3 สิงหาคม 2554 14:42 น.

ข้างทาง...

ไร้อันดับ

darkness.jpg 

ในคืนมืดดาวคล้อยกลางซอยเปลี่ยว
ร่างโดดเดี่ยวเดินดุ่มผ่านพุ่มพฤกษ์
จากปากซอยต้นทางตอนกลางดึก
ใจรู้สึกนึกหวาดและขลาดกลัว

คิดถึงข่าววันก่อนในตอนเช้า
ที่เขาเล่าเรื่องดังให้ฟังทั่ว
พบศพหญิงเปลือยหมดนอนขดตัว
ที่ข้างรั้วริมทางตรงกลางซอย

ร่างเธอมีรอยแทงเลือดแดงเถือก
มันไม่เลือกที่แทงด้วยแรงถ่อย
เธอสลัดแล้ววิ่งยังทิ้งรอย
แต่ร่างน้อยล้มกลิ้งนอนนิ่งตาย

ยิ่งเดินลึกนึกบอกอย่าหลอกฉัน
ขอทางนั้นผ่านไปดังใจหมาย
ยิ่งจะถึงกลางซอยเกือบถอยกาย
เพราะคล้ายคล้ายใครมองยืนจ้องมา

แล้วจู่จู่ลมพัดสะบัดวูบ
พร้อมกลิ่นธูปน้ำอบลอยกลบหน้า
เสียงคร่ำครวญหวนไห้อาลัยลา
จากริมป่าข้างทางไม่ห่างไกล

เมื่อเหลียวมองจ้องทางที่ข้างรั้ว
ใจระรัวลนลานสะท้านไหว
เห็นร่างเปลือยพุ่งผ่านในม่านใบ
ก่อนตัดใจวิ่งกลับพร้อมหลับตา

มาถึงบ้านตัวสั่นด้วยงันงก
คลำหัวอกเรียกขวัญหวั่นผวา
เสียงร้องไห้ได้ฟังคล้ายดังมา
ก่อนมุดหน้าคลุมโปงนอนโล่งใจ.
             ----------------
             (ไร้อันดับ) 

				
20 กรกฎาคม 2554 21:03 น.

เตียงกว้างที่ว่างเปล่า...

ไร้อันดับ


ณ เตียงกว้างว่างเปล่าที่เหงาเงียบ
ร่างนอนเรียบบนเตียงไร้เสียงศัพท์
ลมหายใจแผ่วบางเลือนลางลับ
แต่ตากลับมองมาสู่ฟ้าไกล
 
มีสายยางวางเสียบจนเพียบร่าง
บนเตียงกว้างร่างนิ่งไม่ติงไหว
มีบางครั้งคนนอนก็ถอนใจ
น้ำตาไหลรดหน้านัยน์ตาคลอ
 
แต่ละวันผันผ่านเนิ่นนานยิ่ง
เคยล้มกลิ้งเคยฝืนขึ้นยืนต่อ
แต่บัดนี้ร่างทรุดไม่หยุดรอ
หัวใจท้อเจียนพังพลังกาย
 
สังขารที่ใกล้ลับการกลับบ้าน
ไม่เบิกบานเฉกเช่นจะเร้นหาย
ร่างที่เหลือร่วงลดแทบหมดลาย
รอความตายเป็นเพื่อนสู่เรือนรัง

ความรู้สึกนึกคิดก่อนจิตตก
เหมือนวิหกปีกหักถูกปักหลัง
ร่วงลงเหวแล้วฟาดอนาถจัง
หมดความหวังโผบินสู่ถิ่นใด

ณ เตียงกว้างว่างเปล่าที่เหงาเงียบ
ความเย็นเฉียบแทรกมาน้ำตาไหล
ร่างที่เคยอบอุ่นละมุนละไม
มาสิ้นใจเย็นชืดดูจืดจาง....
      -------------------
       (ไร้อันดับ)

				
29 มิถุนายน 2554 15:20 น.

นิทาน แม่มด...

