3 มิถุนายน 2554 12:00 น.

" คนหนึ่งคน " (มาจากเมล์)

ฉางน้อย

การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน

ไม่ว่าในฐานะใดๆก็ตาม

สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้เสมอก็คือ...

" คน " เป็นสิ่งมีชีวิต มีทั้งด้านบวกและด้านลบอยู่ในนั้น

อย่าตั้งใจกับคนหนึ่งคนมากเกินไป

เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว
.....................................................

อย่าคาดหวังกับคนหนึ่งคนมากเกินไป

เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น

อย่าให้เวลากับคนหนึ่งคนมากเกินไป

ไม่ว่าใครก็ตาม ต่างก็อยากมีช่วงเวลาเป็นส่วนตัว..คนเดียว..

อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคนหนึ่งคนมากเกินไป

เพราะนั่นจะทำให้เขาไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง
............................................................

อย่าควบคุมคนหนึ่งคนมากเกินไป

เพราะมนุษย์ย่อมหาวิธีแทรกตัวออกจากกฏที่ถูกกำหนด

อย่าบีบบังคับคนหนึ่งคนมากไปกว่านี้

เพราะถ้าคนคนนั้นหลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้

คุณจะเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ทันที
.......................................................

เธอ...ลองมองดูฉันดีๆ  ฉันมีลมหายใจ

ไม่ใช่ภาพวาดที่จะสะสวยตลอดเวลา

  ฉันเองก็เป็น " คน " เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่สองด้าน

...ถ้าอยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง...
..........................................................


        ( ขอบคุณบทความดีๆที่มาจาก mail นะคะ ) 				
13 เมษายน 2554 23:24 น.

เธอ..ผู้มีหัวใจอันบอบบาง

ฉางน้อย

ans610042.jpgเธอ..เพื่อนรักของฉัน

เธอ...ผู้มีแววตาเปล่งประกายสดใสดั่งดวงดาวที่กระพริบระยิบแสงในยามค่ำคืน
        
เธอ...ผู้มีรอยยิ้มที่แสนซื่อและไร้มลพิษสิ่งใดแอบแฝง

เธอ...ผู้ที่พร้อมจะปกป้องและเอื้ออารีแก่คนรอบข้างเสมอและ

เธอ...ผู้มีหัวใจอันบอบบางดั่งปีกผีเสื้อ

26213_191265.gif

ดูนั่นนะ..เพื่อนรักของฉัน

เธอเห็นผีเสื้อตัวนั้นใช่ไหม? 
ผีเสื้อที่มีหัวใจอิสระและมีปีกที่บอบบางพร้อมจะโบกโบยบิน
แสวงหาสิ่งสวยๆงามๆในหมู่มวลดอกไม้....หากทว่า

ผีเสื้อบางตัวไม่ได้โชคดีเสมอไป...

และเพียงเพื่อต้องการสูดดมความหอมหวานจากเกสรดอกไม้
ปีกที่แสนจะบอบบางนั้น อาจพลาดไปเกี่ยวกับหนามกุหลาบเข้า
จนทำให้ปีกคู่นั้นฉีกขาดก็เป็นได้....

ผีเสื้อบางตัวปีกอาจจะแค่บอบช้ำเพราะต้องบินฝ่ากระแสลมแรงที่พัดผ่าน
หรือบางตัวโชคร้ายยิ่งกว่านั้นอาจจะบินเข้าไปติตกับดักของแมงมุม
ที่ขึงเส้นใยเหนือสวนดอกไม้แห่งนั้นเพื่อรอเหยื่อที่บินหลงมาติดกับ

26213_191265.gif

เพื่อนรักของฉัน

แล้วหัวใจเธอล่ะ.... บอบบางยิ่งกว่าปีกผีเสื้อ
ฉันไม่รู้นะว่า หัวใจเธออาจจะแค่บอบช้ำหรือถึงกับว่าฉีกขาด

ฉันเพียงแค่อยากให้เธอดูแลหัวใจตัวเองให้ดีและเข้มแข็งได้ไหม? 


เธอสบตาฉัน ยิ้มแจ่มใสปรากฏในสองตานั่น พร้อมกับตอบว่า

" ฉันไม่ใช่ผีเสื้อนี่นา ที่จะโบกโบยบินแสวงหาความรัก 

  และฉันเองก็มีภูมิคุ้มกันหัวใจที่แข็งแรง "

ฉันย้อนถามเธอว่า ..

" หากวันหนึ่งวันใดภูมิคุ้มกันหัวใจเธอบกพร่องล่ะจะทำอย่างไร?"

เธอหลบสายตาฉันพร้อมกับรอยยิ้มที่แห้งแล้ง แล้วตอบว่า.

" ก็ไม่รู้เหมือนกัน รอให้ถึงวันนั้นก่อนเถอะนะ คงมีคำตอบจากฉันคนนี้"

26213_191265.gif

เธอ.. เพื่อนรักของฉัน

ฉันแค่อยากบอกเธอว่า....

ฉัน...เพื่อนคนนี้คงทำได้แต่เป็นห่วงอยู่ห่างๆ

หากวันใดเธอบาดเจ็บกลับมา

อ้อมแขนของเพื่อนคนนี้พร้อมที่จะโอบกอดเพื่อปลอบขวัญ
และดูแลรักษาแผลใจให้เธอเสมอ นะ....เพื่อนรัก

15055_92760.gif




ฉางน้อย....ทะเลไร้คลื่น				
13 มีนาคม 2554 23:01 น.

ใบลาฮาๆ (ด้วยคนดิ)

ฉางน้อย

วันนี้มีเรื่องความฮาของการเขียนใบลามาเล่าสู่กันฟังคะ
ใครอ่านแล้วจะฮาหรือไม่ ไม่ว่ากันนะคะและไม่ต้องกลัวว่า
กรมสรรพากรจะเรียกเก็บภาษีความฮาย้อนหลังหรอกคะ
หรือใครจะฮาแบบขี้แตกขี้แตนก็ไม่ว่าอีกเช่นกันคะ อิอิ 

     วันนั้นภาคบ่ายของวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นม.3/2
ฉันจำได้ว่า อาจารย์ผู้สอนเป็นอ.หน้าหมวย ผิวขาว ตัวเล็กๆ
ชื่อ อาจารย์ขวัญใจ

     วันนั้นอ.ขวัญใจสอนให้นักเรียนเเรียนรู้เรื่องการเขียนใบลา
ไม่ว่าคำขึ้นต้นยังไง เนื้อหายังไง สาเหตุที่ลา และคำลงท้ายที่
อ.ขวัญใจบอกว่าจะลืมเสียมิได้ 

   " เอ้า เขียนเสร็จแล้วส่งครู วางบนโต๊ะนี่นะคะ "

อ.ขวัญใจสั่งให้นักเรียนแต่ละคนลองเขียน ซึ่งผิดถูกตรงไหนยังไง
ท่านก็ตรวจทาน เขียนกำกับส่วนที่ผิดไว้ให้

สุดท้ายกองสมุดเป็นพะเนินบนโต๊ะอาจารย์ท่านนี้ สมุดของยิหวานั้น
อ.เขียนกำกับว่า ขั้นตอนการเขียนถูกต้อง แต่ตัวหนังสือเอียงไปหน่อย อิอิ

..............................................................................

     อาจารย์ขวัญใจนั่งตรวจงานของนักเรียนไปเรื่อยๆ แต่แล้ว
สิ่งหนึ่งก็ผุดขึ้นบนใบหน้าอันแสนหวานนั่น คือ 

ตอนแรกท่านอ่านแล้วก็อมยิ้มเฉยๆแล้วก็ยกมือขึ้นปิดปากพองาม
แต่ก็ยังมีเสียงหัวเราะคิกๆเบาๆพอน่ารัก

     สุดท้ายคาดคิดว่า ท่านคงเก็บอาการไว้ไม่ไหวเลยปล่อยหัวเราะ
ก๊ากๆๆๆ ตรงนั้นเลยทีเดียว

