อมั่นว่าระบอบนี้เป็นระบอบที่ดีในการใช้ปกครอง เราจึงเริ่มต้นใหม่
   ผมได้ให้ข้าราชการระดับสูงตั้งแต่ซีแปดทั้งหมดเออลี่ลีไทน์ออกไป
   และเริ่มต้นด้วยการให้ข้าราชการระดับรากหญ้าเลือกนายของเขา
   และนายของเขาในระดับล่างก็เลือกนายระดับบนสูงขึ้น
   ในระบบนี้เราเชื่อมั่นว่า คนที่เติบโตมาด้วยการทำงานจะเป็นผู้นำที่ดีที่สุด
   ในเมื่อเรามั่นใจในความดีของคนๆหนึ่งแล้ว เราก็ไม่ต้องมีระบบตรวจสอบใดๆทั้งสิ้น แต่ทว่าเราดูผลงาน จากการแถลงผลงาน และสิ่งที่ตอบรับกับประชาชน
   ในคืนหนึ่ง ผมกลับจากงานใหญ่ของรัฐ และเดินทางกลับบ้าน โดยที่ไม่มีรถนำขบวนหรือการรักษาความปลอดภัยพิเศษใด สี่แยกไฟแดง
   รถปิคอัพคันหนึ่งแล่นมาใกล้ๆ คนในรถทางด้านกระบะท้าย ที่นั่งอยู่เต็มฉับพลันก็สาดกระสุนเข้าใส่รถคันที่ผมนั่ง
   เสียงปืน เสียงคมกระสุนแหวกอากาศ เศษกระจก เสียงร้อง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ผมย่อมเป็นจุดศูนย์กลางหรือเป้าหมายของพวกมันที่ระดมยิง
   ผมรู้สึกได้เลยว่าหน้าของผมและร่างกายของผมมันมีหัวกระสุนตุงอยู่เต็ม
   ในห้วงความคิดคำนึงครั้งสุดท้ายนั้น
    ผมรู้สึกไม่เจ็บเลย และรู้สึกยินดีที่จะได้พักผ่อน
    แม้ว่าคนจะตายแต่หัวใจแห่งความถูกต้องยังคงอยู่และจะเกิดขึ้นมาอีกนับร้อยและจะสู้กับความชั่วร้ายที่ปกปิดซ่อนเร้นต่อไปอย่างทรนง
   ไม่เจ็บเลยด้วยซ้ำ
    ผมยิ้มครั้งสุดท้าย				
22 พฤศจิกายน 2551 20:06 น.

ในค่ำคืนพรุ่ง

สะพั่งสะท้านไมภพ

สะพั่ง สะท้านไมภพ ออกไปนอกบ้านและงัดบุหรี่ที่ภรรยาห้ามสูบขึ้นมาสูบ อากาศตอนหัวค่ำมันเย็นนิดๆ ผมยืนพิงกำแพง อัดควันเบาๆ เข้าปอด และมองดูท้องฟ้า ดาวตกอีกแล้วหลายดวงเสียด้วย แสงของดาวบ้างก็เป็นสีแดง บ้างก็เป็นสีเหลือง
   ผมรู้สึกผะอืดผะอม ที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ ยากยิ่งกว่าโจทย์เลข และไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง เนื่องจากไม่มีคนเฉลย
   พ่อแม่สอนให้เราเป็นคนดี ครูบาอาจารย์สอนให้เราฉลาด
   จากเศรษฐกิจของครอบครัว ที่กระทบกระเทือนมาจากคลื่นความเปลี่ยนแปลงของโลก สาดซัดกระหน่ำซ้ำเติมทุกครอบครัว เห็นและโดนกับตนเอง เลยไม่รู้จะช่วยกันอย่างไรก็ต้องช่วยตัวเองก่อน และครูผู้ซึ่งชอบรับเงินค่าแป๊ะเจี๊ยะก่อนเข้าแม้จะอ้างว่าเอาไปทำประโยชน์แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่คิดง่ายๆสำหรับเด็กเล็กและจะบานปลายยิ่งต่อผู้ใหญ่ในอนาคตและก็มาถึงแล้วในวันพรุ่งนี้
   ในบริบทอย่างนี้ น้ำตา อาจจะช่วยได้ อย่างน้อยก็จะช่วยปลอบประโลมหัวใจนักสู้ กำลังใจ และเรี่ยวแรงให้พอมีขึ้นมาได้บ้างอีกนิด
   วันพรุ่งกำลังคืบคลานออกไปอย่างรวดเร็วทีละวินาที ทีละวินาที
   เมื่อวานวันนี้ ไม่มีใครรู้ว่าตนเองจะต้องตายในวันพรุ่ง หรือบาดเจ็บสาหัสพิการในวันพรุ่ง หรือต้องสูญเสียอย่างหนึ่งอย่างใดไป
   ผม สะพั่ง สะท้านไมภพ ยืนนิ่งแผ่เมตตาให้กับทุกชีวิตที่จะต้องปลิดปลง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ล้วนแล้วแต่ต้องการให้เป็นไปที่ตนคิด ที่ต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าตนเองถูก แต่อีกฝ่ายหนึ่งผิด 
   เมื่อต่างคนต่างถูกแล้วก็ยากยิ่งที่จะออกความเห็น 
 
   ในคืนวันพรุ่ง ในห้องหับอาบอบนวด ผมนอนแก้ผ้าในอ่างจากุชชี่ ให้หมอนวดแผนปัจจุบันอาบน้ำให้ และดื่มสุราผสมโซดาบางๆ และมองดูสรีระของหมอที่กำลังทำหน้าที่ และเมื่อจบคอร์ส
    หมอนวดก็เปิดทีวีดูการถ่ายทอดภาพข่าวสดๆ และพูดให้ผมฟังว่า แม้เมื่อวานวันนี้ก็รู้ทั้งรู้ว่าจะต้องเกิดขึ้น ต้องมีตาย แต่ด้วยความที่เป็นนักสู้ เลือดเข้มข้น ก็ต้องออกไปตามฝ่ายของตน ให้กำลังใจฝ่ายของตน แล้วก็เป็นไปอย่างที่คิดในวันพรุ่ง
   ผมดูทีวีไปน้ำตาไหลไปและก็จิบเหล้าไปฟังหมอนวดเป็นผู้ประกาศข่าวเนคนิวส์ ถึงอาจจะมากกว่าเนคนิวส์   
   น้ำตาผมรินไหล
   ผมได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก จนกระทั่งเผลอครางเป็นบางครั้ง
   น้องหมอ บอกว่า อาจจะเป็นเพราะความไม่ใส่ใจในระบอบประชาธิปไตยแบบนี้ที่ไม่เคยมีสอนในตำรา แต่อาจมีห้ามไว้ในหนังสือชื่อหน้าที่พลเมือง
   ผมเริ่มตาลายและฟังอะไรไม่ชัด ก็ได้แต่อือออไปตามเรื่อง
   พอใกล้ถึงจุดไคลแม็กซ์ น้องหมอถามว่า ผมอยู่ฝ่ายไหน
   ฝ่ายไหน
   และเน้นถามอีกว่า..อยู่ฝ่ายไหน
   ในค่ำคืนพรุ่ง ตอนนั้น มันคิดไม่ออกจริงๆ				
20 พฤศจิกายน 2551 20:00 น.

