19 มกราคม 2550 21:32 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ข้าฯขอสดุดี แด่ มวลทหารกล้าทั้งหลาย
ที่เฝ้าคอย ปกปักรักษาดินแดน สยามประเทศแห่งนี้
ท่านบุกป่า ฝ่าดงหนาม ดงกระสุนปืน และกับดักระเบิด
เป็นรั้วของชาติ เพื่อประชาชนทั้งหลาย ทั้งผอง
ข้าฯศรัทธา ในความอดทน แข็งแกร่งของท่าน
อากาศจะหนาว แดดจะร้อน ฝนจะตก ท่านไม่หวั่น
ในเครื่องแบบทหาร ยืนจังก้าจับปืนM16น่าเกรงขาม
ขบวนฯขนยาเสพติด สินค้าหนีภาษี ท่านสกัดกั้น
ข้าฯ ซึ้งใจท่าน ณ. ชายแดนใต้
ท่านกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายของความตาย
เพียงวินาทีเดียว อาจตัดสินการมีชีวิต หรือไม่มี
ทั้งที่เจ้าหน้าที่อย่างท่านประสานความสัมพันธ์ที่ดี มิตรไมตรี
หนทางข้างหน้าอาจมีตะปูเรือใบ โปรย.........
อาจมีมวลชนของกลุ่มขบวนการณ์ฯ สกัดกั้นขวางทาง
ข้างถนน.......อาจมีโจรลอบทำร้าย กราดยิง.....
บริเวณข้างหน้า อาจมีการจุดชนวน วางระเบิด
พิการ ไปแล้วกี่นาย เหล่าทหารกล้าและตำรวจ
บาดเจ็บไปแล้วเท่าไหร่ สาหัสไปแล้วกี่ราย........
เสียชีวิตไปกี่ศพแล้ว เซ่น ไอ้พวกโจรกุ้ยก่อการร้าย
แม้จะตายกี่ศพ อุดมการณ์ทหารไม่มีวันตาย
เลือดเปื้อนหลั่ง รดแผ่นดิน ประเทศไทย
ศพทหารถูกฝัง เท่าไหร่แล้ว ในสุสาน กุโบร
ฌาปณกิจศพทหารเท่าไหร่แล้ว กี่ร้อยกี่พันวิญญาณ
จิตวิญญาณ อุดมการณ์ทหาร เสียสละเพื่อสรรสร้างสันติภาพ
19 มกราคม 2550
.
19 มกราคม 2550 21:07 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ครั้น อารมณ์และ บรรยากาศ ประจวบเหมาะ
ฉันปลุก อารมณ์ศิลป์ ให้ฟื้นตื่นจากหลับไหล
ฉันหยิบกีตาร์ ขึ้นมาบรรเลง พร้อมกับการร้องเพลง
ในความว่างเปล่า........เฝ้ามองฟากฟ้า
ไม่เข้าใจ ฉันจะมองฟ้าไปทำไม เมื่อไม่คิดจะดูดาว
ฉันจะกรีด ดีด กีตาร์ได้ยังไง เพราะว่ามือฉันด้วน
อีกทั้งกีตาร์ตัวนั้นยังพัง และไร้สาย
ทว่า...มือข้างเดียวของฉัน ยังอหังการ์
หยิบปากกา มาเขียน ขยุกขยิก วกวน
ความสับสนของฉัน ระบายออกมาเป็นตัวอักษร
แต่ไม่รู้ว่า.......มันพอจะเรียกว่าเป็นกวีได้ไหม
กวีที่ปลอด........ไร้ฉันทลักษ์ ใดๆ
หยิบดินสอดำ...........วาดลวดลายเส้นศิลป์
รูปนกสีขาวโบยบิน......สู่ สันติภาพ
มือหยาบๆของฉัน ระบายสีน้ำด้วยพู่กัน
ไม่เคยหวั่น.....ดื้อด้าน...คนขวางโลก
ใบหน้าที่ตายแล้วของฉัน.........
นัยตาเศร้า....สดับฟัง......เสียงความเหงา
ความเงียบถูกคุกคาม.......โดยอึกทึก
ฉันคือศิลปินเตรียมอนุบาล ทะเยอทะยาน
17 มกราคม 2550
.
19 มกราคม 2550 20:44 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ภารกิจกอบกู้เอกราช อยู่ในกำมือของเด็ก
พระองค์ดำยุวกษัตริย์ ผู้ถูกกักขังเยี่ยงเชลยในดินแดนหงสาวดี
พระนเรศวรมหาราชผู้เป็นกษัตริย์นักรบนำหน้าทัพสงครามตลอดชีวิต
ทรงกระทำยุทธหัตถี ปลดปล่อยกรุงศรีอยุธยาเป็นเอกราช
ครั้นกรุงศรีอยุธยาแตกสิ้น ยับ ไม่เหลือแล้วสิ้น อนาถ
พระเจ้าตากสินมหาราช ผู้ปลดปล่อย สู่ความเป็นไท
กอบกู้เอกราช ประกาศอิสระภาพ แห่งชนชาติสยาม
ปลดแอกแผ่นดินไทย ไม่ให้เป็นประเทศราช
นั่นคือประวัติศาสตร์ พงศาวดาลชาติไทย
ภารกิจกอบกู้ อธิปไตย อย่างกล้าหาญ
ทัพทหาร กองทัพหลวง พลีเลือดเนื้อ เสียสละ
ต่อสู้ กัดฝัน ยอมตายเพื่อผืนแผ่นดินแม่ แผ่นดินเกิด
ข้าฯขอรำลึก ในความกล้าหาญของท่าน
เหล่าทหาร หาญ ผู้กล้า ไม่ถอยร่น จนตัวตาย
จากกรุงสุโขทัย,กรุงศรีอยุธยา,กรุงธนบุรี จนสู่กรุงรัตนโกสินต์
รักษาเอกราช และ อิสระภาพ จากอดีตจวบกระทั่งถึงปัจจุบัน
ความเป็นไท ถูกปกรักรักษาไว้ คู่กับแผ่นดินขวานทอง
ไทยนี้รักสงบ ไม่รุกรานดินแดนใด
แต่ถึงรบไม่ขลาด ไม่ยอมก้มหัวเป็นขี้ข้า อยู่ใต้เอกราชของใคร
จนมีแผ่นดินสุวรรณภูมิสืบทอด เป็นประเทศไทยทุกวันนี้
ปัจจุบัน โลกรุดหน้า สมรภูมิสงครามพัฒนาการ แปรเปลี่ยน
กองทัพทหาร และสร้างแสนยานุภาพ ยุทธวิธีทางการรบ
บทบาทของทหารเปลี่ยนไป สำหรับการปฏิบัติหน้าที่
เมื่อคราสังคมวิปริต........
