นิทานข้างห้อง...นอน (ตอน ใครว่าเราเพื่อนกัน

ชมพูภูคา J.


ฉันยังขับรถไปเรื่อย ๆ อากาศดีจัง  ที่รู้เพราะเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ 
รับลมบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด หวนนึกถึงใบหน้ากวน ๆ เปื้อนยิ้ม  แล้วก็อดยิ้มตอบไม่ได้
โก้คงรับรู้  แม้เขาไม่อยู่ตรงนี้  หากฉันหวังให้เป็นเช่นนั้น
ระหว่างเราสองคนมีเรื่องดี ๆ ร่วมกันน้อยมาก  
ซึ่งมันไม่ได้หมายความว่าพวกเรานิยมแต่เรื่องแย่ๆ  
คงเป็นเพราะดวงไม่สมพงษ์กันหรือเปล่าไม่รู้
(มิน่า  คนโบราณถึงนิยมตั้งชื่อลูกชายว่าสมพงษ์  มันเป็นแบบนี้นี่เอง)
และถ้าจะนั่งนึกดูให้ดี  นับนิ้ววนไปวนมาจากวันนั้นแล้ว
ก็ยังมีเรื่องแย่ๆ ตามมาอีกเป็นหางว่าว  
คิดดูสิว่าโลกของเราสองคนมันจะเลวร้ายแค่ไหน
เพราะงั้นในวันที่เราจากกันทุกอย่างคงจบลงเสียที
แน่นอนฉันเสียใจมากที่สุด  แต่ก็ปนความสบายใจลึก ๆ 
สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด  โล่งอก  
แต่ก็เหมือนมีใครแกล้งเอามือมาอุดจมูกซะงั้น  (ถ้าโก้อยู่  ก็คงเป็นโก้นี่แหละ)  
ฉันเริ่มกังวลจะเป็นอย่างไร  ถ้าวันข้างหน้าจะพบแต่ความสุข  (ที่เคยถวิลหา)
ภายใต้ความเศร้าโศก  ความเสียใจ  ความสุขก็ยังตามแทรกซึมไปทุกอณู
นี่กระมัง  อารมณ์ทั้งรักทั้งเกลียดน่ะ  ใช่เลยฉันยอมรับและยอมรับมานานแล้วด้วย
ฉันรักโก้  แล้วก็โคตรเกลียดมันเลยในเวลาเดียวกัน
ทว่า  หลังการจากไปของเขาไม่นาน  โลกหม่น ๆ ในวันสับสนของคนใกล้บ้า  
ก็พลันสว่างไสวขึ้นมา   มันไม่ได้ง่ายแค่เพียงการรับซองจดหมายลวดลายสุดเชย
จากมือของอดีตหนุ่มไปรษณีย์ซึ่งปัจจุบันเขาชราลงไปโข 
แต่ตัวหนังสือโย้เย้ในนั้นต่างหาก   ไม่มีข้อความเยิ่นเย้อใด ๆ 
นอกจาก  ประโยคสั้น ๆ  ประโยคเดียว  เท่านั้น
ที่ทำให้โลกของฉันสว่างไสว  เต็มตื้น  รับรู้ได้ถึงหัวใจคนไกลที่มีคุณค่า  
และคงอยู่คู่กันมาตลอดทั้งชีวิตของเรา    และจะยังคงอยู่ตลอดไปนับแต่นี้
น้ำตาซึมขอบตาอีกครั้ง  ฉันไม่แคร์หรอกว่ามันจะไหลเอ่อท้นจนเลอะแก้ม
เสียใจสิฉันต้องเสียใจแน่ๆ อยู่แล้ว  ด้วยว่าไม่เคยคิดจะเข้าใจในความจริง
ในสิ่งที่ตาเคยเห็น ในสิ่งที่หูก็เคยยิน  
หากบางช่วงเวลาที่ฉันเพียงหลงทางไปกับคำพูดของผู้คน  ที่เขาไม่เข้าใจในตัวตนของเธอเลย
ฉันน่าจะเข้าใจได้เองมาตั้งนานแล้ว  ก็มันไม่ใช่เรื่องยาก  แต่ทำไมบางเวลาโง่จัง
ถ้าฉันเป็นโก้เองก็คงเหนื่อย  แววตา  โคตรเซ็ง  เปล่งประกาย  ฉันรู้  ว่าเธอเหนื่อยแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม  สุดท้ายเธอก็เลือกฉัน  ไม่ใช่หรอก  เธอไม่ได้ตัดสินใจมาเลือกเอาโค้งสุดท้าย
เธอเลือกฉันมาตั้งนานแล้วต่างหาก  
เธอมอบความไว้เนื้อเชื่อใจ  สอนให้ฉันรู้และเข้าใจความหมายของคำว่า  รัก
ซึ่งมันไม่ได้มีอะไรมากมายเลย  แต่น่าแปลกเอาอะไรมาบรรจุก็เก็บมันไว้ไม่ได้หมด    
เพราะงั้นจำไว้  คำว่า  รักล้นใจ  น่ะผิด  
จดหมายฉบับนี้ไม่ใช่จดหมายของโก้  เพราะถ้าเป็นจดหมายของโก้ส่งมา