พวกเรานักเรียนในห้อง 30กว่าคนก็ขำท่าทางของอาจารย์ประกอบกับงงๆ
ว่า ตกลงอาจารย์ท่านนี้ขำเรื่องอะไรกันแน่

" เอ่อ ..นายกิตติศักดิ์คนไหน ยกมือขึ้นซิ " อาจารย์ขวัญใจถาม
พลางเหลียวหาต้นตอความฮา ผู้จุดชนวนเสียงหัวเราะให้อาจารย์

" ผมเองครับ .." นายนั่นยกมือพลางยืนขึ้นด้วยความมั่นใจตัวเองมากมาย

" อ่อ เธอนี่เอง "  อาจารย์รับรู้ พลางยิ้มขำ

" เธอว่าครูใจร้ายไหมนายกิตติศักดิ์ ? " อาจารย์ถามเพื่อนร่วมห้องของฉัน

 " ไม่ครับ อาจารย์ใจดีมาก " นายนั่นตอบพลางทำตาหวานอีกแน่ะ อิอิ

"  นั่นซิ ครูใจดี แล้วครูจะยิงเธอทำไมเนี่ยะ ?" อาจารย์ถามแล้วก็ยิ้ม

"..?????.." พวกเรา นักเรียนเริ่ม งง กันทั้งห้อง 

...........................................................................

    อาจารย์ขวัญใจเริ่มหัวเราะอีกครั้ง หัวเราะแบบหยุดไม่อยู่จริงๆ
 หน้าแดง หัวเราะแบบน้ำหูน้ำตาเล็ดว่างั้นเถอะ

" อ่ะ เธออ่านให้เพื่อนๆฟังเลยนะ อ่านดังๆด้วย "
อาจารย์ยื่นสมุดเล่มนั้นให้เพื่อนอีกคนอ่าน

       เพื่อนนักเรียนร่วมห้องของฉันเริ่มอ่านตั้งแต่ต้น ไม่ว่าคำขึ้นต้น
วันที่ หรือ สาเหตุที่ลา  และสุดท้ายค่ะ ท่านผุ้อ่าน คำลงท้าย

เพื่อนนักเรียนคนนั้น จงใจอ่านช้าๆ ชัดๆว่า
  
      " ด้วยความเคารพ อย่า ยิง "

ความฮามาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายกันทั้งห้อง

" ด้วยความเคารพอย่ายิง...." เพื่อนร่วมห้องตอกย้ำคำลงท้ายอีกครั้ง

" เฮ้ย ไอ่ศักดิ์ อาจารย์ไม่มีปืน จะยิงแกรได้ไงฟร่ะ ?"

     เอาล่ะซิทีนี้ นายตัวดีนั่นแซวเพื่อน ทำเอานายกิตติศักดิ์เขินอายจนหน้าแดง
ในขณะที่อาจารย์หัวเราะจนหน้าแดง 

......................................................................

 เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..." ไปโรงเรียนอย่าริอ่านพกปืน
 เพราะอาจโดนข้อหาลอบทำร้ายความฮาโดยมิได้นัดหมาย ฮ่า...."
 
ปล. ด้วยความเคารพอย่ายิง มีต้นกำเนิดมาจาก 
ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง .....อิอิ  				
12 มีนาคม 2554 18:59 น.

เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง

ฉางน้อย

  มีผู้หญิงคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุ 
ทำให้ต้องตาบอดทั้งสองข้าง 
และเธอก็ทุกข์ทรมานกับการสูญเสียการมองเห็น 

แต่สามีเธอก็พยายาม ปลอบใจ และให้กำลังใจเธอตลอด 
พยายามสอนให้เธอใช้ประสาทสัมผัสให้มากขึ้น 

ที่ทำงานของเธอกับสามีอยู่คนละทาง 
แต่เขาก็ขับรถไปส่ง และไปรับอยู่เสมอ 
......................................................................
จนวันหนึ่งสามีเธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก 
เขาจึงพูดกับเธอว่าให้เธอลองพยายามขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง 
โดยที่เขาไม่ต้องไปรับไปส่งได้ใหม 

นาทีนั้น เธอรู้สึกเหมือนโดดเดี่ยว และน้อยใจสามีเธอ 
แต่เธอก็พยายามทำตามที่เขาขอ 

เธอพยายามขึ้นรถเมล์เอง พยายามไปทำงานด้วยตัวเอง 
จนในที่สุดเธอก็สามารถทำได้ 
..........................................................................
วันหนึ่งก่อนที่เธอจะลงรถไปทำงานตามปกติ 
พนักงานเก็บสตางค์บนรถเมล์ก็เข้ามาจับแขนเธอและพูดกับเธอว่า 

 " ผมช่างอิจฉาคุณผู้หญิงจริงๆครับ "
เธอก็เลยถามว่า " อิจฉาเธอเรื่องอะไร ? "
พนักงานเก็บสตางค์คนนั้นก็เลยบอกว่า .....

 " สามเดือนที่ผ่านมา 
ผมจะเห็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งเขาจะขึ้นรถเมล์ตอนเช้า 
มานั่งตรงเบาะหลังคุณ เฝ้ามองดูคุณด้วยความห่วงใย 
และตามคุณลงรถไป "

" และเฝ้าดูคุณเดินเข้าไปที่ทำงานอย่างห่วงใย 
และตอนเย็นทุกๆเย็นเขาก็จะมาเฝ้ารอดูคุณขึ้นรถ 
และคอยดูคุณจนคุณลงรถ "

พอเธอได้ยินดังนั้น เธอก็น้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน 
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยทิ้งเธอไปไหน 

เขายังอยู่ดูแลเธออย่างใกล้ชิด 
เขาเหนื่อยยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องคอยมารับมาส่งเธอซะอีก 

เย็นนั้นเธอกลับถึงบ้านก็โผกอดสามี พร้อมกับเอ่ยคำขอโทษ
ขอโทษที่เข้าใจเขาผิดมาตลอด........

((((...มาจาก.fw.mail ที่อ่านแล้วอึ้ง...))))
................................................

( โชคดี และ ขอบคุณที่ฉันยังคงเป็นฉันเช่นทุกวันนี้

หากวันใด วันหนึ่งฉันเกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ้าง
จะมีใครเคียงข้างกันตลอดไปไหม ? "				
20 กุมภาพันธ์ 2554 19:35 น.

"มือใหม่..หัดยิง"

ฉางน้อย

" ติ๊ดด..ติ๊ดด..ติ๊ดด.." เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือดังขึ้น

ฉันกดรับไม่ทันได้พูดอะไรเลย เสียงจากปลายสายก็แทรกเข้ามา

" ฮัลโหล น้องเหรอ ปืนของเตี่ยยังอยู่ที่น้องไหม ? "

" อ้าว เฮ้ย พี่พงษ์ศักดิ์เหรอ ? " นี่คือคำตอบรับที่น่ารักมากคะ จากยิหวา อิอิ

" อยู่ซิพี่ ของ ของเตี่ยทุกชิ้นยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ น้องเก็บรักษาอย่างดี"

" อืมม์ ..ดีแล้ว เสาร์นี้พี่ออกเวร เดี๋ยวไปยิงปืนเล่นด้วยกัน " 
พีชายสรุปเอง่เสร็จสรรพ

" ห๋า..จริงๆเหรอพี่ ได้เลยๆ มาไวๆเลยนะ " 
ฉันไม่ค่อยจะตื่นเต้นสักเท่าไหร่นักเนอะ อิอิ

        พี่พงษ์ศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง มีศักดิ์เป็นพี่ชาย 
อายุห่างกัน10กว่าปี น่ารักนิสัยดีเหมือนใครบางคนแถวๆเนี๊ยะ 555 
............................................................................................
        และแล้ววันที่ฉันรอคอยก็มาถึง เสาร์ที่ 29 มกราคม 2554
 ที่ผ่านมานี่เอง พี่พงษ์ศักดิ์ขับรถคู่ใจสีแดงแปร๊ดดมาจอดสนามหญ้าหลังบ้าน

" ไหน น้องดูซิเหลือกระสุนประมาณกี่นัด ?" 
โฆ พี่เราไม่พูดพล่ามทำเพลงเลยวุ้ย มาถึงก็ถาม

" น่าจะเหลือราวๆ 18 นัดได้มั้งพี่บาว" ฉันตอบไป

" เหรอ อืมม์ ดีแล้ว งั้นเราเอากระสุนของเก่ามายิงก่อนดีกว่า
แล้วเดี๋ยวค่อยซื้อใหม่ เพราะกระสุนเก่าไว้นานเกินไปก็ไม่ดีหรอก "

" ตอนนี้กระสุนรุ่นนี้ของเตี่ยไม่มีแล้วนะที่ทางชุมพร ระนอง สุราษฏร์ฯ 
ไว้พี่ขึ้น กทม.จะหาซื้อให้แล้วกันนะ "
 พี่ชายเขาพูดซะยืดยาว

" โห พี่บาว ยิงหมดกระสุนเนี๊ยะนะ เดี๋ยวชาวบ้านชาวช่องแตกตื่นกันพอดี "
ฉันค้านออกไปนิดนึง พอเป็นพิธี 5555

" เอาน่ะ เสียงไม่ได้ดังนักหรอก ลองดู
 เดี๋ยวพี่สอนให้ ไหนว่าลูกเตี่ยไง "
"หรือว่าไม่กล้า  ว๊า เสียชื่อลูกของเสือเก่านะเนี่ยะ "

อ่าวว .. แล้วกันซิ มาสบประมาทกันได้ไง ไม่ยอมวุ้ย 

"  ก็ใช่นะเป็นลูกเตี่ยไง แต่แค่เคยจับปืนเล่นเฉยๆ ไม่เคยยิงจริงๆนี่นา 
ปอด.....(แหก)เหมือนกันนะ.....เฟร้ย " 
คำในวงเล็บฉันคิดในใจไม่กล้าบอกดังๆ เดี๋ยวพี่ชายส่งมะเหงกให้
................................................................................................
" น้องต้องระลึกเสมอนะว่าเวลาจับปืน ห้ามหันกระบอกปืน
ไปในทิศทางที่มีคนอยู่และถ้าไม่จำเป็นอย่าเพิ่งเอานิ้วชี้สอดเข้าในไกปืน 
เพราะเราไม่รู้ว่า มีกระสุนหลงเหลืออยู่หรือไม่ "
พี่ชายฉันอธิบาย พูดซะยืดยาว 
พลางปลดแม๊กออกจากกระบอกปืนเสียงดังกริ๊ก

" ค่ะ...ค่ะ...." ฉันได้แต่รับฟังพลางพยักหน้ารับรู้
พร้อมๆกับกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ อิอิ

" วา จะยิงปืนจริงๆเหรอลูก ? " แม่ค่ะ 
แม่ฉันโผล่หน้าจากในห้องครัวร้องถาม

" อ้าว ก็ยิงจริงซิแม่ ยิงเล่นจะยิงทำไมเนอะพี่บาว "
ฉันตอบแม่พลางเหลียวหาลูกคู่ อิอิ 

" งั้นแม่ไปหน้าบ้านก่อนแล้วกัน " 
รู้หรอก แม่คงคิดว่าเสียงปืนจะดังไปไหม

" อืม น้องดูนี่นะ พี่เอากระสุนของพี่กับของเตี่ยมาให้ดู
ของพี่กระสุนขนาด 9 มม. ของเตี่ยกระสุนมีขนาดแค่7.6 มม."
พี่พงษ์ศักดิ์พูดพลางดึงกระบอกปืนของพี่ออกจากที่คาดเอว 

" โห ปืนของพี่บาวสวยอ่ะ ชอบๆ ว๊า แต่หนักกว่าของเตี่ยเยอะเลย "
ฉันทำตาวาว เมื่อเห็นปืน.38 กึ่งออโตเมติกของพี่พงษ์ศักดิ์ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าของเตี่ย

" อืม เดี๋ยวให้ลองฝึกมือทั้งสองกระบอกเลยดีไหม ? "

" ดีๆ ได้เล๊ยยย โอเค เลยพี่บาว " ฉันยิ้มตาลุกวาว อิอิ
..................................................................................................
     พี่พงษ์ศักดิ์ไปหยิบขวดน้ำพลาสติกมาวางเป็นเป้า
 ซึ่งระยะห่างกันประมาณ5 ช่วงรถกระบะ 
(ประมาณกี่เมตรหว่า ไม่แน่ใจ )

" อ่ะ น้องลองก่อนนะ นัดแรกของเตี่ยก่อนก็ได้ ลองดู"
 พี่ชายบอก

" แหม พี่เอาจริงเหรอ สั่นๆเหมือนกันนะเนี่ยะ " ฉันชักหวั่นๆ อิอิ

" บอกแล้วไม่ต้องกลัว มือใหม่ต้องจับ2มือนะอย่างที่พี่บอก
ก่อนจะเหนี่ยวไกปืน  น้องต้องตั้งสติหายใจลึกๆสัก2วินาที
ตามองเป้ากระสุน หรี่ตาซ้าย เล็งด้วยตาขวา "
" อ่อ ลืมไป น้องน่ะไม่ต้องเล็งก็ยิงแม่นแล้วล่ะ อิอิ "
พี่ชายไม่วายแซวคนกันเองอีกแน่ะ 5555

         ฉันตั้งสติ ตามองเป้าหมายคือขวดน้ำพลาสติก
 มือขวากำกระบอกปืนอย่างดี เสียงพี่ชายแว่วมา
ให้เอามือซ้ายจับทับกุมมือขวาอีกที ป้องกันเวลายิงกระสุน
ออกไปแล้วแรงดันของกระสุนจะทำให้ปลายกระบอกปืนตีแสกหน้าเราได้

" ไอ๋หย๋า.. น่ากลัวเหมือนกันแฮะ.." ฉันชักปอด(แหก) อิอิ
" เอาน่ะ ใจเย็นๆไอ่น้อง มีพี่อยู่ทั้งคน " พี่ชายบอก

     ถึงเวลาที่สุดแล้วหวั่นนิดๆ กระสุนนัดแรกในชีวิต 
ไหนจะเสียงดังของปืนอีก ไม่รุ้ว่าจะดังสักแค่ไหนกันหน๊อ
................................................................................ง
    " เอาเลย ไอ่น้อง พร้อมนะ " พี่ชายถามความพร้อม
    "  ค่ะ " คำเดียวสั้นๆจากปากฉัน 
   ฉันรู้เพียงว่า ตัวเองสูดลมหายใจลึกๆ ตามองเป้าหมาย 
มือขวากำปืนแน่น มือซ้ายกุมทับมือขวาอีกทีไม่ลืมทำตามที่พี่ชายบอก
 ฉันรู้เพียงว่า พี่ชายตัวดีถอยห่างไปยืนด้านหลังฉัน
เพียงเสี้ยววินาทีที่ฉันจะลั่นกระสุนออกไป 

" เปรี้ยง...." กระสุนนัดแรกวิ่งฉิวออกจากกระบอกปืนของเตี่ย 
แว่บเดียวกันนั้นฉันเห็นประกายไฟแปล๊บขึ้นที่ปลายปืน 
พร้อมๆกับหูฉันอื้ออึงด้วยเสียงกระสุนที่ถีบตัวจากการเหนี่ยวไกปืน
           นัดแรก ทำเอาฉันตะลึงงัน ยิ้มแหยๆ 
ในขณะที่พี่ชายหัวเราะก้องพร้อมๆกับวิ่งไปดูร่องรอยวิถีกระสุน