การตัดสินใจยุติ ความแตกแยกของคนในชาติ
แนวทางสมานฉันท์ถูกยกขึ้นมาปูพื้นฐานของสังคมเมือง
แนวคิดและจุดประสงค์.................
เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้
ด้วยรัฐประหาร...จากกองทัพ......อย่างโปร่งใส
18 มกราคม 2550
.
17 มกราคม 2550 17:54 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. หันมองกลับหลัง.....ความทรงจำที่ผ่าน
ซากตอตะโกลุกไหม้ไม่เหลือเศษถ่าน
เป็นเพียงขี้เถ้า....ร่องรอยของวันวาน
ปล่อยดิ่ง จ่อมจม อยู่ใต้ทะเลลึก
มันคือความรู้สึก รู้สึกคิดถึงในบางครั้ง
เธอคือ คนหนึ่ง ผู้หญิงที่จุดประกายความหวัง
เธอคือ ความรักครั้งหนึ่ง ที่ฉันว่ายน้ำด้วยมือเพียงข้างเดียว
กลางสายน้ำเชี่ยวกราก ทั้งที่ฉันว่ายน้ำไม่เป็น
จีรนุช เธอคือเกาะหนึ่ง งดงามซ่อนตัวอยู่ในทะเล
ฉันคือปลิงอัปลักษ์........เธอไม่เห็นความเท่ห์
เสน่ห์ที่เธอมองไม่เห็น และปฏิเสธ มัน
ความบริสุทธิ์ จริงใจ จากฉันไม่มีความหมาย เธอมองข้ามผ่าน
สาวน้อย เธอคือ ความยั่งยืน ของความสวยงาม
เธองดงามเสมอ........ในมิตรภาพ........
ไม่เป็นไร เก็บความเป็นเพื่อนของเราไว้
ใส่กล่องความทรงจำ.....เก็บรักษา.....
เปิดออกระลึกถึง เมื่อคิดถึง..........
ความรู้สึกดีๆ ยิ้ม และ หัวเราะ........
2 มกราคม 2550
.
17 มกราคม 2550 17:40 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. แท่งชอล์ค และกระดานดำ ที่ยังไม่ได้ลบด้วยแปรง
คือเนื้อหา สาระสำคัญ เผยแพร่ เขียนถ่ายทอด
แด่เด็กๆ เพราะรักและผูกพันธิ์ ในความรู้สึก
ปรารถนาเห็นเยาวชน เติบโต อ่านออกเขียนได้
อุดมการณยังคงแรงกล้า ท้าทายเพื่อบุกบั่น
เด็กๆเยาวชน รอคอย ปลูกฝังจริยธรรม เป็นคนดี
จิตวิญญาณแห่งความเป็นครู มีจุดมุ่งหมาย
พร้อมจุดประกายแห่งแสงสว่าง ล่วงพ้นอวิชชา
ในความเป็นครู ด้วยใจรัก สะท้อนความเสียสละ
พลีร่างกาย จิตใจ ทุ่มเท ศรัทธาอย่างมั่นคง
เส้นทางข้างหน้า มีแต่หลุมพลาง กับดัก ไม่หวั่น
เส้นขีดแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย อยู่บนเส้นด้าย
ทอดเท้าก้าวด้วยเปี่ยมหวัง เพื่อเด็กๆ ขาดด้อยโอกาศ
แม้ความจริง พลัง และ ความฝันยังเลือนลาง
กระแสข่าว ความเป็นไป ในความไม่สงบ
ผลกระทบ ระส่ำ ปั่นป่วน หวาดระแวง ปวดร้าวสาหัส
หยัดยืนด้วยอุดมการณ์ และ จิตวิญญาณครู
เหตุการณ์นองเลือด กลายเป็น บททดสอบ
เมื่อแท่งชอล์คแท่งแล้ว แท่งเล่า เปื้อนเลือดและแตกหัก
ครั้นใบไม้สดหลุดร่วง ทั้งที่ไม่สมควรร่วงหล่น
สายเลือดและหยาดน้ำตา หลั่งออกมาพร้อมๆกัน
กลางดงลูกปืน และดงระเบิด ที่ดำรงอยู่
บางสิ่งที่ยึดมั่นอยู่ในใจ เพื่อเยาวชน เด็ก คือความฝัน
ศรัทธาในอุดมการณ์ จิตวิญญาณของครู พร้อมพลีและเสียสละ
ฉันทึ่ง และ ซึ้ง
16 มกราคม 2550
.