นักเขียนขยะ

กฤตศิลป์ ชินบุตร

ในมือของชายคนนั้นมีซองกระดาษสีน้ำตาลเก่าๆ เขาจับซองใบนั้นอย่างมั่นคงราวกับเกรงว่ามันจะดิ้นหลุดไป แสดงว่าของในซองใบนั้นสำคัญกับเขามาก อาจจะเป็นเงิน โฉนดที่ดินหรือของมีค่าอะไรสักอย่าง บางที่ก็อาจเป็นสิ่งเลวร้ายจนเขามิกล้าเปิดเผย ยิ่งการแต่งกายของเขามอซอยังกะโจร เสื้อเก่าๆขาดๆ ไว้หนวดไว้เครารุงรัง จึงสนับสนุนแนวคิดนี้
เขาเดินมาถึงหัวมุมถนนจึงเลี้ยวสู่อาคารหลังเล็ก ซึ่งคร่ำครึเช่นเดียวกับบุรุษมอซอที่กำลังก้าวเท้า เข้าไป ทว่าภายในอาคารกับตกแต่งสวยงามและสดใส ผิดกับสภาพแวดล้อมภายนอกอย่างมาก แรกเลยเขาคิดว่าที่นี่จะยินดีต้อนรับเขาอย่างมิตร ขณะนี้เขาตระหนักแล้วว่าควรจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ให้น้อยที่สุด 
ผมมาหา บอกอ ครับ เขาเอ่ยกับพนักงาน
นัดไว้หรือเปล่าค่ะ พนักงานสาวสวยย้อนถาม
เขาลังเล เพื่อครุ่นคิดถึงผลได้ผลเสีย หากเขาจะตอบว่าเขานัดไว้แล้ว เพราะถ้าเขาโกหก อาจทำให้งานของเขาล้มเหลวตั้งแต่ประโยคแรกของการสนทนา แต่ถ้าเขาบอกว่าไม่ได้นัด โอกาสได้เข้าพบ บอกอ คงยากยิ่ง เพราะคนเหล่านี้ล้วนไม่ค่อยใยดีกับนักเขียนโนเนม  และคำตอบที่ได้รับก็อาจเป็นว่า ท่านไม่ว่างนะคะ ติดประชุม หรือธุระสำคัญอะไรสักอย่าง และก็จะบอกให้มาใหม่วันหลัง อันที่จริงก็คือการไล่อย่างสุภาพดีๆนี่เอง กระนั้นการโกหกก็มีแต่จะทำให้เรื่องต่างๆเลวร้ายลง เขาจึงตัดสินใจพูดความจริง อย่างน้อยก็แสดงว่าเขาบริสุทธิ์ใจ
เปล่าครับ แต่ช่วยบอกให้ด้วยนะครับ เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรอีก จึงส่งยิ้มให้ ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่า ยิ้มที่ได้รับตอบมานั้นเป็นยิ้มจริงๆหรือเป็นการแสดง
บอกอ คะ มีคนอยากพบท่านค่ะ ลูกจ้างสาวเรียนเจ้านายตามหน้าที่แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากชายร่างใหญ่ เขากำลังจดจ้องกับผลงานชิ้นเอกตั้งแต่เขาตั้งสำนักพิมพ์แห่งนี้  
แล้วทำไมผมต้องเจอเขาด้วยล่ะ เขายังยิ้มเบิกบาน 
