25 ธันวาคม 2549 17:03 น.

หนึ่งศาสดา ศรัทธาจากพระเจ้า

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.         ท่านจากโลกไปแล้วด้วยวัยเพียงเยาว์นัก
ศาสดาองค์หนึ่งของมวลมนุษยชาติ
ท่านผู้กำเนิด จากหญิงพรห์มจรรย์ นางหนึ่ง
ผู้เคร่งครัดในศรัทธาแนวทางแห่งพระเจ้า


           พระผู้เป็นเจ้าทรงแสดงเดชานุภาพให้เห็นว่า
หากเป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์
ทุกสิ่งย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ   แม้ไม่อาจเป็นได้
แม้บางลัทธิ ศาสนาใด นับถือท่านเป็นบุตรของพระเจ้า
ท่านเองกลับปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
ละอายใจกับคำสรรญเสริญ  ที่ไม่ต่างจากคำครหานั้น


          ณ.แผ่นดิน เยรูซาเล็ม
ท่านกำเนิดจากชาติพันธ์ อิสราเอล
ทารกน้อย ผู้เอ่ยวาจาได้ตั้งแต่แรกเกิด
ท่ามกลางการเกลียดชัง ของชาวอิสราเอล เหล่านั้น
พวกเขากลับหากลลวง ยุทธวิธีกำจัดและทำลายท่าน
หยุดยั้งการเผยแพร่ศาสนา  ด้วยอีกคำภีร์หนึ่ง
แต่กลับต่างเป็นคนละคำภีร์ กับ โมเสส 
ทั้งที่ไม่ว่าคำภีร์ใดก็มาจากพระผู้ทรงอภิบาลทั้งสิ้น
โดยกลัวไปเองว่า จะมีศาสดาที่สำคัญกว่า  โมเสส
ส่งข่าวสู่อาณาจักรโรมันเพื่อส่งคนมาลอบปลงพระชนย์
กบฏข้อหาไม่กราบไหว้กษัตริย์โรมันเป็นพระเจ้า



          33 ปี กับการดำเนินชีวิตและการเผยแพร่
ศรัทธา  นมัสการพระผู้เป็นเจ้า   แล้วท่านก็จากไป
ภาพที่ท่านโดนประหาร กางแขนตอกตะปูบนไม้กางเขน
คือภาพหลอกลวงที่เห็นจนชินตา
ทว่า พระผู้เป็นเจ้า ทรงเรียก พระองค์คืนสู่ฟากฟ้า
และหลอกตาอย่างละม้ายคล้ายคลึง จากหนึ่งในผู้ประสงค์ร้าย
โอ้!นาม   อีซา    หรือ     เจซัส



          และท่านจะกลับมาอีกครั้ง  ก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึง
ก่อนวันพิพากษาจากพระเจ้า
เผยแพร่ศรัทธา ตามแนวทางเที่ยงตรง
คำภีร์เล่มสุดท้ายจากพระเจ้าแด่มวลมนุษย์โลก



          โอ้!ประชาชาติ,สาวก  โนอาร์,อับราฮัม,ล็อต,อิสอัค,อิสมาแอล,
จาค๊อป,เจโทร,โจเซฟ,โมเสส,เดวิด,โจนัส,โซโลมอนต์,ซากาเรีย,
ยอห์น,เจซัส,มูฮัมมัด ฯลฯ
พวกเจ้าคือหนึ่งในลูกหลาน อดัม และ อาวา
อดัม มนุษย์และศาสดาองค์แรกแห่งมวลมนุษยชาติ
แน่นอนทุกสิ่งล้วนกลับคืนสู่พระองค์    โอ้ มนุษย์ เอ๋ย!







                               25 ธันวาคม 2549


.				
24 ธันวาคม 2549 18:54 น.

จอมยุทธ์ขอทาน

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.      ข้าฯ ประดุจดั่ง ชาวบ้านธรรมดาสามัญ
ผู้หลงเสน่ห์ของอาชีพ ขอทาน
ความสุนทรีย์ ในคราบ คนโซ
สัญจร ซานซม ด้วยไม่มีทะเยอทะยาน



ข้าฯประหนึ่งขอทาน ผู้ค้นพบเคล็ดลับวิชา
จากคำภีร์ยุทธ์โบราณ โดยความบังเอิญ
ข้าฯ จอมยุทธ์ผู้ค้นพบกระบี่  กระบี่ที่สลักไว้ด้วยอักขระ
เคล็ดวิชาลับ จาก ศิลปะดึกดำบรรพ์



ข้าฯคือ จอมยุทธืกระบี่ศิลป์    
เดินทางท่องไปในยุทธภพย์    พเนจรขอทาน
ข้าฯ อาจไม่ใช่ขุนพล   ผู้ควบคุมกองทัพหลวง
เข้าสู่ สนามรบ  สมรภูมิสงคราม




แต่ ข้าฯ ก็มีวิถีทางของ ข้าฯ
เส้นทางของนักดาบพเนจร.......
เส้นทางของจอมยุทธ์อิสระ..ผู้รอนแรม!





                             2 ธันวาคม  2549


.				
24 ธันวาคม 2549 18:35 น.

จากหลังคาบ้าน.ถึงดวงดาวที่เพี้ยนแหว่ง

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.      อิสระของฉัน  อาจหมายถึง  การป่ายปีน
ตะกายเพื่อยินเสียง ฟังจังหวะเต้นของหัวใจ
ไต่เต้าค้นหาความสุนทรีย์  ค่ำคืนอ่อนไหว
กลางความมืดไร้เงาใคร  แม้กระทั่งแม้เงาฉันเอง


 เสรีของฉัน อาจหมายถึง การดำรงตนด้วยวังเวง
ปีนป่ายโตงเต่ง สู่จุดหมายตรงนั้น หลังคา
ประสงค์ของฉัน คือ การนั่งมองดาว บนท้องฟ้า
เหม่อนภา มองฟ้ากว้าง  บนหลังคาบ้าน



 ฟากฟ้า ดวงดาว เปล่งประกาย สบสายตาทอประสาน
ลมโชยผ่านเบาแผ่ว  ปล่อยตัวเองตามสบาย
ดูดาวดวงนั้น ดาวที่ไม่มีใครค้นพบ  ไร้ความหมาย
ไม่มีประกาย  ไม่มีใครเคยเห็น  ดาวที่รกร้าง



 ดาวดวงหนึ่ง  รกร้างและสาบสูญ ไม่มีแสงสว่าง
ระยะห่างดาวดวงนั้น เดินทาง  หลายๆล้านๆปีแสง
ดวงดาวที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัย,  แห้งแล้ง
คล้ายเส้นแบ่งไม่มีจริง ในระบบสุริยจักรวาล


...ดาวดวงนั้น.คล้ายฉันกำลังนั่งยองบนหลังคามองฟ้า!







                               11  ธันวาคม  2549



.				
24 ธันวาคม 2549 18:11 น.

ความฝันคือการโบยบินของนก.ความจริงคือการกระพือปีกของไก่

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.           โอ้ เจ้านกกรงหัวจุก เอย!
เจ้าไม่เคยรู้ว่าจุดกำเนิดเจ้ามาจากไหน?
เจ้าไม่เคยรู้ว่าภูมิลำเนาที่เจ้าจากมาอยู่แห่งใด?
เช่นเดียวกับที่ฉันไม่เคยรู้ว่าจุดกำเนิดข้าฯมาจากไหน?
เช่นเดียวกับที่ข้าฯไม่เคยรู้ว่าภูมิลำเนาที่อยู่อาศัยข้าฯอยู่แห่งใด?



รู้ตัวอีกทีบัดนี้ กรงขังคือที่อาศัยของนกรักอิสระ
รู้ตัวอีกทีบัดนี้ เจ้าคือนกที่ถูกประคบประงมอย่างดีไม่เคยปล่อยปละ
เจ้ารู้แค่เพียง      อาหารการกินอุดมสมบูรณ์
ไม่ต้องขวนขวายโบยบินหาบางชั่วขณะ
เจ้ารู้แค่เพียง การประเคนความสุขสบาย
ไม่ต้องดิ้นรนตะกายยามหิวให้เป็นภาระ



จนเจ้าไม่เข้าใจชีวิต ปรัชญาง่ายๆ คือการอยู่ไปวันๆ
ความสุขที่หลอนหลอก คือการโบยบินอยู่ในความฝัน
บางสิ่งที่เข้าใจผิด คุณค่าชีวิต คือการประชันเสียงแข่งขัน
หากลิ้มรสชัยชนะ สิ่งของที่ได้ก็คือรางวัล



ประหนึ่งดุจ ข้าฯ ความสุขของชีวิตคือการโง่งมไร้สาระ
ประมาณเดียวกับ ข้าฯ ปรัชญาง่ายๆคือการทำตัวเหมือนขยะ
การทำตัวเกียจคร้าน นอนกินบ้านกินเมือง กินตึกทั้งหลังสู่หายนะ
การเพลินอยู่ในความฝัน ข้าฯนิยามเรียกสิ่งนั้นอย่างผิดว่า ศิลปะ



ไม่ใช่ความผิดของเจ้า จนเจ้าคุ้นเคยความฟุ่มเฟือยสุขสบาย
ไม่ใช่ความผิดของเจ้า แม้ปีกอิสระของเจ้า จะหมดความหมาย
ไม่ใช่ความผิดของเจ้า แม้คุณค่าความเป็นนก จะถูกทำลาย
หากปล่อยเจ้า ออกไปจากกรง เจ้าคงบินไม่เป็นจนตกลงมาตาย



เป็นความผิดของข้าฯ ที่ข้าฯโดนเลี้ยงดูสุขสบายอย่างฟุ่มเฟือย
หน้าที่ของข้าฯคือการผลาญเงิน บนความทุกข์ พ่อแม่เหน็ดเหนื่อย
ความเฉื่อยของชีวิต ดำเนินควบคู่กับการเรื่อยเปื่อย
เหตุและผล, ต้นเหตุและที่มา สมองข้าฯคงมีแต่ขี้เลื่อย



ภาพหลอกหลอนว่า จินตนาการ อิสระโบยบินอยู่ในฝัน
ความเป็นจริงปีกฝันอิสระ  ชั่วโมงบินข้าฯยังสั้น
ข้าฯ ไม่เคยกางปีก  โบยบินสู่โลกกว้างเสียกระนั้น
ปีกของข้าฯ ได้แต่กระพือปีก  ดุจไก่ไปซะงั้น



ข้าฯเป็นนกอิสระ วัยฉกรรย์ ได้แต่แหงนมองลูกนกที่เพิ่งบินออกจากรัง
อย่าคิดโทษโน่นนี่  ว่าเป็นปัจจัยสู่สิ่งผิดและพลาดพลั้ง
เมื่ออุปสรรค คือความเกียจคร้าน  ซึ่งเกาะเกรอะกรัง
แบกความหวังของพ่อแม่   ผลสุดท้าย ข้าฯก็ทำมันพัง

           โอ้   เจ้านกขี้คร้าน  เอย!








                            13  ธันวาคม  2549


  .				
10 ธันวาคม 2549 20:29 น.

ดัชนีฝุ่นเฟ้อ

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.


     นิสิต นักศึกษาร่ำเรียนจนจบเดินออกมาจากมหาวิทยาลัย
บัณฑิตรุ่นแล้วรุ่นเล่าเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ออกมาจากมหาวิทยาลัย
ปัญญาชนเหมือนฝูงมดกลาดเกลื่อนเมือง
ปัญญาชนเบียดเสียดแย่งทางเดิน แข่งขันกันบนเส้นทาง
เส้นทางที่ว่าด้วยราชการและเอกชน
ความรู้และเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง.......



      ระบบราชการแข่งขันที่นับวันยิ่งสร้างความรุนแรงอย่างหนัก
กระบวนการ  เครือข่าย  เส้นสายใหญ่ คือ เฟืองจักรสำคัญ




      ขณะนี้ปัญญาชนที่สำเร็จการศึกษาจากนานา มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
จบ ปริญญา  นับวันยิ่งคล้าย  จบ ป.4
ปัญญาชนหลายจำนวน ระหกระเหิน  พเนจร
คล้ายเศษฝุ่นละอองธุลีล่องลอย.......


      ฉันคือหนึ่งในจำนวนนั้น  ไร้จุดหมาย
กิจกรรมประจำและนันทนาการคือเดินเตะฝุ่นไปวันๆ


       และจากการเกิดภาวะฝุ่นเฟ้อเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อตลาดฝุ่นแห่งประเทศไทย    
ดัชนีอาจลดต่ำลงได้จึงทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่
เมื่อดัชนีฝุ่นเฟ้อเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวก

     กลวิธีคือการชะเง้อคอย ได้เพียงแต่หวังและเฝ้ารอให้เข้าสู่สภาวะฝุ่นฝืด
และนั่นเป็นทางออกที่จะส่งผลกระทบต่อดัชนีตลาดฝุ่นแห่งโลกแคบๆของไอ้ไบ










            17  พฤศจิกายน 2549




.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