ไร้อันดับ

32_20100727140848..jpg    


กาลครั้งหนึ่งเนิ่นนานแต่กาลก่อน
ขอเล่าย้อนถึงว่าเมื่ออาเธอร์
ถูกกษัตริย์สั่งฆ่าเมื่อมาเจอ
แต่เสนอทางรอดให้ปลอดภัย

ให้เวลาหนึ่งปีมีคำตอบ
แก้ในกรอบปัญหาที่ข้าให้
ว่า "จริงจริงผู้หญิงคิดสิ่งใด
เธอต้องการอะไรตอบให้ที"

เมื่ออาเธอร์กลับเมืองคิดเรื่องโจทย์
ไร้ประโยชน์ค้นคว้าปัญหาคลี่
ไม่มีใครตอบได้ทำไงดี
คำตอบมีแต่หวั่นไม่มั่นใจ

ในเมืองมียายแก่เป็นแม่มด
รู้เรื่องหมดความจริงทุกสิ่งไซร้
ชาวประชาบอกองค์ให้ทรงไป
ขอร้องให้ยายแก่ช่วยแก้ที

แม่มดมีเงื่อนไขให้อาเธอร์
นางเสนองานแต่ง ณ แห่งนี่
กับขุนพลกาเวนผู้แสนดี
เข้าพิธีวิวาห์อย่าช้าพลัน

อาเธอร์ฟังเงื่อนไขให้สลด
ยายแม่มดหนังยานออกปานนั้น
กาเวนคือสหายรักประจักษ์กัน
อย่าคิดฝันให้เขาเข้าพิธี

กาเวนหนุ่มอัศวินได้ยินข่าว
เขาจึงกล่าวยินยอมพร้อมทุกที่
เพื่ออาเธอร์นายรักด้วยภักดี
อัศวินมีหน้าที่พร้อมพลีกาย

แม่มดตอบปัญหาให้อาเธอร์
ตอบว่าเธอจงฟังคนทั้งหลาย
ความต้องการของหญิงสิ่งง่ายดาย
คือเธอหมาย เป็นตัวของตัวเอง

อมตะวาจามีค่านัก
ปัญหาหนักผ่านพ้นเพราะคนเก่ง
หมดปัญหามืดมัวไม่กลัวเกรง
จึงรีบเร่งพิธีที่สัญญา

หน้าเรือนหอกาเวนดูเด่นเศร้า
มือผลักเข้าประตูสู่คูหา
เห็นสาวสวยพริ้งเพริดบรรเจิดตา
ชุดวิวาห์สวมใส่ยังใหม่ดี

นางเปิดเผยที่แท้คือแม่มด
ร่างหมดจดงดงามในยามนี้
เพราะกาเวนผู้กล้าท่านปรานี
ไม่เคยมีรังเกียจหยามเหยียดกัน

จึงให้เลือกการกลับสลับร่าง
ครึ่งวันต่างสวยแก่แล้วแต่สรร
เลือกให้งามอย่างนี้ที่กลางวัน
หรือเปลี่ยนผันให้งามยามราตรี

ถ้าท่านเป็นกาเวนต้องเฟ้นเลือก
จะตัดเชือกเลือกไปอย่างไรนี่
ให้นางงามกลางวันนั้นคงดี
หรือเลือกที่นอนคู่ให้ดูงาม?
    
        -----------------

20081001_bewitched.gif  

 

ลองมาฟังคำตอบที่มอบให้
กาเวนได้ตัดเชือกการเลือกถาม
บอกว่า ตามแต่ใจในทุกยาม
จะเลือกความงามแก่แล้วแต่เธอ

เมื่อได้ยินคำตอบเขามอบให้
เธอยิ้มใสสวนความตามเสนอ
ฉันจะเลือกงดงามทุกยามเจอ
สม่ำเสมอคืนวันจงมั่นใจ


               
นิทานนี้สอนไว้คนได้คิด
แม่มดติดแอบอยู่เธอรู้ไหม
ในร่างหญิงนางแฝงแสดงใด
ย่อมเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับผู้ชาย
            ------------
            (ไร้อันดับ)




upload-hkVN044.jpg				
17 มิถุนายน 2554 18:53 น.

พระยาราม

ไร้อันดับ

1012254623275K_narasuan_s.jpg 

พุทธศักราชสองหนึ่งหนึ่งสอง
บุเรงนองนำทัพมานับแสน
หวังจะบุกรุกถิ่นเหนือดินแดน
รวมผืนแผ่นกรุงศรีฯ จึงกรีธา
  
แบ่งออกเป็นเจ็ดทัพหมายทำศึก
ฝ่าด่านลึกแม่ละเมาบุกเข้าหา
ล้อมกรุงศรีฯ สี่ทิศอนิจจา
นักรบกล้าก่อเกิดเปิดตำนาน
           --------------
พระยารามถูกสั่งให้ตั้งมั่น
เฝ้าประจันไพรีบุกตีด่าน
เหนือกำแพงกรุงศรีฯ ปรีชาชาญ
เพราะชำนาญการศึกที่ฝึกปรือ

จะบุกมาตอนค่ำก็ย่ำฆ้อง
ใช้ไฟส่องต้องร่างจนครางอื้อ
เตรียมทหารเชี่ยวชาญชำนาญมือ
ต่างก็ถือหอกธนูไว้สู้มัน

จะบุกมากลางวันประจันหน้า
นักรบกล้าท้าทายด้วยหมายมั่น
เลือดต่อเลือดเชือดฆ่าด้วยท่าฟัน
จะห้ำหั่นฟันฟาดประกาศชัย

ด้วยสองมือถือดาบเข้าปราบศึก
ต่างผนึกใจกันไม่หวั่นไหว
นักสู้แห่งกรุงศรีฯ ยังมีใจ
ไม่ให้ใครเหยียบย่ำมากล้ำกลาย

แผ่นดินแห่งกรุงศรีฯ เป็นที่รัก
จะปักหลักด้วยเลือดแม้เหือดหาย
ให้กระดูกและหนังข้าฝังกาย
พร้อมถวายกายข้าต่อฟ้าดิน

จนห้าเดือนล่วงผ่านต่อการรบ
ใต้แสงคบเพลิงไฟที่ในถิ่น
ข้าถูกเขาจับมาน้ำตาริน
ต้องสูญสิ้นอิสระถูกระทำ

บุเรงนองส่งสารมาเมื่อวานนี้
จะคืนดีหยุดรบในพลบค่ำ
พระมหินทร์ฯ ทรงสดับและรับคำ
โดยให้นำข้าไปให้ไพรี

เพื่อเป็นการหยุดรบสงบศึก
จึงได้ปรึกษากันในวันนี้
แล้วจับข้าฟาดโบยแต่โดยดี
มัดมือเท้าที่มีแล้วตีตรวน

เขามัดกายที่ยับแล้วจับส่ง
เข้าในดงที่มีไพรีด่วน
ข้าฝืนกายเลือดกลบขึ้นทบทวน
แต่ทุกส่วนร่างข้ามันชาไป
    ------------------------
พุทธศักราชสองหนึ่งหนึ่งสอง
อยุธยาเลือดกองและนองไหล
เดือนสิงหากรุงศรีฯ ไม่มีใคร
นักรบไทยไม่สยบเป็นศพเรียง...
             -----------------
             (ไร้อันดับ)  


  				
10 มิถุนายน 2554 11:49 น.

บนม้านั่ง

ไร้อันดับ

%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%B2.jpg 

สนามหญ้าม้ายาวสีขาวหม่น
ชายสองคนนั่งอยู่แต่ดูห่าง
ชายชราตาเศร้าเหงาลางลาง
ชายหนุ่มกางหนังสือที่ถือมา

ทั้งสองคนเคียงกันเย็นวันหนึ่ง
วันที่ซึ่งความเงียบขึ้นเทียบฟ้า
สายลมเอื่อยเฉื่อยฉิวพัดพลิ้วพา
หัวใจล้าโรยแรงใต้แสงเงา

ชายชรานั่งเหงามองเงาลูก
เจ้าบุญปลูกนั่งนิ่งก็ยิ่งเหงา
ความอ้างว้างในจิตสถิตเนา
นึกถึงวันวัยเยาว์พาเจ้าเดิน

มือของเจ้าที่ถือคือมือพ่อ
เราเดินต่อตามทางไม่ห่างเหิน
ปากเจ้าตั้งคำถามข้อความเพลิน
พ่อยังเขินตอบไปไม่ได้ความ

วันนี้พ่อถามเจ้า ว่าเซ้าซี้
บอกไม่มีที่ให้ฟังใครพล่าม
หัวใจพ่อหรือกล้าพยายาม
ตั้งคำถามต่อเจ้าแม้เหงาจัง

ในความเงียบม้ายาวสีขาวหม่น
มีหนึ่งคนทนเหงากับเงาหลัง
รออีกคนหันกลับมารับฟัง
เขายังนั่งตรงนี้ในที่เดิม.
           -------------
          (ไร้อันดับ)



				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ ไร้อันดับ
Lovings  ไร้อันดับ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ ไร้อันดับ
Lovings  ไร้อันดับ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ ไร้อันดับ
Lovings  ไร้อันดับ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง ไร้อันดับ