บทกวี คำคม

ผู้หลงรัก : The Lover

Prayad


ผู้หลงรัก : The Lover
สายตาฉันใคร่เชยชิดจุมพิตพักตร์
สุดห้ามหักหนักอุราดวงตาฉัน
มันอยากจูบดวงหน้าโฉมลาวัณย์
รุกโรมรันกระสันส่ายด้วยสายตา
 
สั่นสะท้านผ่านไหล่อุ่นไอร้อน
ค่อยแทรกซ้อนทรวดทรงคุณตรงหน้า
ฉันโลมไล้ไปยังปากฝากวาจา
วนไปมาทุกหนแห่งแหล่งของเธอ
 
ฉันมิอาจห้ามสายตามันพาสื่อ
นั่งสองมือซุกตักรักพร่ำเพ้อ
มิอาจทักแตะต้องเพียงมองเธอ
แต่ตาเผลอไล้ลูบจูบวงพักตร์
 
มิมีใครหยุดยั้งรั้งฉันอยู่
ดั่งลมลู่ลุกไป ไม่ประจักษ์
สุดห้ามจิตที่คิดวิ่งไหลยิ่งนัก
รื่นรมย์รักมิจบสิ้นสุดยินดี
 
ดวงตาเธอฉงนส่อสนเท่ห์
ออกรวนเรมิรับรู้ดูแปลกที่
ฉันซบลงกับมือฉันในทันที
ดวงตานี้กลิ้งกลอกเกลือกใต้เปลือกตา
 
The Lover
 
My eyes want to
kiss your face.
I have no power
over my eyes.
They just want to
kiss your face.
I flow towards you
out of my eyes,
a fine heat
trembles round your shoulders,
it slowly dissolves
your contours
and I am there with
you, your mouth
and everywhere
around you –
I have no power
over my eyes.
            I sit with my hands in my lap,
            I shan’t touch you and I’ll never
speak.
            But my eyes kiss your face,
            I rise out of myself and no-one can
stop me,
            I flow out and I’m invisible,
            I can not stop this unfathomable
flowing,
          

สังฆราชาน้อมคารวาลัย

คอนพูทน


๏ แว่วคนธรรพ์บรรเลงบทเพลงเศร้า
มโหรีเร้าคลอร่ำโศกกำสรวล
กรุ่นมาลีคลี่อาบหอมตรลบอวล
สังคีตครวญสนั่นครา..ส่งเสด็จครา
 
๏ น้อมเศียรเกล้าล่วงกาลละสังขารขันธ์
เพลงโศกศัลย์ยินไซร้ไปทั่วหล้า
สักการะเอกแห่งองค์สงฆราชา
นบวันทาแก้วสถาน..แทบพิมานแมน
 
๏ ร้อยคำสอนนำศรีพาฤดีพร่าง
สอนบนทางพ้นทุกข์สุขใจแสน
สอนคุณงามความดียลตรลอดแดน
สอนทุกแก่นธรรมกิจ..เลิศวิจิตรนัก
 
๏ นำพุทธศาสตร์เจริญใสผ่องพิไลสาน
ยิ่งใหญ่ตระการพุทธประกาศศาสตร์เกียรติศักดิ์
ขวัญมิ่งชาวประชาชนล้นค่าลักษณ์
น้อมอาลัยในประจักษ์..พระบารมีจาร
 
๏ ร้อยพรรษาบวรสรรเรียงบรรจบ
ชั้นสรวงภพเชิญพักอัครสถาน
บุญญาผลดลพรมสมเด็จพระญาณฯ
ตราบนิรันดร์กาลระบือไกล..อำไพฉะนี้
 
๏ เทวาสรวงเทพประสิทธิ์เรียงประดิษฐ์หอม
อัญเชิญน้อมมานั่นเพียงที่นี่
ขออิ่มเปรมเกษมปานสุขสราญปรีดิ์
สู่ทิพย์ศรีหรรษา..คารวาลัย ๚ะ๛
                       คอนพูทน

