30 พฤศจิกายน 2554 15:02 น.

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ลูกมีความสุข

อนงค์นาง

การเป็นพ่อแม่นั้นไม่ง่ายเลยนะคะ ดิฉันเป็นแม่คนหนึ่งซึ่งรักลูกอยากให้ลูกได้ดีมีความสุขในชีวิตเหมือนกับแม่ทุกคน  ลูกคนโตนั้นไม่ค่อยห่วงมาก เพราะเรียนจบ ทำงานแล้ว รับผิดชอบตัวเองได้ดีพอควร ส่วนคนเล็กกำลังอยู่ในวัยรุ่น อายุ 14 ปี 
   ลูกแต่ละคนมีนิสัยที่แตกต่างกันไปคนละอย่าง เลี้ยงยากง่ายต่างกัน คนโตจะเลี้ยงง่าย ไม่งอแง ตั้งแต่เกิด ส่วนคนเล็กมีตอนอายุมากแล้ว ตอนอายุ 37  ค่อนข้างเลี้ยงยาก ร้องไห้เก่งตั้งแต่เกิด ยิ่งเป็นคนเล็ก ใครๆก็เอาใจ  
   ทุกวันนี้พ่ิอแม่อย่างเราก็คอยประคับประคองให้ผ่านพ้นวัยนี้ไปให้ได้ อาศัยประสบการณ์จากการเลี้ยงลูกคนโตเข้ามาช่วย พยายามเอาใจเราไปใส่ใจลูกว่าเขาคิดอย่างไรในวัยนี้ ไม่ใช่เอาแต่ใจเราเป็นหลัก ไม่บังคับลูกทุกอย่าง 
   การเลี้ยงลูกในต่างแดนค่อนข้างจะแตกต่างจากบ้านเราพอควร ด้วยสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ที่นี่มีรถโรงเรียนรับส่งฟรี ต้องตรงตามเวลา เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี  ต้องมีผู้ปกครองคอยดูแลไปรับส่งที่ป้ายรถ  มีกิจกรรมพิเศษอะไร โรงเรียนจะมีจดหมายแจ้งทุกครั้ง พ่อแม่ต้องเซ็นต์รับทราบ พอเข้ามัธยมปลายแล้วจะเริ่มมีปัญหา ถ้าคบเพื่อนที่ไม่ดี ก็ชักชวนกันไปในทางไม่ดี มีการติดยาเสพติด มีการท้องก่อนเรียนจบ จะชาติไหนก็มีปัญหาไม่แตกต่างกัน 
   ตอนนี้ปัญหาของลูกคนเล็กคือสิวค่ะ พาไปหาหมอ ใช้ยาอะไรไม่หายขาดสักที วัยนี้กำลังรักสวยรักงาม  เรื่องการเรียนนั้น วันนี้ผลการเรียนส่งมาที่บ้าน ได้คะแนนเฉลี่ย 92.75  พ่อแม่ดีใจที่ลูกเรียนดี ให้คำชมเชย ให้รางวัลนิดหน่อยตามกำลัง แต่สิวนั้นมันไม่เข้าใครออกใครเลยนะคะ 
  เรื่องที่สองคือเกาหลีฟีเวอร์ที่แม่อย่างดิฉันก็พยายามทำความเข้าใจให้ทันวัยรุ่นว่าเขาชอบอะไรสนใจอะไรกันบ้าง ไม่ว่าจะกีฬา ดนตรี ก็สนับสนุนตลอด อยู่โรงเรียนเลือกเรียนไวโิิอลิน
   วันหยุดสุดสัปดาห์ ที่บ้านมีคอมเครื่องเดียว ตั้งในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง มีพ่อแม่เท่านั้นที่เปิดได้ เพราะล้อคพาสเวิร์ดไว้ ลูกจะทำการบ้าน จะใช้คอม ต้องอยู่ในสายตาตลอด ดิฉันเลยได้รู้จัก ณิชคุณ วง 2PM,  วง Girl Generation ไปด้วย เพลงที่ดังๆ เช่น จี้ๆๆ โบ่ๆๆเบ่ ก็ร้องได้ตามลูก  หัดเต้นตาม เป็นที่ขบขันของพ่อกับลูก เพราะหุ่นไม่ให้แต่ใจรัก พาไปเรียนรำไทยด้วย แต่จะออกแนวชอบเกาหลีมากกว่า ไม่เหมือนคนโต ชอบรำไทย   
    ดิฉันไม่ชอบบังคับจิตใจลูก ให้เขาได้เลือกตามใจชอบ แต่ให้อยู่ในกรอบ คือต้องไม่ให้เสียการเรียนเป็นอันขาด เวลาดุก็ดุค่ะ ดุมากกว่าพ่อ เพราะพ่อจะตามใจลูกมากกว่า 
   การคบเพื่อนนั้นสำคัญ ดิฉันรู้จักเพื่อนของลูกทุกคน อาจเรียกชื่อผิดบ้าง พอให้ได้หัวเราะกัน  จะไม่ให้ไปไหนนอกบ้านกับเพื่อนตามลำพัง นอกจากเดินเล่นออกกำลังกายในหมู่บ้าน เดินไปทิ้งขยะ หรือไปเปิดตู้จดหมาย วัยนี้กำลังสนใจเพื่อนต่างเพศ ต้องห่วงมากเป็นพิเศษ 
   ที่นี่ไม่มีวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนกันไปมาเลยค่ะ เป็นเมืองเล็กๆ ชายทะเล สงบๆ แบบชนบทยิ่งเราเป็นคนไทย หน้าตาเิอเชียคนเลยจำง่าย เพราะดิฉันทำงานไปรษณีย์ มีลูกค้าที่เห็นหน้ากันทุกวัน เลยค่อนข้างอบอุ่น ลูกค้ามีทุกอาชีพ ตั้งแต่ แพทย์ ตำรวจ ทนายความ ชาวไร่ ชาวสวน   ได้พูดเยส โน โิอเค  แท้งกิ้ว เสน้กๆ ฟิชๆ กันทุกวัน 
   เรื่องกีฬานั้น ไม่ค่อยถนัดเหมือนแม่ แต่พ่อชอบมากค่ะ ชอบเตะบอล  แต่โชคดียังไม่เคยเตะลุกเมีย ไม่งั้นดิฉันคงไม่อยู่ด้วยแน่ๆ 
   ทะเละกันก็มี แบบลิ้นกับฟัน แต่เราจะไม่ให้ข้ามคืน  เคยหย่า เคยแยกกัน แต่เพราะพรหมลิขิต ทำให้ได้ครองคู่กันอีก สงสารลูกค่ะ ถ้าเอาแต่ใจตนเองแล้ว ต้องอยู่คนเดียวจะดีกว่า ไม่มีใครสามารถทำอะไรให้ถูกใจเราได้ทุกอย่าง ไม่ว่าสามีหรือลูก แม้แต่ใจตัวเองยังแปรปรวนเลย ถ้าเรามองแต่ส่วนดีของเขา ก็สบายใจ ให้อภัยกัน ไม่ผูกใจเจ็บ ปล่อยวางบ้าง น่าจะไปรอดนะคะ 
   ยกตัวอย่าง ดิฉันชอบขีดเขียนอะไรในบ้านกลอน สามีก็ไม่ก้าวก่าย เขาชอบดูรายการทีวีกีฬา ดิฉันไม่ก้าวก่าย ลูกชอบนักร้องเกาหลี ก็ไม่ว่าอะไร แต่ให้มีขอบเขตว่าอย่าให้เสียการงาน การเรียน รู้จักหน้าที่ว่าต้องตื่นไปทำงาน ไปโรงเรียน ช่วยกันทำงานบ้าน ประหยัดช่วยกัน มีปัญหาอะไร ให้พูดแบบเปิดใจ ช่วยกันแก้ไขดีกว่าติเตียนอย่างเดียว ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข				
24 พฤศจิกายน 2554 17:11 น.

เคมีตรงกัน....

อนงค์นาง

ดิฉันได้อ่านข่าวจากการสัมภาษณ์นางงามระดับจักรวาลคนหนึ่ง ที่พูดถึงปัญหาการหย่าร้างกับชายไทยที่มีชื่อเสียง ว่าเป็นเพราะเคมีไม่ตรงกัน เลยเข้าไปค้นหาคำนี้เพื่อประดับความรู้ ได้จากบทความนี้ค่ะ  


ในความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์นั้น คำว่า "เคมีตรงกัน" ไม่ใช่แค่คำพูดสุดกวนในความคิดของพ่อแม่ เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาชื่อดัง ยืนยันแล้วว่ามันมีจริงๆ !

" ถ้าเด็กๆ รู้จักใช้คำนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีนะครับ นั่นคือ เขามีความรู้ระดับหนึ่งละ เพราะความรักมันก็เป็นเป็นเรื่องของสารเคมีในสมองเหมือนกัน มีทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ไม่น้อยที่ระบุว่า ความรู้สึกรักนั้นเชื่อมโยงกับสารเคมีในสมอง 7-8 ตัว"

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็ก และวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต อธิบายต่อไปอีกว่า ระดับความสัมพันธ์ของความรัก สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง ซึ่งล้วนแล้วเกี่ยวกับเคมีในร่างกายทั้งสิ้น โดยในระดับแรกคือระดับ "ดึงดูด"

"คำว่าเคมีตรงกันมันอาจจะเป็นคำ อธิบายที่ดี ของความรู้สึกที่เราไปปิ๊งคนๆ หนึ่ง แต่เพื่อนที่มากับเรารู้สึกเฉยๆ หรือว่าทำไมผู้ชายคนหนึ่งเห็นผู้หญิงคนนี้แล้วถูกใจ รู้สึกชอบ แต่ผู้ชายอีกคนเมื่อมองผ้หญิงคนนี้ กลับไม่รู้สึกอะไร มีการวิจัยในสัตว์ว่า สัตว์มีฟีโรโมนที่ดึงดูดสัตว์เพศตรงข้ามให้สนใจได้ มนุษย์เองก็มี ซึ่งเมื่อเราพบคนที่เรารู้สึกดึงดูดแล้ว ร่างกายจะบอกเราทันที เพราะจะมีการหลั่งเคมีที่ชื่อว่าฮอร์โมน Dopamine และ Norepinephrine ซึ่งจะส่งผลต่อประสาทอัตโนมัติกระตุ้นให้ใจเต้นเร็ว"

ใน สเต็ปต่อมา หลังจากผ่านภาวะการดึงดูดซึ่งกันและกันแล้ว หากความสัมพันธ์พัฒนาต่อมาเป็น "ผูกพัน" โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาวัยรุ่นรายนี้ กล่าวว่า เมื่อหญิงชายที่รู้สึกดึงดูดกันและกัน ตกลงคบหาเรียนรู้ ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ก็จะเกิดความรู้สึกผูกพัน โดยในระดับนี้ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า Oxytonin และ Vasopressin ซึ่งมีผลต่ออารมณ์ของคู่รัก ทำให้อยากทนุถนอมอีกฝ่าย

"ระดับสุดท้าย คือ ระดับที่คู่รักเกิดความรู้สึกทางเพศ ซึ่งเกิดจาก Testosterone ในผู้ชาย และ Estrogen ในผู้หญิง อันนี้ที่น่าเป็นห่วง เพราะทุกวันนี้การสื่อสารเร็วกว่าเดิมมาก ความสัมพันธ์ระดับนี้อาจจะเกิดเร็วซึ่งน่ากังวล โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นในเยาวชน โบราณเรามักจะสอนลูกหลานให้ดูกันนานๆ หมั้นไว้ก่อน 2-3 ปี หรืออย่าชิงสุกก่อนห่าม อันนี้น่าสนใจ เพราะฮอร์โมน Vasopressin ที่เกิดในระดับความสัมพันธ์ที่ 2 นั้นเป็นฮอร์โมนที่มีเทอมของมัน ในระดับคู่รักมันจะหลั่งอยู่ประมาณ 2 ปี แล้วก็จะหายไป แล้วจะกลับมาอีกทีในช่วงที่แม่ให้นมลูก อันนั้นจะเป็นการหลั่งแบบระยะยาว"

นพ.ทวีศิลป์กล่าวการสอนให้รักนวล สงวนตัวของผู้ใหญ่ สอดคล้องกันกับเรื่องเคมีในร่างกายอย่างน่าสนใจ เพราะหากทำตามที่ผู้ใหญ่สอนแล้ว บางครั้งวัยรุ่นอาจจะพบว่า คนที่คบอยู่อาจจะเกิดภาวะ "เคมีไม่ตรงกัน" หลังจากดูใจผ่านไปแล้ว 2-3 ปี เพราะเคมีดังกล่าวเกิดไม่หลั่งขึ้นมา ถึงตอนนั้นถ้ายังทำอะไรที่อยู่ในกรอบที่ดีงามแบบไทยๆ การเลิกรากันอาจจะไม่เสียใจและเสียดายมากนัก เพราะไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดีไม่งามที่ทำให้พ่อแม่เสียใจ ดังนั้นช่วงระยะที่ดีที่สุด ที่อยากฝากถึงวัยรุ่นและทุกๆ วัยที่มีความรัก ที่ควรยืดระยะเวลาให้อยู่ในช่วงนั้นได้นานๆ คือ ช่วงที่ 2 ที่เป็นช่วงของความผูกพันและการทนุถนอมซึ่งกันและกัน

"ไม่อยากให้วลี นี้ เป็นคำโก้ๆ อยากให้เด็กๆ พูดแบบเข้าใจและรู้เท่าทัน เพราะถ้าไม่รู้เท่าทัน เคมีตรงกันอาจจะกลายเป็นเคมีอันตรายก็ได้ ที่เรามีอารมณ์ความรู้สึกระหว่างมีความรัก มันเป็นเรื่องของเคมีในร่างกาย เป็นเรื่องของฮอร์โมน ซึ่งหากวัยรุ่นเรียนรู้ เข้าใจ และรู้เท่าทันแล้ว ก็จะเกิดความระมัดระวัง และวางแผนการปฏิบัติตัวในความสัมพันธ์ได้"

     ดิฉันคิดว่าปัญหาการหย่าร้างนั้นมีมากมายหลายสาเหตุ แต่ละคนก็แตกต่างกัน ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข มีแต่ความทุกข์มากกว่า ก็ต่างคนต่างไป แต่ถ้ามีลูกด้วยกันแล้ว จะมีปัญหามากกว่ายังไม่มีลูก เพราะจะต้องมีผลกระทบต่อจิตใจของลูกโดยตรงแน่นอน  
    
    ชีวิตก็เป็นแบบนี้ แต่ทุกปัญหาย่ิอมมีทางแก้เสมอ ถ้าใช้สติและเหตุผล มากกว่าใช้อารมณ์ หย่าแล้วไปพบคนใหม่ แต่งงานใหม่ ถ้าไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกันก็อาจได้หย่ากันอีก มีเพื่อนต่างชาติหลายคู่ที่เป็นแบบนี้ บางคนกว่าจะได้พบคนที่ถูกใจจริงๆก็ชราภาพประมาณใกล้แย้มฝาโลงแล้ว ไม่แน่ใจว่าเพราะเคมีตรงกันหรือเปล่า 

    คนเรามีความอดทนในการใช้ชีวิตร่วมกันน้อยลง ไม่เหมือนคนรุ่นก่ิิอนๆ ทำอย่างไรจะให้มีชีวิตคู่ที่อยู่ด้วยกันจนตายจากกันไปข้างหนึ่ง แบบถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร เป็นเรื่องที่น่าศึกษา เพราะจิตใจและอารมณ์ของคนนั้นไม่แน่นอน แปรปรวนได้เสมอ 

      เรื่องของความรัก เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต่างคนต่างใจ อธิบายได้ยากค่ะ แต่ตัวเองคงไม่อยากหย่าอีก เพราะการแต่งงานใหม่ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด ไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าเราพยายามปรับตัวและใจให้เข้าหากัน อภัยให้กันบ้าง ไม่ต้องชนะไปเสียหมด ใช้ศีลห้าในการอยู่ร่วมกัน ก็น่าจะไปได้ตลอดรอดฝั่ง หมายถึงในชีวิตจริงนะคะ ไม่ใช่ในโลกฝัน ที่ิฝันว่ามีบางใครที่เป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว สง่างามราวเทพบุตร ดีพร้อมทุกประการ บางครั้งตัวเองก็ฝันค่ะ แต่ความจริงแล้วคนที่เราอยู่ด้วยกันทุกวันนี้นั้น เป็นคนที่เราควรยอมรับและปรับตัวให้เข้ากันให้ดีที่สุด ดีกว่าจะรอคนใหม่ ที่ก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอะไรอีก อาจแย่กว่าคนเก่าก็เป็นไปได้				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอนงค์นาง
Lovings  อนงค์นาง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอนงค์นาง
Lovings  อนงค์นาง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอนงค์นาง
Lovings  อนงค์นาง เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงอนงค์นาง
>