25 กรกฎาคม 2555 00:57 น.
ไร้อันดับ
ฉันเขียนกลอนมอบให้ใครคนหนึ่ง
คนที่ซึ่งฉันรักเป็นหนักหนา
แม้ต้องห่างจนไกลเกินสายตา
อยากบอกว่ายังรักและภักดี
อาจเป็นเธอหรือใครเมื่อได้อ่าน
ช่วยส่งผ่านบทกลอนในตอนนี้
ความจริงใจที่ให้ด้วยไมตรี
ฉันยังมีเหมือนเดิมดังเริ่มมา
แม้จะนานแสนนานจากกาลนั้น
เราผ่านวันผ่านปีอย่างมีค่า
คนอบอุ่นคนหนึ่งฉันพึ่งพา
คนที่ตายามสบสงบใจ
ภาพที่เห็นเธอบ่อยเธอปล่อยผม
ต้องสายลมอ่อนพลิ้วปลิวไสว
ในชุดขาวสวยสะอาดผุดผาดนัย
มักอยู่ใกล้ธรรมาสน์ไม่คลาดคลา
รอยยิ้มเธอเต็มตื้นดูตื่นเต้น
เหมือนเธอเห็นพระธรรมอันล้ำค่า
ยามพระเทศน์เธอจำบทธรรมมา
เธอบอกว่าพระธรรมช่างอำไพ
เธอบอกฉันวันหนึ่งคงถึงพร้อม
จะยินยอมสละตนเป็นคนใหม่
จะถือศีลศรัทธารักษาใจ
มั่นคงในธรรมะและละวาง
ฉันเขียนกลอนบทนี้อย่างมีสุข
หวังให้เธอพ้นทุกข์ทุกทุกอย่าง
ให้เธอได้หลุดพ้นบนเส้นทาง
แม้ต้องห่างจากกันนิรันดร....
---------------
(ไร้อันดับ)
14 กรกฎาคม 2555 19:06 น.
ไร้อันดับ
นอกหน้าต่างบานไม้กลางสายหมอก
ในสวนดอกงดงามดังความฝัน
มีลำธารไหลผ่านดุจม่านควัน
ศาลาอันโดดเดี่ยวตั้งเดียวดาย
พุ่มพฤกษ์ไพรเขียวชอุ่มดูชุ่มน้ำ
กลีบใบฉ่ำน้ำค้างไม่จางหาย
ข้างศาลาระเบียงห้อยเรียงราย
ล้วนมากมายไม้งามตามลำเนา
กลางศาลานั้นมีเก้าอี้โยก
หญิงชราตาโศกกับโลกเหงา
เธอนั่งอยู่ตรงนั้นกายสั่นเทา
มองดูเงาหลังงอเหมือนห่อตัว
ประกายตาสดใสแทบไม่เหลือ
มองผิวเนื้อเหี่ยวย่นอยู่จนทั่ว
ผมสีขาวดอกเลาในเงามัว
เธอหวาดกลัวทดท้อหรือรอคอย
ทุกรอยย่นบนหน้าเหมือนจารึก
ความรู้สึกกลับกลายเป็นลายร้อย
แต่ละเส้นกรีดผนึกระลึกรอย
ผ่านจะงอยปากเหยี่ยวที่เฉี่ยวมา
เธอนั่งอยู่ตรงนั้นทุกวันเฝ้า
เหมือนคอยเงาสิ่งใดอะไรหนา
เธอจะได้สมหวังที่ตั้งตา
หรืออ่อนล้าหดหู่เกินอยู่ไป....
(เสียงพระสวดแว่วแว่วดังแผ่วผ่าน
เธอสะท้านกายสะเทือนเริ่มเคลื่อนไหว
มือที่สั่นพนมชิดสู่ทิศไกล
น้ำตาไหลลงแก้มเหมือนแต้มรอย)
--------------
(ไร้อันดับ)