นัดเดียวสาม

สะพั่งสะท้านไมภพ

ผม สะพั่ง สะท้านไมภพ ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก หลายๆคืนแล้ว เพราะเจ้าแอร์ที่ห้องนอนผม มันสตาร์ทดังๆเดาว่าเพื่อมันจะเดินเครื่องทำความเย็นข้างนอกและส่งความเย็นเข้ามาข้างใน 
   พอสตาร์ทได้ที่แล้วประมาณสามสี่ครั้งแล้วมันก็เงียบไป และไม่สามารถจะเดาได้เลยว่าเมื่อใดจะเริ่มต้นส่งเสียงดังลั่นอีก ผมไม่รู้จักมันเลย พอๆกับเรื่องแผ่นดินไหว
  คราวที่แล้วให้ตาช่างประจำหมู่บ้าน ซึ่งผมเรียกเขาว่า น้าโจ น้าโจแกหนุ่มกว่าผม ตอนที่กินเหล้าด้วยกันเรียกไอ้น้องโจ คราวที่แล้วแกมาล้างแอร์ให้และแกก็ดูคอมเพรสเซอร์ให้ และเสนอให้เปลี่ยนในราคาสามพันบาท
   ผมนั่งคิดในใจว่ามั่นใจได้แค่ไหนที่เมื่อซ่อมแล้วจะไม่ส่งเสียงลั่นหมู่บ้านอีก แต่ความคิดอ่านแก้ไขปัญหา มันก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัย swot ด้วย ดังนั้นจึงรอไว้ก่อน
   พอเมียผมกลับมาถึงบ้านก็ได้พูดถึงค่าไฟฟ้าที่เดือนนี้แพงขึ้นเยอะกว่าเดิมร้อยละ 33.33 ซึ่งผมก็ได้ชี้แจงด้วยความเคารพไปว่า อาจเป็นเพราะชิ้นส่วนในโถส้วมชำรุด ซึ่งผมได้ไปซื้อและมาซ่อมด้วยตนเองแล้ว ประมาณสามครั้งสามเที่ยวหลายชั่วโมงจึงทำให้น้ำไม่ไหลนอง ปัมพ์น้ำไม่ปัมพ์น้ำทั้งคืนซึ่งทำให้ไม่เปลืองไฟ
   และผมก็เลยหารือกับเมียสุดที่รักของผมว่า เรื่องแอร์จะเอาอย่างไรดี หนึ่งช่างโจบอกว่าสามพัน แต่ผมไม่มั่นใจว่าซ่อมแล้วเสียงจะเบาขึ้นไหม สองซื้อใหม่เลยแล้วเอาเครื่องเก่าไปเทริน ภรรยามองผมตาปริบ แต่ผมก็บอกว่าแต่ต้องรอไปก่อนเนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีตังค์
   ที่ผ่านมา ผมและเมียก็นอนเปิดแอร์ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าไหนๆก็เปิดไม่แม้แต่หน้าหนาว แต่มาวันนี้ผมเสนอแนะเมียให้เปิดหน้าต่างนอน มันคงจะเป็นบรรยากาศที่แปลกผิดกลิ่นอย่างดีทีเดียว ซึ่งผมได้ใช้แม่น้ำลูกยอกอไผ่ มาชี้แจงเมียผมดังนี้
   ประโยชน์ของการไม่เปิดแอร์นอนและเปิดหน้าต่างนอนมีดังนี้
   หนึ่ง ประหยัดค่าไฟฟ้า จะทำให้ประหยัดงบประมาณของเมียผมได้
   สอง ลองนอนกับบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติบ้าง
   และข้อสาม เอาไว้เปิดแอร์แกล้งชาวบ้านข้างเคียง เวลาที่ข้างบ้านทั้งทางซ้ายทางขวาสร้างปัญหากวนใจบ้านของเรา เราจะเอาแอร์ตัวนี้เปิดสู้กันเพื่อเป็นการต่อรองทางด้านการเมือง
   เมียผมมองผมชี้แจงอย่างยืดยาว แล้วก็หัวเราะพร้อมกับพยักหน้า				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสะพั่งสะท้านไมภพ
Lovings  สะพั่งสะท้านไมภพ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสะพั่งสะท้านไมภพ
Lovings  สะพั่งสะท้านไมภพ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสะพั่งสะท้านไมภพ
Lovings  สะพั่งสะท้านไมภพ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงสะพั่งสะท้านไมภพ