อันที่จริงสำนักพิมพ์แห่งนี้เป็นเพียงสำนักพิมพ์เล็กๆ แทบไม่มีใครรู้จักชื่อด้วยซ้ำ หนังสือแทบทุกเล่มที่ทำออกมาล้วนล้มเหลวขาดทุน นานๆทีจึงมีสักเล่มที่พอได้กำไร ให้สำนักพิมพ์อยู่มาได้ กระทั่งวันหนึ่งเป็นวันที่อากาศร้อนอบอ้าว ภายในอาคารจึงร้อนยิ่งนัก (เครื่องปรับอากาศที่นี่ไม่ได้ทำงานมานานเป็นปีตามนโยบายประหยัดเงินของ บอกอ) ราวกับว่ามีดวงอาทิตย์สักล้านดวงรุมล้อมโลกไว้ บอกอ นั่งบนเก้าอี้ตัวเก่ากับภาพความล้มเหลวในการบริหารธุรกิจ จากความหวังจะนำพาสำนักพิมพ์แห่งนี้ไปสู่ความยิ่งใหญ่ สิบปีให้หลังเขาแทบเอาตัวไม่รอด เมื่อความฝันว่าจะยิ่งใหญ่ในแวดวงวรรณกรรมริบหรี่แทบดับลง ทางรอดเดียวของเขาคือมุ่งสู่ชนบทที่จากมา กลับไปทำนาทำไร่ คงไม่หนักหนาอะไรนักสำหรับลูกชาวนาอย่างเขา อย่างไรก็ดีเขาก็ต้องการจะลองอีกสักครั้ง แม้จะเดิมพันด้วยชีวิต เขาจึงรอว่าจะมีใครสักคนก้าวเข้ามาพร้อมกับผลงานดีๆสักชิ้น  ย่างก้าวสู่วันที่หกความคิดของเขาแทบมีค่าเป็นศูนย์ จึงตัดสินใจบอกข่าวร้ายกับพนักงาน แต่พอเขาก้าวออกมาจากห้องทำงาน ประตูทางเข้าก็ถูกเปิดออกพร้อมกับชายวัยกลางคนก้าวเข้ามา จากนั้นไม่นานสำนักพิมพ์แห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักพร้อมกับนักเขียนในสังกัดคนใหม่ซึ่งเขายินดีจะผลิตงานให้สำนักพิมพ์แห่งนี้ประจำ อันหมายถึงความมั่นคงและมั่งคั่งของเขา ดังที่เป็นอยู่อย่างปัจจุบันนี้
	แต่เขาขอพบให้ได้นะคะ บอกอจะไม่ให้โอกาสเขาหน่อยเหรอคะพนักงานสาวพูดทีเล่นทีจริง
	ไม่รู้สิ แต่ให้เขามาพบหน่อยก็ได้ บอกอ ตอบอย่างลังเล
	เขาก้าวเข้ามาในห้อง ซึ่งสะอาดและเป็นระเบียบ ข้าวของต่างๆจัดวางอย่างเหมาะเจาะ มากมีด้วยเครื่องตกแต่งเข้าชุดกัน 
	สวัสดีครับ ผมมีงานเขียนจะให้ท่านพิจารณาครับเขาพูดขณะนั่งลงตามคำเชื้อเชิญ
	บอกอรับซองเก่าๆนั้นมาตามมารยาท แต่สายตายังไม่ละจากการสำรวจการแต่งกายของผู้มาเยือน นานพอควรกระทั่งบอกอระลึกได้ว่าชายผู้นี้มาในห้องนี้ทำไม จึงแกะชองใบนั้น ครู่ใหญ่บอกอจึงเอ่ยขึ้น 
	งานของคุณน่าสนใจมากที่เดียวมีความแปลกใหม่และสร้างสรรค์ ใจของเขาเริ่มพองโต เพราะท่าทีของบอกอดูจริงใจอย่างยิ่ง 
	ทางสำนักพิมพ์ของผมเพิ่งจะประสบความสำเร็จในการผลิตผลงานของนักเขียนในสังกัดคนใหม่ คุณรู้ไหมจู่ๆ บอกอ ก็เปลี่ยนเรื่องคุย
	ครับ ผมถึงมาที่นี้ เผื่อท่านจะให้โอกาสเขายิ้ม
ใช่ๆผมพร้อมจะให้โอกาสนักเขียนรุ่นใหม่เสมอบอกอยิ้มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่แน่ใจนักว่าเป็นยิ้มที่เต็มใจ
จากการสนทนาทำให้เขามีหวังเต็มที่ว่าบอกอจะรับงานของเขา ความหวังความตั้งใจในการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ของเขาดูจะไม่สูญเปล่า ภาพงานชุดแล้วชุดเล่าที่ถูกปฏิเสธย้อนมากวนใจ และวันนี้ก็เป็นวันของเขาแล้ว 	
ตกลงบอกอรับงานผมใช่ไหมครับเขาถามอย่างตรงไปตรงมา
บอกอ ลังเลใจก่อนจะพูดว่า ผมเสียใจที่ต้องปฏิเสธงานของคุณ เพราะสำนักพิมพ์ของผมพึ่งฟื้นตัว ยังไม่แกร่งพอที่จะปั้นนักเขียนหน้าใหม่อย่างคุณ ทำไมคุณไม่ลองสำนักพิมพ์อื่นๆบ้างละ เขาอาจสร้างคุณให้กระฉ่อนวงการก็เป็นได้นะ
รอยยิ้มของเขาจางหายเมื่องานถูกปฏิเสธ 
เป็นเพราะงานของผมต่อต้านรัฐบาลใช่ไหมคุณถึงไม่รับงานนี้
	ทำไมคุณไม่ลองเปลี่ยนแนว ลองเขียนเรื่องสบายๆ เพราะทุกวันนี้ผู้คนมัวแต่ถามหาสาระ จริงจังกับทุกเรื่อง และในที่สุดก็เครียด หนังสือประเภทคลายเครียดจึงตอบโจทย์สังคมยุคนี้บอกอ ยื่นซองใบเก่าคืนให้ก่อนจะพูดว่า เชื่อผมแล้วคุณจะรุ่ง 
	เขาจากมาจากอาคารหลังนั้น โดยไม่รู้สึกเสียใจแต่อย่างไร เพราะเขารับรู้อยู่แล้วว่า โอกาสที่จะมีใครสักคนมาอ่านงานของเขาอย่างจริงจังนั้นแทบไม่มี เขาเดินไปตามถนนมุ่งสู่ย่านแออัดของสังคม ข้างทางมีถังขยะที่ถูกคุ้ยกระจัดกระจาย เขายกซองใบนั้นมามอง ความหวังความตั้งใจของเขาจบสิ้นแล้ว อาชีพบนทางฝันดับลงแล้ว เขาตัดสิ้นใจทิ้งมันลงไปในถังขยะ และเดินจากไป 
เมื่อถึงห้องแถวเก่าๆ เขาจึงสังเกตเห็นว่าชายขอทานตามเขามา ในมือชายขอทานมีซองใบเก่า
	ซองนี้เป็นของคุณใช่ไหม คุณทิ้งมันทำไม ชายขอทานพูดกับเขา
	มันไม่มีประโยชน์หรอก ก็แค่เศษกระดาษเท่านั้น คุณเอาไปเถอะ เขาพูดขณะกำลังเปิดประตูห้อง 
	งานของคุณดีมากเลยคุณรู้ไหม
	เขาหันกลับมามองอย่างสนเท่ห์ ชายขอทานอ่านหนังสือออก ซ้ำยังชมงานของเขาด้วย
	จากการสนทนาสั้นๆคืนนั้น เขาได้กลายมาเป็นนักเขียนผู้โด่งดัง ด้วยผลงานที่เขาทิ้งลงถังขยะไปแล้ว นับเป็นโชคดีของเขาที่คืนนั้นมีนักเขียนคนหนึ่งมาศึกษาชีวิตขอทาน ด้วยการปลอมตัวเป็นขอทาน รุ่งขึ้นนักเขียนคนนั้นจึงนำงานของเขาไปให้ บอกอ ของเขา และสามเดือนให้หลังชื่อของเขาจึงกระฉ่อนวงการ 
	
อาคารเก่าๆหลังเดิมยังคงซอมซ่อเหมือนเดิม ทว่าภายในอาคารกลับไม่เหมือนเดิม ข้าวของต่างๆเคยสวยงามเป็นระเบียบ บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า ห้องทำงานของบอกอก็ซอมซ่อไม่ต่างกันนัก เขายังนั่งอยู่ที่เดิมบนเก้าอี้ตัวเดิม แต่เขาแก่ลงไปมาก และสิ่งที่เขาจดจ้องไม่ใช่หนังสือเล่มเดิมอย่างเคย และก็ไม่ใช่หนังสือเล่มอื่นๆของนักเขียนผู้รุ่งโรจน์ในสังกัดของเขา เพราะนักเขียนคนนั้นได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยอุบัติเหตุ การจากไปของเขาเหมือนกับเป็นการปล่อยความหายนะมาสู่สำนักพิมพ์แห่งนี้อีกครั้งและถาวร
	หนังสือตรงหน้าเขามีบางส่วนที่คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยอ่าน จากประสบการณ์ในแวดวงวรรณกรรมอันยาวนานของเขา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนังสือเล่มนี้สมบูรณ์ ถ้ามีโอกาสเขาอยากพูดคุยกับคนเขียนสักครั้งเพื่อขอให้เขาเขียนงานให้  นึกได้ว่าปกหลักนั้นจะมีประวัติของนักเขียน จึงพลิกกลับไปอ่าน 
	ข้อความหนึ่งหน้ากระดาษขนาดสิบหกหน้ายก ถือว่าไม่ยาวเลย ยิ่งเป็นถึงบอกอ ความสามารถในการอ่านย่อมเหนือชั้นกว่าใคร ไฉนเล่าเขาถึงจ้องหน้านั้นอยู่เป็นนาน พร้อมกับน้ำตาร่วงหล่นจากดวงตาขุ่นมัว สายตาของเขาจอจ้องข้อความที่ว่า
	นักเขียนคนนี้เคยก้าวไปสู่จุดต่ำสุดของความฝัน เขาฝันว่าจะเป็นส่วนหนึ่งแห่งโลกวรรณกรรม หลายปีทีเดียวที่เขาเฝ้าเขียนงานต่างๆออกมา ทั้งบทกวี เรื่องสั้น และนวนิยาย และก็อีกหลายปีที่เขาตะลอนๆนำเสนอผลงาน แต่คำตอบที่ได้จาก บอกอ ที่เขาเข้าพบเหล่านั้นล้วนให้เขาทิ้งงานเขียนของเขาไป เมื่อทุ่มชีวิตให้กับงานเขียนแล้วเปล่าประโยชน์ การโยนทิ้งขยะจึงเป็นสิ่งพึงกระทำ เส้นทางเดินจบแล้ว ไม่มีทางให้เดินต่อไป กระนั้นสวรรค์ยังส่องแสงสว่างมาให้ เพื่อนำทางไปสู่ปลายทางที่วาดหวัง งานที่เขาทิ้งลงถังขยะกลับไปตกอยู่ในมือ บอกอ  ผู้ที่เห็นคุณค่าและนำเขามาสู่ความยิ่งใหญ่ในวันนี้
	ความชอกช้ำประดังเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ทั้งเสียดายและเจ็บใจตัวเอง หากว่าวันนั้นเขาเปิดใจสักนิด ใช้เวลาสักหน่อยเพื่อพิจารณางานที่เจ้าของหนังสือเล่มนี้นำมาเสนอ ชีวิตในบั้นปลายของเขาคงไม่ต้องลำบากอย่างนี้หรอก เขาตัดใจละสายตาจากหนังสือตรงหน้า และปิดลง กระนั้นลมจากพัดลมยังพลิกหนังสือเปิดให้ออก ตัวหนังสือเล็กๆเขียนว่า 
แด่ บอกอ ทุกคนที่แนะนำให้ผมทิ้งมันลงถังขยะ
9 พฤษภาคม 2551				
comments powered by Disqus
  • กุ้งหนามแดง

    3 กรกฎาคม 2551 18:27 น. - comment id 84337

    :)  อ่านจบแล้ว เลยลงชื่อไว้ค่ะ..
  • กฤตศิลป์ ชินบุตร

    20 กรกฎาคม 2551 16:53 น. - comment id 100621

    ขอบคุณครับ

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน