4 เมษายน 2547 14:46 น.

จิตรกรรมม่านเมฆ (The Secret of the Rain Clounds)

ลำน้ำน่าน

 อุทิศแด่นักเดินทางทุกนาม
ขอให้ไฟฝันอย่าพลันมอดไหม้ 

แหงนมองฟ้าความเหงารุมเร้าหนัก
เมฆทายทักถามมาว่าอยู่ไหน
อยู่โดดเดี่ยวเปลี่ยวร้างกลางแห่งใด
เพียงหนังสือกอดไว้ในอกเรา

มองเมฆลอยเลื่อนไปไร้ทางทิศ
ราวชีวิตรอฟื้นตื่นจากเหงา
จิตรกรรมฟากฟ้ามาบรรเทา
ท่ามร่มเงาแมกไม้สายวารี

ปุยสีนวลร่วนลมพรมสวรรค์
ม่านเมฆกั้นเนรมิตทิศวิถี
จากโพ้นฟากฝั่งฟ้ามหานที
เดินทางไกลหลายลี้ทุกวี่วัน

กลางไกลนั้นเห็นภาพฉากสีหม่น
คือเมฆฝนหนักหน่วงช่วงวสันต์
ล้านหยาดหยดโปรยรับซับน้ำทัน
โปรยละอองแบ่งปันชุ่มฉ่ำมี

ไร้ล่องลอยเส้นทางฟ้าว่างเปล่า
มีเพียงเงาทอดผ่านเมื่อวานนี้
อยู่สถิตรวงเรียวเขียวขจี
เพียงพอที่หัวเราะเพาะชีวิต

ฉันเห็นเมฆเป็นบ้านมานานแล้ว
ซุ้มดอกแก้วขาวนวลหวนตามติด
บางเวลางามเหงาเงาเพียงนิด
ให้ใกล้ชิดไม่ไกลในทุกยาม

อ้อมแขนเมฆโอบอุ้มนุ่มนวลนัก
มอบความรักให้ก่อนไม่ย้อนถาม
เมื่อลมพรูเคลื่อนไปใจเคลื่อนตาม
เพียงชั่วยามสลายลับไม่กลับคืน

ฉันเห็นเมฆเป็นเมืองเรืองโอฬาร
เงาเก่าบ้านทอดนิดไม่ติดผืน
เดิมข้ามฝั่งขอบรั้วทั่ววันคืน
เพียงลมครืนยืนหลงอยู่ตรงนี้

ฉากแสดงสะท้อนก้อนเมฆน้อย
หลับตาคล้อยบริสุทธิ์พุทธวิถี
ของถนนสายเก่าเราเคยมี
เมื่อนานปีเดินผ่านไม่นานนัก

เถิดเมฆหม่นเป็นสะพานให้ผ่านพ้น
จากป่าคนเมืองใหญ่ใจจมปลัก
ไปทอดกายโหยอ่อนได้ผ่อนพัก
ทอดวิญญาณสานรักกลางท้องนา

เมฆฝนหลั่งมาแล้วแนวทิศนั่น
เงาบ้านฉันเลือนไปใจค้นหา
เห็นหยาดฝนโปรยปรายคล้ายน้ำตา
หลั่งลงมาแทนท้นล้นบ้านแล้ว

หวังวันหนึ่งชีวิตจะพลิกฟื้น
ได้ลุกยืนเกาะรั้วทั่วทิวแถว
แสงส่องฟ้าสว่างสุขทั่วทุกแนว
กลับถึงแล้วรั้วบ้าน..ข้ามเมฆมา

--------------------------------

ลมพายุในฤดูมรสุมกราดเกรี้ยว
พัดพาหมู่เฆมมาโรยคลุมท้องทุ่งและป่าฝน
ลมโอบอุ้มเมฆฝนหนักอึ้ง 
มาตกต้องลงในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
เป็นม่านเมฆสลับซับซ้อนอยู่ในม่านฟ้าไกลโพ้น

แสนประหวัดถึงจิตกรรมม่านเมฆ
ในยามได้เยือน *เขาสามร้อยยอด**
ยามอาทิตย์อัสดงกลางบึงบัวและสายน้ำนิรันดร์
ยามนั้นที่ได้พบกับสัจธรรมอันเป็นอสังขตธรรม
เป็นธรรมที่ไม่ปรุงแต่ง เป็นความงามสามัญ

จิตรกรรมธรรมชาตินำแรงบันดาลใจกลับมาสู่
บึงบัวบานตราบจนอาทิตย์อัสดง
แต่กระนั้นลมพายุและเมฆยังลอยเคว้งไปไม่สิ้น
เปรียบเหมือนการเดินทางของชีวิตนิดน้อยนี้
ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงที่ใดและแหล่งใด
ตราบใดที่ธรรมชาติยังคงเดินทางและไม่สิ้นสุด

หวังไว้ว่า ..ตราบนั้น
การจริญงอกงามทางจิตวิญญาณยังไม่สิ้นสุด
ฉันใดก็ฉันนั้น..........

ลำน้ำน่าน บุรุษแห่งสายน้ำนิรันดร์
อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด ประจวบคีรีขันธ์



				
13 มีนาคม 2547 00:30 น.

ใบไผ่ไหว..น้อมดวงใจสู่จิตวิญญาณตะวันออก (The Winter Retreat)

ลำน้ำน่าน

แสงอุษาอโณทัยในงามเงียบ
หนาวเย็นเยียบค่อยค่อยจางอย่างรู้สึก
เปิดเปลือกตาเบิกโลกโศกรำลึก
ลอยสำนึกไหวคว้างไปตามลม

เพลงนิรันดร์ยังบรรเลง-เซนดนตรี
ในเฉดสีใบไผ่ร่วงหน่วงทางถม
ณ ดินแดนแน่วนิ่งจิตดิ่งจม
ไร้ตรอมตรมระลึกรู้-อยู่ภายใน

เอาความเงียบเรียบง่ายหมายสารัตถะ
ทุกผัสสะจินตภาพอาบอ่อนไหว
เพียงใบไผ่พลิ้วพรายคล้ายเพลงใจ
ต่างปลิดปลิวลิ่วไปในจักรกาล

จิตวิญญาณสว่างไหวในความว่าง
เพียรปล่อยวางโซ่ตรวนล้วนสังขาร
วางอารมณ์ภักดิ์ลงตรงศีลทาน
เผยคุณค่าเกษมศานต์นิยามเซน

ฝันถึงแดนอุษาโยคโลกตะวันออก
ยามไม้ดอกร่วงคว้างรายทางเห็น
ปล่อยชีวิตให้ไหลผ่านสายธารเย็น
ลอยลำเค็ญไหลร้างอย่างเข้าใจ

ฝันถึงแดนดวงอาทิตย์อุทัยแรก
ยามหมู่ปลาว่ายแหวกสายธารใส
อิสระอยู่ท่ามกลางว่างภายใน
พร้อมสละชีพได้เมื่อถึงครา

ฝันถึงสีละอองสะท้อนก้อนเมฆขาว
กับเรื่องราววสันต์ร่วงรดดวงหน้า
ลอยบางเบาพลิ้วไสวในเวลา
ก่อนเป็นฝนหล่นหล้ารดแผ่นดิน

เมื่อฝนร่วงระยิบเสียงเซนดนตรี
เสพสุนทรีย์ลึกล้ำดื่มด่ำศิลป์
เงียบสดับรับรสหยดน้ำริน
แล้วละวางสูญสิ้นจากตัวตน

หอบสังขารเหนื่อยล้ามาฝึกจิต
เพ่งพินิจใบไผ่ร้างกลางทิวสน
เพ่งภายนอกพบภายในบรรดาลดล
ดับร้อนรนหยั่งถึงปัญญาญาณ

เพลงนิรันดร์แห่งเซนยังบรรเลง
มีครื้นเครงเงียบระงมผสมผสาน
จิตวิญญาณตะวันออกดอกไม้บาน
พบสุขซ่านเสพสุนทรีย์ที่ลึกซึ้ง

ใบไผ่พลิ้วไหวหวานนานนับกัลป์
มนต์เหมันต์แห่งอุทัยได้มาถึง
เซนส่องทางว่างง่ายในคำนึง
งามสงบอวลอึงอยู่นานนัก

ใบไผ่เหลืองลิ่วหล่นตรงริมทาง
ทุกทุกอย่างเข้าใจได้ประจักษ์
เซนอ่อนโยนงามละออพอให้ภักดิ์
ทุกข์แสนหนักกลับเบาว่างอย่างลึกซึ้ง

------------------------------
ในวันที่ดวงจิตกำลังรอลมเหมันตฤดูจากญี่ปุ่นมาเยียน
จิตนาการไปถึงดินแดนอาทิตย์อุทัยและจิตวิญญาณ
โลกตะวันออก  ที่ใบไผ่กำลังพลิ้วไหวไปตามลม 
บ่งบอกเรื่องราวแห่งความว่าง

ปรัชญาเซน สะท้อนความสงบงามลึกล้ำภายใน
ดนตรีเซนเข้าถึงสมาธิอันซ่อนลึก..อิสระในการกระทำ
ใบไผ่สีเหลืองปลิดปลิวไปตามแรงลม ใบแล้วใบเล่า
แง่คิด มุมมองในการใช้ชีวิตแบบเซนกลับกระจ่างชัด
และผุดพรายขึ้นในห้วงสำนึกในยามนี้....ลำพัง

หยิบหนังสือ เส้นทางสายเซน โดยเสถียร จันทิมาธร
บรรยายความงดงามแห่งเซนอย่างน่าอัศจรรย์ว่า
เพลงนิรันดร์ซ่อนตัวอยู่ในความมืดของคืนหนึ่ง 
ดับความกระวนกระวายใจกับดนตรีเซน...

ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา 
เพื่อนคนหนึ่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ 
เขาเคยเขียนบทกวีที่ว่า ฝันถึงที่ไหนสักแห่ง 
ที่จะได้ผูกเปลนอนนิรันดร์ 
ได้นอนนิรันดร์ในผืนแผ่นดิน

ปรัชญาเซนและโลกตะวันออกเอเชีย
ที่บริบูรณ์ด้วยจิตวิญญาณ ปรัชญาแห่งเซนเรียบง่าย
แต่ลึกล้ำด้วยต้องใช้ใจดวงดีตีความ
น้อมใจกลับสู่ความสามัญ สงบเงียบ 
ลึกล้ำ ละวางจากตัวตน

แล้ววันหนึ่งเราอาจจะค้นพบว่า
ชีวิตด้านในที่งอกเงยและผลิบานด้วยความเรียบง่าย 
เป็นพลังขับเคลื่อนให้ชีวิตเราให้ดำเนินไป 
และเป็นความสุขที่หมุนโลกได้อย่างนิรันดร์
แม้ในวันที่เราเป็นทุกข์ที่สุด ก็กลับยิ้มได้ ด้วย เซน

ลำน้ำน่าน บุรุษแห่งสายน้ำ
ปรารถนาให้ทุกคนสงบงามอยู่นิรันดร์


				
30 มกราคม 2547 12:44 น.

สู่ฝันอันสูงสุด

ลำน้ำน่าน

เหมือนทุกอย่างร้างไกลแต่ใกล้ชิด
เหมือนม่านฟ้าคลี่ปิดแต่จันทร์เผย
ไม่สนิทแต่จิตกลับคุ้นเคย
เหมือนห่างหายคำเปรยแต่แว่วยิน

เหมือนหนังสือปิดวางอย่างสงบ
แต่อ่านจบถ้วนตอนอักษรศิลป์
เหมือนนานครั้งแต่ยังเป็นอาจินต์
เหมือนเหยียบดินกลับสร่างอยู่กลางดาว

เหมือนเนิ่นนานผ่านผันไม่ทันนึก
แต่ตราตรึกด้วยรอยให้คอยหนาว
เหมือนดอกไม้รอน้ำค้างพรมพร่างพราว
รอยามเช้าแล้วจะบานขานอรุณ

ขานอรุณแดดอุ่นกรุ่นทรวงอก
เมื่อหมู่นกพลัดถิ่นได้บินหมุน
ประดับโลกโตรกฟ้าว่าเจือจุน
สมดุลอาทรก่อนวันพลบ

เมื่อวันพลบคลี่ม่านผ่านอีกครั้ง
บ่มพลังไฟฝันเพื่อวันจบ
จุดหมายคอยร้อยฝันจักพลันพบ
จึงสงบทอดกายหมายซึ้งแล้ว

เมื่อซึ้งแล้วจรไปไม่ใกล้ชิด
ให้ชีวิตเติบงามตามทางแถว
ได้เกี่ยวเก็บความฝันอันเพริศแพรว
เป็นดวงแก้วส่องใจให้หวนคืน

ให้หวนคืนครืนพัดระบัดไหว
เป็นลมใจลดร้อนผ่อนทุกข์ฝืน
เป็นสายน้ำไหลท้นบนจุดยืน
เป็นเกรียวคลื่นโถมถั่งพลังก่อ

พลังก่อพอเพียง..เพี้ยงบั้นปลาย
แล้วสละความหมายไร้คำขอ
ทุกทุกอย่างเอมอิ่มปริ่มเพียงพอ
รอกล้าฝันพันกอแตกต่อแทน

---------------------------------
ในระหว่างเส้นทาง การพบ  พราก เป็นเรื่องปกติวิสัยที่เกิดขึ้นได้
ถึงอย่างไรก็ตาม  เรามีความฝันที่รอท่าที่จะเก็บเกี่ยวและทำให้สำเร็จ  
ในวันข้างหน้า  ตามแต่ใครจะเก็บเกี่ยวได้มากน้อยกว่ากัน
ข้าพเจ้าคิดเสมอว่า ตราบใดที่เรายังซื่อสัตย์ต่อจิตวิญญาณของตัวเอง
ไม่ว่าเราจะอยู่ ณ แห่งหนตำบลไหน ความรู้สึกอันนี้จักยังคงสว่างวาบ
และเป็นแรงให้เราได้นึกคิด และคร่ำครวญอยู่เสมอๆ
บางครั้งเราอธิบายไม่ได้ แต่เราสัมผัสได้ด้วยจิตวิญญาณ

เดินไปด้วยกันเถอะ แม้นจะห่างหายไปจากเรือนหลังนี้บ้าง แต่ก็ไม่เคยสิ้นฝัน
เพราะข้าพเจ้ามี  ความฝันอันสูงสุด รอวันให้เก็บเกี่ยวในบั้นปลาย
แล้วเมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง  ก็พร้อมที่จะสละได้อย่างไม่ยินดียินร้าย
ตามแนวทางสงบเงียบงามและวีถีแห่ง ชีวิต

เขียนบทนี้สดสดวินาทีนี้ ที่สาวบ้านนาให้เกียรติตามหาลำน้ำน่าน 
และฝากเป็นความคิดถึง ถึงหมู่มิตรในบ้านเรือนไทยหลังนี้เฉกเช่นกัน  
ซึ้งใจอย่างสูงสุดในวินาทีนี้

				
1 มกราคม 2547 02:58 น.

ริมฝั่งน้ำนิรันดร์กาล

ลำน้ำน่าน

เสียงเหงาแว่วแผ่วมาจากฟ้ากว้าง
ดอกเลือนร้างบานพราวคราวศกใหม่
หนาวน้ำค้างพร่างพรมตรมภายใน
ร่วงจากใจหยดร้าวลงเคล้าดิน

เสียงขลุ่ยครวญหวลมาว่าสิ้นแล้ว
กลีบดอกแก้วโรยร้างกลางลานหิน
ความเดียวดายทายทักจักคุ้นชิน
ลมหายใจเคยระรินค่อยสิ้นไป

