พุทธกาลผ่านผันถึงวันนี้ โพธิธรรมคุ้มชีวีชนทั้งหลาย ให้ปลดเปลื้องปวงทุกข์จากใจกาย ชนมากมายประสบสุขนิรันดร์ พุทธกาลผ่านพ้นช่วยคนยาก ให้ขัดเกลาชีวิตจากห้วงโมหันธ์ เข้ามาเป็นพุทธมามกะละโทษทัณฑ์ ปลูกชีวันด้วยสัมมาพาร่มเย็น ย้อนคำนึงถึงพระคุณพระศาสนา คือเอกอุวิชาพาพ้นเข็ญ บำบัดทุกข์บำรุงสุขหากคิดเป็น ทุกบทธรรมมุ่งเน้นประโยชน์งาม เมื่อคำนึงถึงพระคุณพระศาสนา ยิ่งนึกถึงพระกรุณาที่ล้นหลาม แห่งองค์พระศาสดาผู้เลิศนาม สละความสุขตนค้นพบธรรม พุทธศาสนาไม่บีฑาเบียดเบียนใคร พุทธองค์ทรงสอนไว้หลายฉนำ ผูกศรัทธาเหตุผลของกลกรรม เพื่อรู้ธรรมเหตุดีมีปัญญา พุทธศาสนาไม่บีฑาเบียดเบียนใคร จึงสืบกาลอย่างยิ่งใหญ่อ่านต่อ >
ในยามบ่ายใต้ร่มศาลาพัก
ลมทายทักตอบรับนกขับขาน
ฟ้าสีครามเมฆลอยค่อยเคลื่อนคลาน
ต้นข้าวพานพลิ้วไหวแกว่งไกวตาม
ผืนนาเดิมรวงเรียวดูเขียวอ่อน
เขียวแก่ซ่อนจากกลุ่มนาลุ่มหลาม
ปลาแหวกว่ายลั่นทุ่งเลนฟุ้งลาม
นกปากห่างเฝ้ายามริมคันนา
ดูแมลงเล่นน้ำทำวงซ้อน
พรายน้ำผุดคลายร้อนนั่งหย่อนขา
อีกไม่นานเกินทนเมื่อฝนมา
สรรพสิ่งในนาจะสมบูรณ์
คือแรงงานชาวนาและหน้าที่
ชนบทวิถีฤาหนีสูญ
ฉันนั่งมองรวงศอกของดอกคูน
ไอร้อนพูนพัดเติมฟ้าเริ่มครึ้ม
เงาต้นไม้ตกลงตรงชายคา
นกทำรังบนหลังคาอย่างเคร่งขรึม
ควันเผาหญ้ากระเตื้องอย่างเซื่องซึม
ฟ้าอึมครึมอีกหนรอฝนโปรย
..
อ่านต่อ >
แหนแห่เดินยกขึ้น..........วางลง
คือบทชีวิตปลง..............ผ่านหน้ายุบหนอบ่ยืนยง..............ลับล่วงเสมือนดั่งอาชากล้า.......หมดสิ้นแรงทะยานฯยกขึ้นแล้ววางลง คือบทปลงของชีวีเสียงแตรตามอึงมี่ เป็นเพลงโศกโบกอำลาไปแล้วก็ไปลับ เหลือรอยยับคราบน้ำตาอาทิตย์บนเมฆา ค่อยอับแสงแดงจากลงยุบหนอคือชีวิต สั้นยาวปิดบ่ยืนยงเหมือนม้าอาชาทรง หมดแรงโผนโจนทะยาน---------แก้วประภัสสร-----------------อ่านต่อ >
๏ จรุงไกลหอมดั่งแก้ม เอยกานท์
พราวสกาวเรือนวรรณกรรม เสนาะก้อง
ยินครวญบรรเลงขาน สดับขับ
รักษ์คัดจึงเรียงคล้อง สนั่นขรมฯ
๏ ชมแพรวลำนำเพริศ เชลงพา
คำพร่ำบาดคมพลอย อร่ามพิศ
ฉลุศิลป์ปิ่นภาษา นิพนธ์ศาสตร์
พลัน!!นั่น “เกินคาด” นิด เหตุไฉนฯ
๏ กลอนใคร? หกตกพื้น ลานประพันธ์
มองพร่างรอยบทเพลง หยาดแพร้ว
บางความหลากมากฝัน แรงใฝ่
เก็บเหล่า “กลอนหก” แล้ว จัดสลวยฯ
๏ จรดสวยบรรจงซ่อม ประดอยสาย
เติมศักดิ์หักแตกแซม แต่งสร้อย
หวานชงเปิดออกฉาย ประดับฉัตร
พราวแอร่มกลัดพวงร้อย เสนอเรียงฯ
๏ เคียงนำบรรอ่านต่อ >
1.ถอดหัวใจใส่กลอนอักษรสื่อขอเลื่องลืออีกหนกลอักษรด้วยซาบซึ้งหนึ่งชายใจอาวรณ์อยากสะท้อนความรู้สึกลึกภายใน2.เขาชื่อเรียงเสียงใดฉันไม่รู้อีกที่อยู่หลักแหล่งแห่งหนไหนเป็นผู้ดีหรือตกยากลำบากใดเคยสงสัยเหมือนกันในวันวาน3.ด้วยเนิ่นนานการสนิทดุจมิตรแท้ฉันก็แค่เลิกสงสัยไม่ฟุ้งซ่านไม่คิดสืบเสาะหาสถานการณ์หลายปีผ่านวางใจในไมตรี4.เคยมีบ้างปวดร้าวคราวห่างเหินถ้อยดำเนินเป็นกลอนย้อนสักขีแอบเหงาหงอยน้อยใจในบางทีไดอารี่ลายพร้อยรอยน้ำตา5.ในตอนนั้นฉันเศร้าคล้ายเขาทิ้งซ้ำโลกจริงโรคร้ายลอบกรายหาที่เจ็บป่วยเจียนตายวายชีวาเจ็บน้อยกว่าตรงนี้ที่หัวใจ6.ผ่านเหตุการณ์วันนั้นฉันฉุกคิดฤๅ คนผิดเป็นฉันที่หวั่นไหวมิตรภาพตราบสิอ่านต่อ >