20 เมษายน 2553 18:49 น.

ผิดหรือไม่ผิด ถ้า....ไม่ได้อยู่บ้านเกิด (1)

อนงค์นาง

จะมีใครสักกี่ล้านคนคะ ที่ได้อยู่ทำงานที่บ้านเกิดของตน และได้ดำรงอาชีพของพ่อแม่ที่บ้านเกิดอย่างมีความสุข 

พ่อของอนงค์นางเป็นครู แม่เป็นแม่ค้าขายอาหาร พ่อแม่เป็นชาวร้อยเอ็ดทั้งคู่ คนละอำเภอ อนงค์นางเกิดในอำเภอเมือง ตอนที่พ่อเป็นครูใหญ่ แม่ขายของหน้าบ้าน พอสามขวบพ่อแม่ย้ายไปชลบุรี พอหกขวบย้ายเข้ากทม ได้กลับไปอยู่บ้านนาจริงๆตอนปิดเทอม ม. ต้น ม.ปลาย 

เกิดมาต้องสารภาพว่ายังไม่เคยทำนาเลยค่ะ เพราะช่วยแม่ขายอาหารตั้งแต่เด็ก แต่พ่อแม่เป็นลูกชาวนา พ่อมีที่นาก็ยกให้น้องสาวไป เพราะเป็นลูกคนโต แม่มีที่นาสิบสองไร่ ก็เอาไปจำนองเพื่อส่งลูกสามคนให้เรียนในกทม ดิฉันกับพี่ เจริญรอยตามพ่อ เป็นครู 

พี่ชายทำงานไปรษณีย์ แล้วได้ไปอเมริกา เพราะเพื่อนพ่อคือคุณหมอเกษม แสงพันธุ์ หมอที่นิวยอร์คท่าน ท่านเป็นคนกาฬสินธุ์ รับรองขอวีซ่านักเรียนให้ ให้ที่พักที่อาศัย  เป็นเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกับพ่อ จนพี่มีครอบครัวแต่งงานกับสาวฟิลิปปินส์ 

ตอนนั้นอนงค์นางเรียนจบปริญญาตรีจาก ม.ศว ประสานมิตร เอกอังกฤษ ปี 2526  และสอบบรรจุได้ที่ร้อยเอ็ด อำเภอบ้านเกิดของพ่อ โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ทำงานได้เดือนกว่า พี่ชายก็ทำเรื่องให้ไปอยู่ด้วย ตอนอายุ 24  จนได้พบรักกับหนุ่มนักศึกษาไทยลูกครึ่งจีน คณะวิศวกรรมศาสตร์จาก New Jersey ตอนเรียนเทอมสุดท้าย เจอกันที่ร้านอาหารไทยตอนปีใหม่ เผอิญนั่งใกล้กัน ต่างคนต่างไปกับเพื่อนค่ะ เขามาขอเต้นรำด้วย ก็จีบไปจีบมาจนได้แต่งงานกัน มีพยานรักหนึ่งคนคือลูกสาวคนโต( ตอนนี้ยี่สิบปีแล้วค่ะ)   ตอนที่ลูกสี่ขวบได้กลับมาเยี่ยมแม่ที่ป่วยหนัก อยู่ดุแลแม่เกือบปี หางานทำไปด้วยค่ะ ปล่อยสามีไว้คนเดียว เขาเลยมีแฟนใหม่ ได้หย่ากันในเวลาต่อมา

อนงค์นางเริ่มทำงานที่โรงเรียนพาณิชย์นานาชาติแห่งหนึ่งแถวหัวหมาก ตำแหน่งเลขานุการผ.อ และเจ้าของโีรงเรียน ทำงานคู่กับเลขานุการสาวชาวปากีสถาน เป็นงานที่ท้าทาย และสนุกมาก ได้ไปไหนมาไหนกับเจ้านายผู้หญิง ได้ติดต่อทำงานกับอาจารย์ชาวต่างชาติมากมาย ฟุดฟิดฟอไฟกันทั้งวัน ต้องขอบพระคุณท่านที่เมตตา สอนงานให้ เงินเดือนตอนอายุ 34 ได้สองหมื่นห้าพันบาท เจ้านายพาไปทานอาหารตามโรงแรมต่างๆ ให้เป็นไกด์พาคณะอาจารย์จากอังกฤษไปเที่ยว 

พอดีแม่ก็ออกมาอยู่บ้านแล้ว ช่วงที่ทำงาน พ่อยังมีชีวิตอยู่ เราอยู่กันพ่อแม่ลูกและหลานสาวอายุสี่ขวบ พ่อจะขับรถกระบะคันเล็กๆไปรับส่งหลานที่โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ บางกะปิ ไปกับแม่ ห่อข้าวห่อน้ำไปกินนอนในรถทุกวัน จนหลานเลิก งานของเลขากลับบ้านไม่ค่อยตรงเวลา แล้วแต่เหตุการณ์ มีประชุมครูนักเรียน ต้องไปสถานทูต ทำวีซ่าให้นักเรียนที่เราส่งไปซัมเมอร์ที่ออสเตรเลีย อังกฤษ ไปทานข้าวกับเจ้านายตามนัดกับลุกค้า  

จบตอนหนึ่งก่อนนะคะ ไม่แน่ใจว่ามีคนอ่านหรือเปล่า ถ้ามีถึงจะกล้าเล่าต่อแบบแฉหมดเปลือก ไม่มีการโกหก สาบานได้ค่ะ				
14 เมษายน 2553 16:47 น.

ทำไม.....

อนงค์นาง

บ้านเมืองเป็นของใคร ทำไมต้องเป็นแบบนี้
 
ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ทหาร ประชาชน หรือพรรคการเมือง 
ทำไมไม่เจรจากันด้วยสันติวิธี ไม่ต้องมีการสูญเสียชีวิต 

ทำไมต้องชุมนุม 

ทำไมคนทำผิดไม่กลับมาสู้คดี 
 
ทำไมต้องฆ่ากัน ใครคือฆาตรกรตัวจริง

ทำไมไม่มีทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย 

ถ้าการยุบสภา เป็นทางออก คืนอำนาจให้ประชาชน แต่มีใครให้สัญญาได้ไหม ว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น มัน บริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่มีการโจมตีฝ่ายตรงข้ามด้วยถ้อยคำหยาบคาย มาด่ากัน เวทีนี้มีน้ำใจนักกีฬาหรือไม่ ถ้าทุกคนมีน้ำใจนักกีฬา หยุดใช้วิธีหาเสียงที่สกปรก หวังโจมตี คู่ต่อสู้อย่างเดียว ไม่ต้องใช้เงินซื้อเสียง ไม่ต้องมีการแจกใบเหลือง ใบแดง เพราะทุกพรรคมีน้ำใจนักกีฬา 

ดิฉันขอสนับสนุนให้ยุบสภา แต่ถ้ายังเป็นเหมือนเดิม แล้วจะยุบไปเพื่ออะไร เพื่อสนองความต้องการของคนที่อยากเป็นใหญ่เป็นโต หรือ เพื่อประชาชน เพื่อแย่งกันเป็นรัฐมนตรี หรือเพื่อประชาชน 

ขอความกรุณาใช้ภาษาที่สุภาพในการแสดงความคิดเห็น ถ้าไม่เคารพกติกา อย่าเข้ามาในบ้านนี้เลยค่ะ ขอร้อง				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอนงค์นาง
Lovings  อนงค์นาง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอนงค์นาง
Lovings  อนงค์นาง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอนงค์นาง
Lovings  อนงค์นาง เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงอนงค์นาง
>