ความคิดถึงซึ้งใดในครั้งก่อน
หมดอาวรณ์ถอนรากจากสมัย
ฝากรอยร้าวคราวพรากจากอุ่นไอ
แม้นเยื้อใยก็สลายกลายเป็นลม

เมื่อศกใหม่ขอโศกในโลกเงียบ
แผ่เข้าเหยียบย่ำใจ...ไร้สุขสม
เจ็บหัวอกฟกช้ำ...ร่ำระบม
สิ่งชื่นชม..ขมเศร้าราวสมมุติ

ซบลงหมอนก่อนเก่าเนาเคยนอน
ให้ลุ่มร้อนเล็งเล้าราวเทียนจุด
ทรุดลงนั่งต่อหน้าพระพักต์พุทธ
ไม่อาจหยุดน้ำตา....มาวิงวอน

คือสายน้ำไหลไปไม่ไหลกลับ
จักระงับดับไฟในจิตถอน
ดวงวิญญาณนานวันคงสั่นคลอน
ร้างเร่ร่อนดับไป..ในกลางกาล

แม้นสายน้ำสายใดให้เมตตา
จงหลั่งมารดใจให้เผยสาส์น
ให้ศกใหม่บานแจ่มแย้มตระกาน
อยู่เนิ่นนานเคียงเคล้ากับเหล่าชน

หากเสียงเพรียกยังร้าวมาจากฟ้ากว้าง
ให้ศกร้างหมุนเวียนเปลี่ยนอีกหน
ความทรงจำจักกลบฝังลงฝั่งชล
เขียนกวีอีกหน..ณ ริมฝั่งน้ำนิรันดร์กาล
				
5 พฤศจิกายน 2546 17:06 น.

ลำนำแห่งกระทงสยาม

ลำน้ำน่าน

ใบตองอ่อนเจียดวางอย่างปราณีต
บรรจงกรีดกลีบดอกออกเป็นแผ่น
หยวกน้ำว้าจัดวางตามขวางแกน
บัวกลีบแน่นพับติดจิตอ่อนตาม

สุดเวิ้งน้ำเวิ้งฟ้าประดาดับ
สะท้อนจับภาพเก่าเงาสยาม
เปลวเทียนทองรองเรืองเมืองโอฬาร
เหล่าเทวาแดนวิมานประทานพร

พรุดอกไฟสว่างวาบขนาบน้ำ
แตกดอกตามลำแสงราวแผลงศร
วัฒนธรรมฟูเฟื่องเมืองอมร
ทั้งเพลงกลอนสาวหนุ่มกลุ่มเด็กมี

มาลัยร้อยกระทงลงตามแบบ
พุทธธรรมฝังแนบแถบเทียนสี
ธูปหอมหวนชวนดมชมวารี
ลอยเป็นพลีบูชาคงคาชล

อธิษฐานผ่านหน้าเทวาน้ำ
ความดีงามทั่วแหล่งทุกแห่งหน
นำศรัทธาข้าลอยไปในวังวน
ให้ดิ่งท้นซึมหายเคล้าสายธาร

เหล่ามาลีนี้เยี่ยงเคียงดวงใจ
หว่านโปรยไปไหลล่องทั้งคลองสาน
อภัยเถิดขอขมาต่อหน้าธาร
เศร้าซมซานให้ลับกับเวิ้งชล

เหลือความดีศรีศักดิ์จักคงไว้
หนุนนำใจให้สุขทุกแห่งหน
ก้มหน้าน้อมแนบอิงตลิ่งชล
ศรัทธาท้นอาบแสงแห่งจันทร์เพ็ญ

กระทงทองลอยนิ่งสิ่งงามงด
ยิ่งสวยสดแสงเงาเรามองเห็น
เด่นอยู่นานบานฉ่ำจากย่ำเย็น
จนเดือนเพ็ญสิ้นแสงแห่งนภา

				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟลำน้ำน่าน
Lovings  ลำน้ำน่าน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟลำน้ำน่าน
Lovings  ลำน้ำน่าน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟลำน้ำน่าน
Lovings  ลำน้ำน่าน เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงลำน้ำน่าน