ฉันคงช็อคตายก่อนทันดีใจ
แต่มันถูกส่งมาจากเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
หนูน้อยคงต้องใช้ความบากบั่นพอสมควรในการบรรจงขีดเขียนมันออกมา
แค่ประโยคเดียวอาจเสียเวลาเป็นวัน  
มันเป็นภาษาไทยจริงๆ  และแม้ว่ามันไม่ได้เขียนยากเหมือนตัวหนังสือจีน
หากสำหรับเด็กน้อย  อายุน่าจะสักประมาณสี่ห้าขวบน่ะยากไหมล่ะ
เขียนกอไก่ถึงฮอนกฮูกได้ก็ฉลาดสุดๆ แล้ว  แต่เนี่ยเขียนได้ตั้งประโยค
เพียงคลิกเดียวจากนางฟ้าตัวน้อยที่ฉันเคยพบเจอเมื่อกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  
(ตอนนั้นแกเพิ่งจะเกิด)
ช่วยเปิดหู  เปิดตา และเปิดหัวใจของฉันให้เข้าใจเสียที
โก้ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตสอนคนโง่ๆ  อย่างฉัน  
แน่นอนเวลานี้  โก้คงแอบหัวเราะเยาะฉันอยู่ที่ไหนสักแห่งตามสันดานเดิมของเธอ
และฉันก็คงไม่มีโอกาสตามไปเอาคืนได้เช่นกัน  
เมื่อก่อนโก้ชอบว่าฉันโง่  แต่เป็นคนโง่ที่โก้ไว้ใจยอมให้เป็นที่ปรึกษาในยามคับขัน
นี่ก็น่าแปลกเพราะโก้มักจะนำตัวเองไปสู่สถานการณ์คับขันอยู่เสมอ  ไม่รู้ทำไม
ใครอื่นๆ  เขาคงพากันหนีตูดแน่บ  แต่เธอยังยืนเสนอหน้าอยู่
ไม่รู้อยากเป็นพระเอก  หรือโง่
สำหรับฉันคิดว่าเธอหนีไม่ทันมากกว่า  
และแทบทุกครั้งจะมีอย่างน้อยหนึ่งคน
ที่จะคอยซวยเป็นเพื่อนไปด้วยทุกที  หรือเรียกง่ายๆ ว่า  โก้พาเพื่อนซวยนั่นแหละ
แล้วมันจะเป็นใครอื่นไปได้ถ้าไม่ใช่ฉัน
ใครๆ ก็ว่าเราเป็นเพื่อนกัน
ฉันแน่ใจพอ ๆ กับที่โก้เองก็แน่ใจ  ว่ามันไม่เป็นอย่างที่ใครคิด
ทุกครั้งที่เราเจอกัน  มันคือสภาวะบังคับ
จะให้ทำอย่างไรได้ก็บ้านมันดันติดกันเป็นฝาแฝดแบบนี้ 
จะไม่เจอกันก็คงตอนหลับตาเท่านั้นแหละ
ฉันรู้จักทุกซอกทุกมุมในบ้านของโก้  และโก้ก็สอดรู้ไม่ด้อยไปกว่ากัน
ไม่ใช่ว่าเราต้องการชิงดีชิงเด่นตามประสาเด็ก  ไม่ใช่เลย
แต่เป็นเพราะพวกพ่อแม่หรอก  ชอบใช้ให้เราหยิบโน่นหยิบนี่ได้ทั้งวัน
โดยไม่เลือกเลยว่าลูกใครแล้วไอ้ของที่ให้ไปเอาน่ะสมบัติบ้านใคร
เราไม่เคยนั่งเล่นด้วยกัน  แต่นั่งอยู่เคียงข้างกันเสมอ
ฉันคุยกับตุ๊กตาบาร์บี้แล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้มันบ่อยๆ (อันนี้ไม่ค่อยเหมือนตัวเอง)
ในขณะที่โก้ก็คุยเหมือนกัน  แต่ไม่ใช่กับฉันแน่ๆ  บางครั้งเขายังเคืองไม่น้อย
สังเกตจากแววตาที่เหล่มา  ประมาณว่าพวกผู้หญิงชอบเล่นอะไรปัญญาอ่อน
ทั้งๆ  ที่  เราก็ทำเหมือนกันเปี๊ยบ  
ต่างกันตรงที่ฉันไม่ชอบคุยกับสัตว์ประหลาดเหมือนโก้ก็เท่านั้น
เป็นแบบนี้  ฉันกับโก้จึงไม่ใช่เพื่อนกันแน่ๆ  เรื่องนี้เราสองคนรู้ดีกว่าใคร  
แต่ไม่เคยมีใครเข้าใจเลยสักที
				
comments powered by Disqus
  • เพียงพลิ้ว

    25 มกราคม 2550 13:26 น. - comment id 94796

    เล่าเรื่องเก่าๆ ดี๋ยวเขาหาว่าเริ่มแก่น้า อิอิ
    มีบางคนชอบว่าเราโง่ บ้า อิอิ
    
    36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif1.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน