20 กรกฎาคม 2546 21:29 น.

ขอร้องหละ

โอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน

พล่านพลุ้งคลุ้งขุ่นเช่นฝุ่นผง
เข่นขับคงก้าวไกลในวิถี
ตะเกียกกายรายล้อมพร้อมไพรี
หน้านอกมียิ้มพรายหน้าในลวง
   ช่างสับสับอลม่านระรานจิต
เพียรพินิจคิดใคร่อาลัยหวง
รุมกรีดกัดฟัดฟาดอนาถปวง
โมหะลวงพสุเกลื่อนเปื้อนราคิน
   ให้โหยหายคล้ายหิวริ้วจะขาด
ให้หวั่นหวาดหวานพาวาจาศิลป์
โลมละไล้ละลอยล่องผ่องยามยิน
ต่ำเพียงดินสูงเทียมฟ้าไม่อาทร
   กลับกลอกกลั้วชั่วชัดสัตว์แฝงคราบ
มือกำดาบปลาบเปลวเลวสังหรณ์
นอกละมุนอุ่นละไมใจนิวรณ์
ในมันหลอนหลอกล่าปานฆ่าฟัน
   ชอเถิดขอพ้อพับกับถิ่นนี้
จงเอื้อนเอ่ยเผยไมตรีให้แก่ฉัน
แผลเก่าร้าวเข้าลึกตรึกตรองพลัน
ไม่นานนั้นฉันคงปลงจากไป..................................				
18 ธันวาคม 2545 19:40 น.

จนเช้า

โอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน

จะเย็นย่ำค่ำแล้วสนธยา
หมู่วิหกผกพาลาถอยหลัง
กลับจากถิ่นแนวพนามาคืนรัง
ทิวากรรอญดังจะดับลง
   
  แสร้งสดับศัพท์เสียงสำเนียงโสต
สะอื้นโอดหวลไห้อาลัยหลง
เย็นเยียบย่ำค่ำแนวป่าพนาพง
หนาวก็หนาวเจ็บจงประจำใจ
  
ใครหนอใครไฉนแกล้งมาแสร้งโศก
หวาดวิโยคสะอื้นหวลชวนใจหาย
ประเลงศัพท์ขับเสียงซอล้อพระพราย
ห้วงๆขาดอนาถใจให้โศกา

  ช่างกราดกรีดขีดบรรเลงเป็นเพลงเศ้รา
ใครหนอเล่าเล่นเร้าให้เฝ้าหา
กระมลหมองต้องเจ็บช้ำกล้ำน้ำตา
ปวดอุราสุดสะอื้นฝืนหทัย

  พญาโศกวิโยคเย้าเศ้รากำสรด
สุดกลั่นพจน์รจน์เปรียบให้เทียบได้
วังเวงแว่วแผ่วๆเสียงสำเนียงไกล
ราวกรีดกราดให้บาดใจหทัยครวญ

  ราตรีกาลคลานคลุมประชุมแล้ว
นี่นุชแก้วอยู่ไหนอาลัยหวล
ดาริการายเล่นเช่นเย้ายวล
ใจยังป่วนครวญคร่ำระกำใน
  
   น้ำค้างกรายปรายละอองให้หมองจิต
ยังครวญคิดคำนึงนุชสุดใจหาย
จะรุ่งรางสางแสงทองผ่องอำไพ
นุชเจ้าจากพรากไปไม่คืนมา				
25 พฤศจิกายน 2545 18:32 น.

เมื่อไปอยุธยา

โอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน

ทาแทบแนบพื้นปฐพิน
โลหิตโลมรินหลั่งหล้า
กำดาบปลาบเปลวเร็วรา
รบเข่นเผ่นฆ่ามลาย
   ปองป้องปกถิ่นดินแดนนี้
คิดมาย่ำยีอย่าหมาย
แม้นต้องย่อยยับดับกาย
ชีพวายต์กายป้องแดนดิน
  มึงมาเหยียบย่ำประเทศ
ปล้นฆ่าทุกเขตทั่วถิ่น
กูเจ็บเหน็บช้ำน้ำตาริน
แม้นเลือดโลมดินบ่เกรง
  ปราสาทปรางค์ครางสะอื้นด้วยฟืนเผา
แม้นแก่เฒ่าด้นดั้นมันข่มเหง
องค์พุทธามึงก็หาจะยำเยง
เซ่นบรรเลงเพลงวิโยคโศลกร้าว
  อยุธยศทศทิศบูชิตชื่อ
เรืองบันลือคือแดนดุสิด้าว
ปราสาทวังมลังเรืองเฟื่องดุจดาว
เสกสกาววาวระยับประทับใจ
  จะหาไหนในแคว้นดินแดนนี้
เหลือจะที่เทียบสร้างลงวางใหม่
ได้เลิศลอยคล้อยจากฟ้ามาสู่ไทย
เหลือเพียงซากฝากไว้ในโลกา
  กูขอสาปขับความไปตามจิต
เทพสถิตย์ปวงไท้ในทิศา
จงฉิบหายกลายกลับดับบีฑา
ปวงโรคาจงเร่งมายายี
  ให้สมกับมันทำกับพ่อแม่
คนเฒ่าแก่หมดสิ้นจะดิ้นหนี
ให้มึงล้มล่มยับกับอัปปรีย์
ให้เสียศรีเสียค่าสง่าเมือง
   พระกาฬจงเร่งเข้ามาปองผลาญ
พระเพลิงลาญกลบหล้าจนฟ้าเหลือง
อย่าสราญกร้านหทัยให้ใจเคือง
พระเสื้อเมืองหลีกลี้ไม่มีมา
   กูจองจับเจ็บจิตไม่คิดห่าง
กูไม่วางละไว้จักใฝ่หา
อย่ามีวันกูอภัยไม่เจรจา
ปองจองเวรเข่นฆ่าจักราวี				
11 พฤศจิกายน 2545 17:22 น.

รอ

โอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน

เคยหยาดย่ำฉ่ำรดจรดแผ่นผืน
ไพรสะอื้นห่างฟ้าพร่าพร่างฝน
นานแสนเหน็บเจ็บสุดช้ำกล้ำกมล
สุดจะทนทานไว้ไม่ได้นาน
   เคยสัญญาว่าจะกลับมารับขวัญ
ฤดูโรยโปรยวสันต์คงผันผาน
นี่เนิ่นกาลประมาณนักจักทนทาน
ใบร่วงรานละลายแล้งแห้งในใจ
   ยืนต้นเรียวเดียวดายใจแสนโศก
ดารารายคล้ายอับโชควิโยคสลาย
เพียงลมเล่นเป็นสัญญามากลับกลาย
ไม่หายหวานก็คร้านไกลไม่คืนมา
  กระท่อมน้อยคอยวันฝันเจ้ากลับ
เร่งมารับขับคำหวานที่ฝันหา
ละเมอคอยละห้อยหวลกวนอุรา
แต่น้ำตาหลั่งจรดรดลงดิน
   ฝากดินแดนแผ่นผืนจงยืนหยัด
รอวันฝนหล่นระบัดกลับพัดผิน
ว่าข้ารอเจ้าจนลับดับชีวิน
ร่างแดดิ้นสิ้นสลายไว้ที่เดิม.......
				
3 ตุลาคม 2545 03:13 น.

ตอบท่านสดายุ

โอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน

กรานเกศก้มปรมเชษฐ์พิเศษศักดิ์
ประสิทธิ์นักอักขราค่ายิ่งใหญ่
ธ ดำริมติเลิศขอเทิศไว้
ณ หทัยขอบูชิตพินิจพจน์
  จักฝากตัวกลัวพิเชษฐ์ไม่เห็นด้วย
เพียงจะช่วยชื่อด่างพร้องต้องปรากฏ
ปองจะเรียนเขียนอ่านกรานประณต
ช่วยชี้กฎชี้เกณฑ์เช่นเจรจา
  หากกุศลดลด้วยอำนวยสุข
นิราศทุกข์สุขสรรค์หรรษา
ปรเมษฐ์เผ่นผาศลีลาศพา
เผยตำราสง่าพจน์รจน์กวี
  ชี้ถึงทางสว่างกระจ่างแจ้ง
เรืองแรงแสดงส่องละอองสี
ตำหนิเตียนเขียนเล่าให้เข้าที
พระคุณนี้จำจนดิ้นสิ้นชีวา				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟโอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน
Lovings  โอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟโอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน
Lovings  โอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟโอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน
Lovings  โอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงโอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน