27 มกราคม 2550 10:39 น.

เหตุเกิด ..ระหว่างทาง

อัลมิตรา

ฉันเหลือบมองหนังสือสองเล่มบนมุมโต๊ะทำงาน
เอาล่ะ .. อีกสักพัก เมื่อฉันทำงานตรงนี้เสร็จ ฉันจะไปห้องสมุด

ตอนนี้การเดินทางไปห้องสมุด ไม่ค่อยจะราบรื่นเหมือนเมื่อก่อน
ตะก่อน ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ในการเดินทางไปกลับ 
ต่างกับตอนนี้ ที่ต้องเดินออกจากอาคารที่ตนเองทำงานอยู่
จากนั้นก็ต้องเดินไปยังทางเชื่อมอีกตึก ผ่านหน่วยงานอื่น ๆอีกบานตะไท
ยังไม่เท่านั้น 
ห้องสมุดที่ย้ายไปอยู่อีกตึกนั้น อยู่ชั้นใต้ดินอีกต่างหาก
.. ช่างเป็นที่ซับซ้อนจัง ..

" .. เราจะไปห้องสมุดสัก 30 นาที ถ้ามีใครจะติดต่องานก็โทรเข้ามือถือนะ.."
ฉันบอกเพื่อนร่วมงานคนที่มีโต๊ะทำงานติดกับฉัน
จากนั้น ฉันก็คว้าหนังสือสองเล่มที่ยืมมา เดินฉับไปยังห้องสมุดทันที

ความจริง ฉันไม่ได้ใช้เวลามากขนาดนั้น แต่ที่บอกเผื่อไว้ 
ก็เพราะตามรายทาง 
ฉันต้องแวะทักทายบ้าง และถึงแม้ฉันจะต้องเดินก้มหน้างุด ๆ
ถึงไงซะ ก็ต้องมีคนเรียก และทักทายฉันอยู่ดี .. 
นี่แหล่ะ สังคมของมนุษย์เงินเดือน

ก็เพราะห้องสมุดอยู่ชั้นใต้ดิน 
ฉันก็เลยต้องเดินลงไปยังชั้นใต้ดิน โดยอาศัยบันได ..
เอาน่ะ!! ..ถือว่าออกกำลังกาย
ลิฟท์ก็มีอยู่หรอก แต่ถ้าเดินไปหาลิฟท์ ก็จะต้องผ่านอีกหลายแผนก 
ดีไม่ดี อาจเสียเวลามากกว่านั้น

ฉันเปิดประตูทางด้านซ้าย (ทางลงของบันได) 
ก็พอดีมีพนักงานชายผู้หนึ่งเดินสวนมา .. หน้าพอคุ้นกันอยู่ ก็จึงยิ้มให้กัน
ฉันเห็นเขาเดินไปยังแผงไฟ และทำการปิดสวิทซ์ไฟทางเดินก่อนลงบันได
ฉันคิดว่า ฉันต้องรีบแล้ว..  ฉันก็เลยไม่รอช้า  รีบจ้ำพรวดลงบันไดไป 
ผ่านโค้งบันไดชั้นที่ 3 ก็สวนทางกับผู้ที่เดินขึ้นบันไดอีกคน 
คราวนี้เป็นพนักงานหญิง ฉันรู้จักดีว่าเธอผู้นี้เป็นใคร 
แต่ฉันไม่อยากเสวนาด้วย จึงเดินผ่านไปอย่างเฉย ๆ

"ใครปิดไฟ" เธอกล่าวอย่างฉุนเฉียว 
ตอนนั้น มีเพียงเธอและฉัน ที่อยู่บริเวณนั้น

ฉันก็ไม่ได้ตอบอะไร เขาคนนั้น ฉันแค่คุ้นหน้า .. 
แต่ฉันไม่รู้จักชื่อของเขา
อีกอย่างฉันเห็นว่า เขาปิดไฟจุดที่เป็นทางเดินก่อนลงบันได 
มันก็ไม่ได้หมายความว่า..
 จะเป็นจุด จุดเดียวกับที่ทำให้เธออารมณ์เสียอยู่หรือเปล่า

   " สัตว์ !!! .." ..เธอสบถอย่างดัง

ฉันกระชับหนังสือในมือในแน่นขึ้น  
แน่นอน คำหยาบคายคำนั้น ทำให้ฉันได้รู้สึก
ทว่า .. ฉันไม่ได้รู้สึกโกรธเธอแต่อย่างใด .. 
ถึงแม้รู้แก่ใจว่า เธอจงใจให้ฉันได้ยิน

ฉันยังคงเดินลงบันไดไปอีกสองชั้น 
และก็เดินข้ามห้องโถง ลงบันไดอีกหนไปยังห้องสมุด

เธอ .. ทำให้ฉันคิดถึง เธอ อีกคน.. 
คนที่กล่าววาจาด่าทอหยาบคายกับฉันมากมาย
โดยที่เธอคนที่ฉันคิดนั้น .. เข้าใจว่า 
ฉันทำอะไรบางอย่าง ที่ประทุษร้ายต่อเธอ
เธอไม่รู้หรอกว่า เธอเข้าใจผิด
ส่วนฉัน ฉันก็คิดว่าป่วยการที่จะบอกเธอให้เข้าใจ

อารมณ์.. คงพาหัวใจของเธอให้เป็นไปอย่างนั้น 
หากเธอ (เธอคนนั้น และ เธอฉันคิด) คุมสติให้ดี  
บางที เธออาจรู้สึกตัวว่าไม่ควรประพฤติเยี่ยงนั้น

ท่ามกลางคนหมู่มาก ความเข้าใจย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย
แต่การไม่ยับยั้งชั่งใจไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนเสียก่อน .. 
ก็ส่งผลให้เห็นถึงความวิบัติอยู่เนือง ๆ

เหมือนฉันเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ถึงได้คิดแบบนี้ .. 
เพื่อนคนหนึ่งที่ไม่เจอกันมานาน เอ่ยทักขึ้น
อาจใช่ !! 
แต่อีกส่วนที่ทำให้ฉันได้คิดแบบนี้ .. 
คือ 
ความจริงที่ฉันเคยเผชิญต่างหาก

ฉันเดินยิ้มไปเรื่อย .. จนถึงห้องสมุด

				
11 มกราคม 2550 11:38 น.

เรื่องน้ำเน่า

อัลมิตรา

 
ฉันจัดการหามุมเหมาะ สำหรับปูเสื่อกกสีส้มเล็ก ๆที่ฉันเหน็บติดท้ายรถจักรยานมาด้วย
สวนสาธารณะแห่งนี้ ไม่ไกลเกินกว่ากำลังปั่นของขาที่จะพาฉันซึ่งล้าจากงานมาพักผ่อน

น่าจะตรงนี้.. เหมาะล่ะ
ช่วงบ่ายแก่ ๆ แดดที่อ้อมไปจ้าแสงที่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ ทำให้พื้นที่ตรงนี้ไม่ร้อน
หนำซ้ำยังสดชื่นไปด้วยไอฝอยของน้ำพุที่อยู่กลางบึงเล็ก ๆ 

รถจักรยานถูกตั้งขาพักไว้ข้าง ๆ เสื่อกกสีส้ม .. เสบียงที่อยู่ในเป้ ถูกนำมาจัดวางบนเสื่อ
ฉันไม่ลืมหยิบนิยายจีน มังกรคู่สู้สิบทิศเล่มที่ ๑๑ ภาคสมบูรณ์ ออกมาด้วย
โดยอัตโนมัติ ฉันเหน็บดินสอไว้ที่ซอกหู ส่วนสมุดบันทึกเล็ก ๆ ฉันกองรวมไว้กับเสบียง

 ถ้าถึงเวลานั้น หากคุณไม่มีใคร คุณมาอยู่กับผมนะครับ  

อารมณ์กำลังภายในที่กำลังอ่านอยู่ สะดุดกึกทันที กับถ้อยคำที่คุ้น 
ประโยคดังกล่าว ฉันเกือบลืม ทว่า ความทรงจำของฉันบอกฉันว่า ฉันยังคงจำได้
แต่ฉันก็ยังข่มใจ ก้มหน้าก้มตาอ่านในบทอวสานต่อไป

 สักวันหนึ่ง คุณอาจเปลี่ยนใจ และนึกเสียใจที่ได้พูดประโยคนี้ออกมา  
 ไม่หรอกครับ ผมไม่ใช่คนที่เปลี่ยนใจได้ง่ายดาย  

รบกวนสมาธิจัง ( ฉันคิดในใจ ).. 
อุตส่าห์หามุมสงบแล้วเชียว กลายเป็นมุมโรแมนติคของคนอื่นเสียนี่
นึกรำคาญขึ้นมาทันที แต่ถ้าจะให้อพยพข้าวของ ขยับหาที่ใหม่ ก็คงเป็นเรื่องที่ ธุระไม่ใช่ 
ฉันจับจองที่ทางก่อนนี่นา ..
วู้ !! อ่านหนังสือต่อดีกว่า พรุ่งนี้ต้องเอาไปคืนห้องสมุดแล้ว ไม่งั้นจะโดนปรับ

 ไม่แน่ใจเลยค่ะ มีความรู้สึกว่า ความไม่แน่นอนจะเกิดขึ้น 
 ไม่สิ อย่าคิดอย่างนั้นสิครับ เชื่อมั่นผมสิครับ ผมไม่ใช่คนโลเลแน่นอน 
 คุณก็รู้นี่คะ เหตุผลที่ทำให้รู้สึกกลัว 
 ผมอยู่ตรงนี้แล้ว อย่ากลัวไปเลยครับ ผมจะปกป้องคุณเอง 
 คุณจะปกป้องตลอดไปหรือเปล่าคะ 
 ด้วยเกียรติของผมครับ ผมพูดคำไหน ย่อมเป็นคำนั้น 

แหม !! ว่าจะอ่านไปเรื่อย ๆ แต่เหมือนอารมณ์งิ้วถูกเบรค 
สิ้นประโยคที่ว่า  ผมพูดคำไหน ย่อมเป็นคำนั้น  ทำให้ฉันต้องวางหนังสือลง
พร้อมกับหันมายังม้าหินข้าง ๆ ได้ทันเห็นบทเลิฟซีนวุ๊ย .. บ้าตาย กลางวันแสก ๆ

ชายคนนั้นถึงหญิงคนนั้นเข้ามาซบที่อก พร้อมกับเอามือลูบผมที่ยาวเคลี่ยไหล่ของเธอ
ฉันอยู่ในตำแหน่งกองหลัง เอ๊ย ด้านหลัง .. 
ฉะนั้น อย่ามาหลอกถามให้ยากเลยว่า คู่นั้นคือใคร ?
เสียงกระซิบกระซาบยังคงมีอยู่ต่อไป ส่วนฉันฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง ตามเรื่อง
ใครจะบอกว่าฉันสอดรู้สอดเห็นก็ช่างเถอะ ..
ก็หูของฉันไม่หนวกนี่ .. แถมตาก็ไม่บอดอีกต่างหาก
บางถ้อยคำฉันก็ไม่ได้สนใจฟัง บางถ้อยคำก็สะกิดใจชวนฟังเสียนี่ .. เป็นงั้นไป

สักพัก .. ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ที่แท้เป็นโทรศัพท์ของฝ่ายชายนี่เอง 
ฉันเห็นเขาขอตัวออกมายืนคุยโทรศัพท์ห่างจากหญิงคนนั้น ..  แต่ดันใกล้ฉันสิ

  ครับผม อยู่แถวบ้านครับ 
 - - - - - - - - - - -
 คิดถึงสิ ไม่คิดถึงแป้ว แล้วผมจะคิดถึงใครล่ะ 
 - - - - - - - - - - -
 โอย ต้องขอโทษทีครับ ตอนนี้ไม่สะดวกเลย คุณจะมากี่โมงครับ 
 - - - - - - - - - - -
 ครับ ครับ พอดีผมเถลไถลนิดหน่อย คงยังไม่กลับเข้าบ้านในตอนนี้ครับ 
 - - - - - - - - - - -
 ไงครับ มื้อเย็นหรือ 
 - - - - - - - - - - -
 ได้สิ อยากทานอะไรครับ 
 - - - - - - - - - - -
 ครับ ครับ แล้วเจอกันจ๊ะ ดูแลตัวเองด้วยนะครับ 
 - - - - - - - - - - -

เอาสิ หูเจ้ากรรมดันไปได้ยิน ไอ้เรื่องที่ไม่ควรได้ยิน
ตะกี้เพิ่งเห็นหมอนี่ออดอ้อนกับหญิงคนนั้นอยู่แหม่บ ๆ มาตอนนี้อ้อนสาวทางโทรศัพท์
มันมีกลิ่นตุ ๆ ชอบกล .. 
แต่ก็ช่างเขาเถอะ เรื่องของเขา ไอ้กลยุทธแบบนี้ ใช่ว่าเราจะไม่เคยเจอ

ขณะที่ชายชีกอหลบมุมอยู่ด้านหลังต้นไม้ ฉันก็เหลือบตาไปดูหญิงคนนั้นบ้าง
ท่าทางลุกลี้ลุกลน .. เกิดอะไรขึ้นหว่า ตะกี้ไม่ทันสังเกต  มีพิรุธอีกคนแฮะ

 มาแล้วครับ ขอโทษทีที่ให้รอนาน ตะกี้เพื่อนโทรมาตามงานนิดหน่อย 
 ไม่เป็นไรค่ะ พอดีว่า ก็อยากขอตัวกลับบ้านก่อนเหมือนกัน 
 ครับ ผมไปส่งนะ 
 ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเดินข้ามฟาก ไปขึ้นรถเมล์ตรงนั้น นิดเดียวเองค่ะ 
 ถ้างั้นก็ได้ครับ เพราะผมต้องไปทางโน้น 
 ค่ะ ดีใจนะคะ ที่ได้เจอคุณ ขอบคุณมากค่ะ 
 ครับผม อย่าลืมที่เราคุยกันนะครับ 
 ถือว่าเป็นคำสัญญานะคะ 
 ครับ ยิ่งกว่าคำสัญญา 

จนแล้วจนรอด ฉันก็อ่านหนังสือที่พกมาไม่จบ เพราะมัวแต่เงี่ยหูฟังบทโรแมนติคแทน
พิลึกแท้ อุตส่าห์ปลีกวิเวกมาหย่อนใจแล้วเชียว แต่ก็เอาเถอะ อย่าใส่ใจดีกว่า

ฉันเห็นคนคู่นั้นเดินไปทางประตูด้านข้างของสวนสาธารณะ 
เอาล่ะ ฉันจะได้ตั้งใจอ่านหนังสือให้จบเสียที  ตั้งใจอ่านต่อดีกว่า (ฉันคิด)

ยังไม่ทันอ่านได้จบตอน .. ฉันก็รู้สึกว่า เก้าอี้ม้าหินตัวนั้น มีคนมาหย่อนก้นนั่งอีกแล้ว
ให้ตายสิ .. แล้วฉันจะอ่านจบไหมเนี่ย เสร็จแน่ โดนบรรณารักษ์ปรับเงินอีกแล้วสิ

 ตรงนี้สิพี่ ร่มรื่นดีค่ะ  

เสียงคุ้น ๆ แฮะ .. ให้ตายสิโรบิ้น ผู้หญิงคนนั้น นี่ ..

 พอดีพี่ไปธุระให้แม่ ก็เลยผ่านมาทางนี้ ก็เลยเห็นน้องบุษยืนรออยู่ตรงป้ายรถเมล์พอดี 
 ก็ตั้งใจจะไปหาพี่ที่บ้านเหมือนกันค่ะ คิดถึง 
 มาทำอะไรแถวนี้ครับ หรือว่า ตั้งใจมาที่นี่พักผ่อนหย่อนใจ 
 บังเอิญค่ะ พอดีว่ามาต่อรถเมล์อีกทอดจากรถไฟฟ้าใต้ดิน  
 โชคดีของพี่  
 ถ้างั้น เดี๋ยวเราไปหาอะไรทานกันดีมั๊ย น้องหิวแล้ว 
 จ๊ะ..ที่รัก   

โอ๊ย ... อยู่ไม่ได้แล้ว ... ที่ไหน ที่ไหน ก็มีแต่น้ำเน่า ...
ฉันรีบจัดการเก็บข้าวของใส่เป้ตามเดิม ..
เสบียงที่ยังไม่ถูกแตะต้อง ก็ยังคงอยู่ในกล่องอาหารเหมือนเดิม
เป็นซะอย่างนี้ .. 
นี่เอง ฉันไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม๊ ทำไม .. รอบ ๆ ตัวของฉันจึงมีแต่น้ำเน่า

				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอัลมิตรา
Lovings  อัลมิตรา เลิฟ 0 คน
มาอีกรอบนะ พยายามจะเขียนกลอนที่นี่ แต่ยังใช้ไม่เป็น เห็นกลอนขุดบ่อล่อปลาแล้วคิดถึงอิม คิดถึงเรื่องเก่า ๆ จะสิบปีแล้วสินะที่เริ่มเขียนกลอนได้ เหมือนกลอนที่เคยอ่านหรือเขียนขึ้นใหม่นะ
คิดถึงจังอิม สบายดีหรือเปล่า
>