ปรัชญาแห่งความรัก : Love's philosophy

Prayad


ปรัชญาแห่งความรัก
            ๑
น้ำพุพุ่งระคนลงชลสาย
รวมหลากหลายสู่คงคามหาสมุทร
ลมสวรรค์โลมไล้ใจมนุษย์
รวมพิสุทธิ์จุติค่าธรรมารมย์
จึงไม่มีสิ่งใดที่ไร้คู่
โลกน่าอยู่สรวงสร้างอย่างเหมาะสม
ใจต่อใจใฝ่สนิทย่อมชิดชม
คู่ภิรมย์ฉันเล่าไงยังไม่มี
                ๒
ดูสิงขรเชยชิดจุมพิตสรวง
คลื่นเหนี่ยวหน่วงควงคลื่นชื่นสุขี
คงไม่อาจจะอภัยให้มาลี
หากหน่ายหนีเกสรผู้คู่มาลา
แสงสุรีย์จูบโลกหายโศกเศร้า
แสงจันทร์เล่าจูบทะเลหายเหว่ว้า
จุมพิตกันหฤหรรษ์สุดพรรณนา
ฤๅมีค่าเธอมิคิดจุมพิตฉันเลย
Love’s philosophy                 І
The fountains
mingle with the river
And the rivers with
the Ocean,
The winds of Heaven
mix for ever
With a sweet
emotion;
Nothing in the
world is single;
All things by a law
divine
In one spirit meet
and mingle.
Why not I with
mine?-  
                        ІІ
See the mountains kiss high Heaven
And the waves clasp on another;
No sister-flower would be forgiven
If it disdained its brother;
And the sunlight clasps the earth
And the moonbeams kiss the sea:
What are all these kissings worth
If thou kiss not
me?
(Percy Bysshe
Shelley, 1792-1822)
 

ขอเถอะทำอาหารให้เธอกิน...

ประภัสสุทธ


๏ ขอเถอะทำอาหารให้เธอกิน
รสชาติไม่ผ่านลิ้นอย่าเพิ่งอิ่ม
อาหารจานเร่งด่วนชวนกรุ้มกริ่ม
เชื้อเชิญคว้าช้อนชิมชมรสชาติ
 
๏ ผัดเผ็ดผักหวานหวานว่านดอกรัก
สูตรเด็ดสลัดผักปักสวาท
ปลาหลนหล่นน้ำตาลหวานพิฆาต
แกล้มกับกำผักกาดใส่ถาดมา
 
๏ แกงไก่ใส่รอยยิ้มเชิญลิ้มลอง
ข้าวผัดพี่รักน้องลองดูหนา
ส้มหม่ำยำแอบรักพักอุรา
อีกอ่อมคำนึงหากานดาไกล
 
๏ อาหารปานฉะนี้ที่พี่ทำ
ทุกคำย้ำรสชาติขนาดไหน
รสถ้อยอร่อยหวานจับจิตใจ
คงอิ่มปริ่มฤทัยทุกถ้วยจาน

ศรัทธาคู่ปัญญา

เชษฐภัทร วิสัยจร


จัดธูปเทียนดอกไม้มาไหว้พระ
ศรัทธาจะคู่ปัญญาพาคิดอ่าน
คืออ่อนน้อมถ่อมตนสู้ทนงาน
ผสมการตั้งคำถามตามเหมาะควร

พลาดสิ่งใดให้สู้หน้าถ้าไม่รู้ ยอมโง่ดูแล้วแก้ไขให้ถี่ถ้วน อย่าศรัทธาจนหมดใจขาดใคร่ครวญ คือเรื่องด่วนมาเตือนใจตอนไหว้พระ

