1 เมษายน 2550 10:43 น.

แม่จ๋า....ลูกอกหัก

กวีบ้านไร่

กราบลงตรงตัก ลูกอกหักแล้วแม่
ใจอ่อนแอ แพ้รักมาทักเหงา
ขอให้ลูกกอดแม่ เพียงสองเรา
สาวนั้นเขาทิ้งรัก ตัดลูกไป

ในเวลาหลายปีที่จากแม่
เขาไม่แลลืมหลัง มาพลักไส
ลูกของแม่ต้องแพ้ พลาดไป
เวลาไง ที่ใจคน  มาเปลี่ยนแปลง

ลูกขอกอด กอดแม่  ใจแพ้แล้ว
เปรียบดังแก้ว แตกแล้ว  จึงกันแสง
เหมือนปืนไม้  หน้าสามตำอย่างแรง
เมื่อเขาแกล้ง  โทรมาบอกลาใจ

ลูกแพ้แล้ว  แม่จ๋า  ลูกแพ้รัก
ลูกอกหัก  แม่จ๋า  ใจอ่อนไหว
ลูกเจ็บมาก  แม่จ๋า  ทำอย่างไง
ลูกปวดใจ  อยากร้องไห้ ให้นานนาน

แม่ได้ฟัง หลั่งน้ำตาเข้ามาปลอบ
อย่าไปชอบ ลืมเขา ให้กล้าหาญ
ลูกของแม่ ต้องตัดใจ ไม่ช้านาน
ลืมความหวาน ของเจ้า เข้าทำใจ

อย่าคิดโทษโกรธ เขา มันเขลานัก
เมื่อความรัก เขาลามาพลักไส
จงคิดว่าบุญญา ครั้งก่อนไกล
ทำกันไว้ไม่มาก ฝากคิดทวน

บุญความรักครั้งเก่า เจ้าน้อยมาก
จึงได้จาก ฝากมาให้คิดหวน
ปล่อยเขาไป ให้เจ้าคิดทบทวน
ขอลูกหวนใจกลับ จงหลับลง

ผมจึงหลับทั้งน้ำตา ตามแม่บอก
ความช้ำชอก เริ่มคลาย ใจเริ่มหลง
ความสับสน เริ่มมาว่าจบลง
ใจเริ่มปลง ปล่อยเขา ใจอ่อนแรง

แม่จ๋าแม่ ลูกขอร้อง คืนสุดท้าย
ด้วยความหมาย หมายว่า จะเข้มแข็ง
ลืมความโกรธ ที่โหมมาหมายทิ่มแทง
ไม่ระแวงบุญญา มาโทษใคร

ในพรุ่งนี้ ลูกคนนี้จะลุกขึ้น
ยิ้มระรื่น จะไม่ล้ม จมอับเฉา
จะไม่หมอง เพราะแม่คอยพะเนา
จะขอเอาคำแม่ ไม่แพ้เลย...............				
31 มีนาคม 2550 11:56 น.

น้ำตาไหลในงานแต่ง

กวีบ้านไร่

รอยยิ้มบนเวที             น้องนี้มีใครใหม่
ยืนข้างเคียงแรมใจ      เราทำได้แค่ยืนมอง

ตำแหน่งที่ยืนนั้น         เราเคยฝันหมั่นประครอง
น้องรักเจ้าสมปอง         พี่ต้องมองด้วยน้ำตา

เขามายืนแทนพี่          เศร้าฤดี เจ็บเกินลา
ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา             กล่าวออกมาให้โชคดี

ลารักจากงานเลี้ยง       แต่แต่เมียงมองรอบงาน
ผู้คนร้องขับขาน           เพลงไพรเราะเหมือนไล่เรา

เจ้าบ่าวขึ้นขับร้อง        ให้เพื่อนพ้องเพลงสวมเขา
หรือว่ามอบให้เรา        ต้องนั่งเศร้า ใจทุกข์ทน

เพลงเศร้าเขาร้องให้   น้ำตาไหลปานสายฝน
ไม่คิดอายผู้คน            เขามองเราชายขี้แย				
29 มีนาคม 2550 13:19 น.

นักกลอนคนเศร้า

กวีบ้านไร่

ก่อนเคยรักเคยฝัน วันข้างหน้า
จะกลับมาสานรัก สมัคสมาน
แต่วันนี้ต้องเศร้า ทรมาณ
ถึงวิมานที่เคยฝัน นั้นพังลง

ฝันเคยฝัน ที่เคยคิดจะเสริมสร้าง
ต้องมาร้างแรมไกล ใจลุ่มหลง
เพราะความหาง ไกลกัน ฝันจบลง
ความซื่อตรง ขาดสิ้น เพราะลิ้นนาง

วางบัตรเชิญชมพูสด สลดรัก
เจ็บใจนัก รักนี้ที่เสิงสาง          (เสิงสาง เป็นอำเภอที่ นครราชสีมา)
หลานย่าโม คนสวยนางลืมทาง
ทิ้งรักร้าง รักพังสิ้น เพราะลิ้นลม

ในวันแต่งน้องนาง กลางใจเศร้า
ต้องกินเหล้า เคล้ารัก ที่ปักขม
มาร่วมงาน มงคล ที่ตอมตรม
เขาสุขสมแต่เราเศร้า เข้าใจดี

มีดตัดเค้กวันงานแต่งแบ่งเป็นซีก
เหมือนได้ฉีก ปีกรัก อันเปื้อนสี
น้ำตาไหลอาบแก้ม แกล้งเปรมปรีย์
หรือคือหนี้ รักแท้ ชาติผ่านมา				
8 กันยายน 2549 08:23 น.

คิดถึงบ้าน thaipoem

กวีบ้านไร่

อรุณรุ่งพรุ่งนี้คงใสแจ้ง
ไม่อับแสงมืดมนจนหลับไหล-
กับความเศร้าที่เข้ามาเต็มหัวใจ
คงเลือนไปกับมิตรที่นิยม
อรุณรุ่งพรุ่งนี้คงคอยท่า
รอเวลาที่ผันมาขับรักขม
รอให้ใจรักษาหายความระบม
รอชื่นชมกับความหวานน้ำตาลทราย
 ทิ้งความหลังครั้งเก่าเข้าเริ่มใหม่
ทิ้งดวงใจที่แตกร้าว ร้างสหาย
ทิ้งคำลวงที่พูดจา เจ็บเกือบตาย
ทิ้งความหมายที่ปั้นมา พาให้หมอง
ขอเวลาให้โอกาส คนพลาดพลั้ง
ขอความหวังคน สิ้นท่าราคาของ
ขอให้ผมพบรัก อยากประครอง
ให้สมปองกับรักแท้ในนิยาย
วอนสายลม ชมจันทร์ อย่าร้างห่าง
ฤทธิ์เหล้าส่าง ตาใส ให้ความหมาย
พึ่งรู้ค่า คำมิตรเตือนรอบกาย
ผลสุดท้ายสายไป เมื่อรู้ลม
กว่าจะรู้ว่ายาขม ก็ขมแล้ว
กว่าจะรู้ว่าแห้ว ที่ฝาดขม
กว่าจะรู้ว่ายา มากอารมย์
ความจะรู้ว่าคม เมื่อบาดมือ				
7 กันยายน 2549 17:05 น.

เหงา

กวีบ้านไร่

แสงสุรีย์หรี่ลับ ลงหลับใหล
แต่ดวงใจยังร้าวรานวิมานหาย
เมื่อความหวังครั้งเก่าพังวอดวาย
เจ็บเจียนตาย เมื่อเธอมาบอกลากัน
                                       แสงสุรีย์หรี่ลับ ลงหลับมืด
                                       ใจจืดชืด เดียวดายไร้สีสันต์
                                       วอนสายลม พัดมา สื่อสัมพันธ์
                                       อย่าทิ้งฉันเดียวดายอีกนะลม				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกวีบ้านไร่
Lovings  กวีบ้านไร่ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกวีบ้านไร่
Lovings  กวีบ้านไร่ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกวีบ้านไร่
Lovings  กวีบ้านไร่ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงกวีบ้านไร่