" เฮ้ย เก่งเว้ย น้องพี่ พลาดเป้าหมายห่างแค่ฝ่ามือเดียวเอง " 
พี่ชาย(กัดฟัน)ชม อิอิ
แต่ฉันนี่ซิ ทั้งมือ ทั้งใจพร้อมกันสั่นพั่บๆๆ เพียงชั่วขณะก็เป็นปกติ

" อืมม์ ใช้ได้ๆ นี่แค่มือใหม่ นัดแรกนะเนี่ย ต้องหัดเล่นบ่อยๆจะได้ชำนาญ "
ฉันใจชื้นขึ้นเมื่อได้รับคำปลอบใจจากพี่ชาย เอาน่ะ มือใหม่นี่นะ 

" อ่ะ ทีนี้ ตาพี่บาวยิงมั่งแล้วล่ะ ผลัดกันๆ "
 ฉันยื่นปืนเตี่ยให้พี่ชายลองบ้าง

" ไม่ต้องหรอก เอาปืนพี่ดีกว่า กระสุนหาง่ายกว่า ปืนเตี่ยเก็บไว้ก่อน "

" เปรี้ยงง ..." นัดแรกของพี่พงษ์ศักดิ์พลาดเป้าไปนิดเดียวเช่นกัน
นัด2...นัด3.. นัด 4...จนกระทั่งนัดที่ 10 ผ่านไป สำหรับฉันและพี่พงษ์ศักดิ์

" ฮ่า.. พลาดเป้าเหมือนกันไอ่น้องเอ้ย มือไม่แม่นแล้วว่ะ " 
พี่ชายยอมจำนน
............................................................................................
 " อ่อ พี่บาว แล้วปลอกกระสุนล่ะ หายไปไหน ? " ฉันริ่มสงสัย

" อืมม์ ปลอกกระสุนของเตี่ยนะ จะดีดตัวออกไปข้างหน้า
แต่ปลอกกระสุนรุ่นของพี่จะดีดตัวไปด้านหลัง หาง่ายมาก "

" นั่นซิ น้องก็สงสัยว่าทำไมปลอกกระสุนของเตี่ยทำไมหาไม่เจอเลย "

              วันนั้นฉันกับพี่พงษ์ศักดิ์นั่งคุยกันเรื่องปืน พี่ชายบอกหลายสิ่งหลายอย่าง
สรุปฉันยิงเล่นไปเกือบ 10 นัด พี่ชายยิงเล่นไปราว 3-4นัดได้มั้ง
แต่ทั้งสองพี่น้อง พลาดเป้ากันทั้งนั้น อิอิ มือใหม่นี่เนอะ

         กระสุนนัดแรกฉันอาจจะกลัวไปเอง แต่ในเมื่อนัดแรกผ่านไปได้ด้วยดี 
นัดที่ 2 และนัดต่อๆไปย่อมทำลายกำแพงแห่งความกลัวนั้นไปได้หมดสิ้น

ฉันใจกล้ามากขึ้น ไม่ได้คิดกลัวอะไรอีกต่อไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องปืน
แต่พี่ชายก็สอน บอกว่า อย่าประมาทถ้าปืนอยู่ในกำมือเราแล้ว ต้องมีสติทุกครั้งไป
ปืนไม่เคยทำร้ายใคร แต่คนจะทำร้ายคนด้วยกันเองทั้งนั้น

        ฉันคิด กระสุนนัดแรกของฉันคงคล้ายอุปสรรค
หรือปัญหาบางอย่างที่เรากลัว
แต่หากเราผ่านพ้นนัดแรกไปด้วยดี 
ก็เหมือนอุปสรรคที่ผ่านพ้นลุล่วงด้วยดีในคราวแรก
.............................................................................................
                     ( ฉ า ง น้ อ ย    ท ะ เ ล ไ ร้ ค ลื่ น )				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฉางน้อย
Lovings  ฉางน้อย เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฉางน้อย
Lovings  ฉางน้อย เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฉางน้อย
Lovings  ฉางน้อย เลิฟ 1 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงฉางน้อย