มรสุม

กวี


   มรสุมรุมเร้าเสาโค่นหัก
อกตะหนักนักหนาข้าจักสู้
หยุดตั้งรับขับเคี่ยวเคี้ยวศัตรู กำลังรู้น้อยนิดคิดโรมรัน ถอยก็ตาย..วายวาง..ขวางก็แย่ นิ่งแน่แท้แดดิ้นสิ้นอาสัญ จิตวิตก..อกข้า สุดจาบรรณ์ สารพัน ปัญหา ผวาใจ ท้องฟ้าเพลานี้สีหม่นหมาง เวิ้งเว้งว้างกลางคลื่นลื่นไถล  พัดกระหน่ำซ้ำมาซาซ้ำไป กระโดงใบ หงายงอ รอปลิดปลง เสากาบเซ เหซัด สะบัดเหวี่ยง ฟ้าเปรี๊ยงเปรี๊ยง เยี่ยงผ่า ลาลื่นหลง เรือลำน้อย ด้อยสมอ ขอแค่ทรง  ดึงเชือกลง จงใจให้เจ้าลอย.................. กวีชาวบ้าน

คนวัด

ปติ ตันขุนทด


สองสีกาพี่น้อง กวาดวัด
สองร่วมศีลธรรมวัตร ค่ำเช้า
สองศรีสู่สมบัติ บุญยิ่ง
สองมุ่งตัดโศกเศร้า โค่นเค้าตัณหา

นางชีบอกไม่ต้อง ทำหรอก
หลวงพี่เป็นเวรบอก แม่โล้น
ภาชนะนี่ถูออก สิ่งชั่ว
ดังว่าเราตัดต้น สี่ห้าตัณหา

หอมรินรินกลิ่นแก้ว บุปผา
ปลูกอยู่เทพกาญจนา ฝั่งหน้า
สีกาดั่งกฤษณา งามกลิ่น
ตัดบ่ขาดหลงบ้า ห่วงเจ้ามิจฉา

ชมผกาช่อแก้ว สีขาว
เปรียบแม่ชีสวยสาว ห่มผ้า
กายขาวแต่ใจหนาว ฤาหน่าย ใดนา
ไยไม่ผัดผิวหน้า เปล่งไว้หวังสวรรค์
19สค56
ปางฏิโมกข์ที่นี้ ปางหมอ ปวงเอย
สงฆ์หมู่รวมกันหนอ ทั่วห้อง
ภัณเตแ่ก่หลังขอ มาร่วม งามนา
พระทั่วเชียงแสนต้อง พรั่งพร้อมวินัย

อุปัชฌาย์ท่านรู้ บุคคล
แตกต่างปัญญายล แต่เค้า
พระใดใคร่ฝึกตน ผุดผ่อง
อีกอื่นนักเลงเล้า พ่อเฝ้าเมตตา

จงมาบวชเพื่อให้ พุทธงาม
ลาภอย่าคิดโลภความ ตื่นเต้น
ศรัทธาท่านทานตาม มีอยู่
โยมไม่รวยพระเว้น หื่นห้าวเงินคำ

มันระกำไม่น้อย นังหมา
ลูกแม่ถูกลักพา เสี่ยงเสี้ยง
อาตมาว่าดูรา ยายแก่
เขาช่วยเอาไปเลี้ยง ไม่ต้องอดตาย

มหาเพลินหนุ่มนี้ เปรียญหก
สึกช่วยธุระรก ใหญ่น้อย
เสียงดีแห่งโฆษก พูดเก่ง ธรรมนา
แปลแต่บาลีถ้อย กว่าร้อยคำฉันท์

บอกตาเจิมว่าให้ พุทโธ
เป็นห่วงแกพาโล บ่นร้าย
บุญกรรมช่วยอโห บาปเก่า แกนา
แกว่าพุทธโธได้ บ่บ้าโมหา

อุปัชฌาย์ท่านให้ นำมา
กินอยู่ในวัดวา แห่งนี้
ตาเติมใช่ใครหนา มิตรเก่า
เวียนว่ายสามภพกี้ เก่าเกื้อญาติกัน

มดตัวดำหมื่นนี้ มากนัก
มันแห่มาจักพัก ร่วมห้อง
ถึงเตียงไต่ยึกยัก เราแย่
ดึกต

ตัวของตน

**.. เช่นรวีโชติ..**


::: ตัวของตน :::
๑. ฉันขอเป็นเช่นนี้ดีใจแล้ว
ไม่เพริศแพร้วแววล้ำหยอดคำหวาน
ไม่ปลิ้นปล้อนผกผันเป็นสันดาน
ไม่ปั่นงานเอาหน้าเลียขานาย
๒. เลิกฝืนตนยิ้มให้ทั้งใจเกลียด
เลิกเคร่งเครียดกับใครที่ใจง่าย
เลิกนับถือคนเดิมเดิมเริ่มออกลาย
เลิกนิยายโลกสวยด้วยความจริง
๓. แม้ที่ว่างของคนตรงคงหายาก
จงตรำตรากอุปสรรคดักทุกสิ่ง
กำลังใจชูช่อขอแอบอิง
เมื่อแพ้ยิ่งก็จักเห็นทางเส้นชัย
๔. อุดมการณ์กินไม่ได้ใช่ปัญหา
มันเยียวยาความเป็นคนสู้คนได้
เทียนเล่มหนึ่งอาจละลายสลายไป
แต่เทียนใหม่วาววับจุดนับพัน
๕. ฉันขอเป็นเช่นนี้ดีใจแล้ว
ไม่วาวแววแก้วระยับประดับสวรรค์
ถือความตรงคงความสัตย์ปัจจุบัน
ปลุกโลกอัน "รู้ตื่น"
กลับคืนมา
ด้วยความหวังดี
เกรียงไกร รอบรู้
(เช่นรวีโชติ ; ก.ประแสร์
ศิษยาพร)
โครงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
"อย่าโลกสวย"_By ... Gu Kong_8 ส.ค. 2556

แทนคำ รำลึก สำนึกน้อม

หอมดอกลำดวน


แทนหทัยเทวษพิเศษพิศาล
อดีตอะดักประจักษ์ประจาน
ประจำจินต์
เคยประพฤติมิชอบระบอบรบิล
มิคิดสดับจะรับจะยิน
เพราะหมิ่นคำ
บ้างก็คึกคะนองผยองกระทำ
วิพากษ์วิจารณ์ประมาณจะชำ- 
ระคำสอน
หลงฤดีมิวายขจายขจร
ฉะนี้ก็ยังภวังค์สะท้อน
เสมอมา
ลืมพระคุณประคองสนองอุรา
ประสาทประสิทธิวิทยา
ณ ครานั้น
จึ่งผจงลิขิตอิทิสฉันท์
ระบายกระแสสภาวะอัน
ละอายใจ
เถิดนะผู้ประดิษฐ์ชิวิตวิไล
ผจงจริตพินิจฉัย
อภัยเทอญ

นางสิบสอง

Alex


พี่คนโตชื่อแท้ อีบัว
สองชื่อผันพันพัว สวยแท้
สามชื่ออี่เรียงตัว ปองปี่ สี่ห้า
หกปลอดเจ็ดคล้องแม้ ชื่อคล้าย คนแปด
คนชื่อแสดที่เก้า สวยล้ำ
สิบชื่อไยบุญค้ำ อยู่แท้
สิบเอ็ดชื่อไภย้ำ นางเภา สิบสอง
ป้าแม่สิบสองแม้ กาพย์แท้ พระรถ-เมรี

พระสุธน-มโนรา

Alex


พี่รักเจ้าแน่แท้ เจ้ารู้
ตามต่อหายอดชู้ ทั่วแคว้น
บุกน้ำพี่ทนสู้ บุกต่อ ลุยไฟ
ขอแค่เจอเจ้าแม้น นวลน้อง ยอดหทัย

พระรถ-เมรี

Alex


ชาตินี้มีกรรมแท้ น้องตาม
ชาติหน้าพี่จงตาม สู่น้อง
ชาตินี้น้องยาตาม ตามพี่ ตามมา
ให้พี่ยาตามน้อง ชาติหน้า ตามไป

๏.. แหวกกรรม ..๏

กิ่งโศก


    ๏ จะสาวสายว่ายข้าม .... สาคร 
หวังผุดโผล่บนดอน ....  เดิ่นด้าว
กักกันจิตริดรอน ....  กิเลส ล้อมแล
เกลาขัดกรองย่างก้าว ....  กำหนดรู้จังหวะเดิน ๚ะ๛    
   ๏ อยากจะว่ายข้ามเวิ้งทอดเบิ่งว้าง
ไกลแสนเหลือแลทางเลือนห่างถึง
สุดแหวกหนุนข้ามน้ำครุ่นคำนึง
คงผลอยหล่นก้นบึ้งกึ่งบาดาล
  ๏ ด้วยคลื่นลมโถมซัดระบัดซ้ำ
หรือเคราะห์คราวกระทำระกำฐาน-
แต่ปางก่อนคงร้ายคล้ายยักษ์มาร
ชาตินี้จึงขึ้งผลาญตามราญรอน
  ๏ จักพึ่งใครไร้ที่เป็นที่พึ่ง
สัมพันธ์ตึงสหายเส้นใยหย่อน
เห็นกรวดน้ำคว่ำขันโขกบั่นคลอน
ตัดตัวบท-กดกร้อน-ทุกตอนตรา
  ๏ เหลือเส้นทางท้ายสุดจึงยุดไว้
เส้นเชือกใฝ้เกลียวฟางอนาถา
จำใจจับปรับตัวตามชะตา
ให้หมดสิ้นทุกท่าในครานี้
  ๏ หัวงกำหนดกำเนิดไปเกิดใหม่
สรรสร้างทางไสวพรายฉวี
ก่อตะบะสะสมบ่มบารมี
ในภพภูมิสุขาวดีที่หมายปอง
 ๏ รอมินาน-ดอกกรรม-อันย้ำใกล้
จะชดใช้ใหม่สร้างสวมสนอง
ลบรอยกระปะปุโปพุพอง
ทาบรังษีเรืองรองผุดผ่องโลม ๚ะ๛
    
            + กิ่งโศก +
      ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖
สงสัยงานชุก..จึงเขียนไปเรื่อย.......เปื่อย..

บรมครู กวี สี่แผ่นดิน

ไผ่ลู่ลมม


ยี่สิบหกมิถุนามาบรรจบ
ขอน้อมนบกราบกลอนสุนทรภู่
ทั่วทิศาทุกหนคนต่างรู้
บรมครู กวี สี่แผ่นดิน
ไผ่ลู่ลมม

อำนาจมืด

เปลวเพลิง


ใครหนอทรงอำนาจราชศักดิ์
พอที่จักต้านอะไรที่ใหญ่กว่า
ด้วยแรงเรี่ยวเชี่ยวฉกรรจ์อันลือชา
เพื่อเปิดฟ้าสว่างหวังอย่างยั่งยืน
โลกอาจมีมืดหม่นเมื่อชนหลับ
เช้าก็รับแสงปลุกให้ลุกตื่น
ขับไล่ม่านสีดำแห่งค่ำคืน
ดลหล้ารื่นมธุรสจรดใจ
โอ้ชีวิตเก่าเก่าเรานี้หนอ
ก็เฝ้ารอแสงทองส่องสดใส
บัดนี้เมฆมืดฟ้าดำกว่าใด
ปกแผ่ไปไพศาลทุกบ้านเรือน
ดาวความหวังหรี่แสงแรงพละ
เกินที่จะหยาดเย็นมาเป็นเพื่อน
เสรี สิทธิ์ อิสระ เริ่มจะเลือน
โลกยิ่งเหมือนนรกานต์นับนานวัน
เฝ้ารอคอย ลอยคอ ท้อแท้ยิ่ง
เพราะมีสิ่งสวยงามในความฝัน
ความร้อนร้ายคือสิ่งจริงนิรันดร์
ปิดแสงจันทร์แสงสูรย์จำรูญตา
รอเพียงผู้ทรงอำนาจราชศักดิ์
รวมแรงรักขจัดภัยให้หายหน้า
เปิดฟ้ากว้างชมดาวพราวนภา
หวัง ศรัทธา เสรี สิทธิ์ อิสรชน
แต่ยิ่งคิดยิ่งรอยิ่งท้อแท้
ยิ่งวิ่งแร่ยิ่งเห็นไม่เป็นผล
ถามธรณินยินคำช้ำเกินทน
“เขาอยู่หนแห่งใดก็ไม่รู”

รำลึกพระคุณครู

หน้อย เตวง


 หัตถามือยอมือไหว้       วันทา
นิ้วสิบเรียงถ้อยมา           นบน้อม
ก้มเคารพไหว้สา              คุณท่าน เลิศแล้ว
ยกธูปเตียนดอกพร้อม     เทิดไหว้หัตถา
ดอกมะเขือมอบไว้           ถ่อมตน
หญ้าแพรกจักอดทน        สืบสร้าง
ดอกเข็มเฉียบแหลมคน    เปรียบดั่ง ปัญญา
ข้าวตอกแตกขาวอ้าง        เจริญไซร้ความดี
พระคุณครูยิ่งแล้ว           ใหญ่หลวง
สอนสั่งบ่ปิดลวง             บอกชี้
ขัดเกลากรวดหินตวง      ได้ค่า เม็ดพลอย
ขอรำลึกคุณนี้                    มากล้นพรรณนา
 
 
 

บทกวีนอกระบบ..

ลานเทวา


บทกวีนอกระบบ..
……………………
ให้ความหมายฉายโชน ไปโพ้นฟ้า
ทุกถ้อยรักอักษรา ภาษาสื่อ
ผ่านละมุนครุ่นเพียร เขียนกับมือ
ทุกคำคือ ภาพขณะอันตระการ
 
ณ อุทยานความรัก มวลอักษร
ผลิงามฝันสัญจร ความอ่อนหวาน
ท่ามบทเพลงผีเสื้อ ดอกไม้บาน
เชิญเถิด
เชิญสราญ สุนทรียะ                              
 
ผ่านเห็นต่างบางภาพ
การทราบรู้
สิ้นฤดูอ้างว้าง
บางขณะ
เปลื้องเสรีแห่งฝัน
ผ่านพันธะ
โดยนัยยะอันจารจด
ผ่าน บทคำ
 
หลากเส้นทางหมื่นสาย ทุกพายพบ
วิจิตรกาลซ่านซบ ใจดื่มด่ำ
ร่ายระเริงเวิ้งฝัน วรรณกรรม
ผ่านนัยสรรพธรรม มรคา
 
ทุกเม็ดหิน ดิน หญ้า น้ำ ฟ้า เมฆ
สืบหัวใจปัจเจก แสวงหา
สื่อวิถีชีวิต อิสรา
โดยความหมายนานา มอบจารึก
 
ด้วยความรักในสิ่งเดียวกัน
งดงามโลกแบ่งปัน ความรู้สึก
วาดท่วงถ้อยชีวิต ฝัน คิด นึก
เขียนหัวใจบันทึก ทุกความรัก
 
มอบแด่ความอ้างว้าง ระหว่างภพ
ให้ทุกฝันบรรจบ ใจรู้จัก
หลากคุณค่าความหมาย จะทายทัก
อย่างงดงามพร้อมพรัก ทุกอักษร
………..ชัย’สิริ …
หน้า / 7  
ทั้งหมด 115 กลอน