14 มกราคม 2550 20:19 น.

เธอดั่งนกคาบดอกกุหลาบขาว

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.        โลกรกร้าง..ว่างเปล่า..
ดินแดน...สาบสูญ...
หรือนั่นคือความบังเอิญของทะเลทราย
หรือ..นั่น  คือ เหตุการณบังเอิญ....

ความฝันครั้งใหม่ก็พลันประจักษ์
ปรากฏการณโอเอซิส..เหนือทะเลทราย
ได้แค่มอง........ไม่มีสิทธิ์........
ความจริงก็คือความจริง  ความฝันก็คือความฝัน

     
       หรือ..ฉัน คือ..กองขยะ.......
อยู่ในโลกของขยะอย่างวีรบุรุษ.....
ฉันสบตากับดอกไม้ และเกิดรอยยิ้ม..
หัวเราะ เฮฮา กับแสงแรกอรุณรุ่งแห่งดวงตะวัน


 ความรักครั้งใหม่  ก่อตัวขึ้นเงียบๆ
สถาปนาความรักฝ่ายเดียวอย่างเดียวดาย
เธอคือดอกไม้ งอกงามบนกองขยะ
ภารกิจรักข้างเดียว...อย่างเด็ดเดี่ยว...


    สีชมพู.....ของดอกกุหลาบ.......
ความจริงใจ...บริสุทธิ์....สีขาว.....
เธอคือ.ความรักครั้งใหม่..ของเศษขยะอย่างฉัน.....
เธอ..คือนกอิสระ กางปีกโบยบินอย่างสง่า...


    เราเผชิญหน้ากัน...ไม่พูดจา...ไม่ทักทาย...
ก่อเกิดแรงบันดาลใจใหม่..
..........ชีวิตฉันค่อยๆมีความหมาย..
เธอคือนกคาบดอกกุหลาบขาว...
......ไม่อาจเอื้อม..ได้แค่มอง..
เหตุการณ์บังเอิญ......ฉันเข้าใจ........
ฉันคือ...ใบไม้ใบหนึ่งพูดจากับตัวเอง...



                                            2 มกราคม 2550

.				
14 มกราคม 2550 19:53 น.

ทุ่งเกาะปาบ-บ่อหิน เส้นทางสายประถมฯ

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.           เด็กผู้ชายเดินทางด้วยสองเท้าเปลือยเปล่า
 ย่ำเดินไป บนถนนสีแดง สายลูกรัง.......
 เหยียบ กรวด,ทราย ร้อนรน เพลิงแดดแผดเผา
 ก้าวย่ำเดินทาง....ด้วยฝ่าเท้าคู่เล็ก.....
 ออกจากบ้าน แต่เช้าตรู่  เดินเท้าไปโรงเรียน...


           วันแต่ละวัน...ในความทรงจำ....
เด็กผู้ชายเดินทาง ออกจากบ้าน...ทุ่งเกาะปาบ
เดินฝ่าทุงนาสีเขียวสด   ด้วยรองเท้านักเรียนคู่เก่า
ถุงเท้า เกรอะกรัง  ไปด้วยดอกหญ้าเจ้าชู้....
รองเท้า เลอะ เละเทะ ไปด้วยขี้โคลน...
กางเกง , เสื้อนักเรียน  มอมแมม.......


          ปฐมบท ของเด็กผู้ชาย ผู้มีโลกแคบ.......
ออกเดินทางจากบ้าน...เช้าตรู่ ไปโรงเรียน
คร่ำเคร่ง พากเพียร เล่าเรียน อย่างขยัน ผลการเรียนดี
เด็กผู้ชายผู้มีโลกส่วนตัวกว้างใหญ่  ไม่ชอบสุงสิงกับใคร
ใช้จินตนาการและวาดฝัน ในโลกของความฝัน...
อาจดูหน่อมแหน้ม อ่อนแอ  เด็กคนอื่นรังแก มีเรื่องชกต่อย
บ่อยครั้ง ร้องไห้ งอแง ขี้แย  ไม่สู้ใคร


        ความทรงจำของเด็กผู้ชายผู้มีโลกแคบแต่กว้างใหญ่ในโลกส่วนตัว
ความหลังยังจดจำ.........เมื่อเห็นเด็กเลิกเรียนตอนเย็น.......
ฉันสังเกตุลึกเข้าไป....ฉันพบตัวเองเดินกลับบ้าน...
ท่ามกลางเด็กๆ เหล่านั้น.............  
สวมรองเท้าแตะ ก้าวเดินเป็นรูปรอยฝ่าเท้าเล็กๆ ฝากไว้กับพื้นดิน
..................โดยไม่สนอะไร......................



                                    11 มกราคม 2550      

.				
14 มกราคม 2550 19:10 น.

อุปมาอุปไมยอย่างไม่เพียงพอ

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.      ลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์
              จากไป  ผ่านไป  อีกวันหนึ่ง
                        ความมืด ค่อยแผ่รังสี ปกคลุม
กลายเป็นกลางคืนที่แต่งเติมด้วยดวงจันทร์เพียงซีก
                                    และดาวกระจายแสง ทั่วฟากฟ้า


ลำแสงสุดท้ายของวัน เมื่ออาทิตย์อัศดง
    ขณะเดียวกัน วันสุดท้ายของปีก็จากไป
. ..................................อย่างไม่มีวันคืนกลับ
                          จากไป ตลอดกาล  ชั่วนิรันดร์


ลำแสงแรกของวันใหม่ยังไม่ส่องมาให้เห็น
ใครต่างเฝ้ามอง  อรุณรุ่ง แสงอาทิตย์แรกของปีใหม่
                   วันใหม่ปีใหม่คืออุปมาอุปไมยสิ่งใหม่ๆที่ดี
              ทุกคนต่างวาดหวัง ผันถึงจินตนาการอันเลศหรู


เฝ้ารอการเปลี่ยนไปของวันเก่า..ปีเก่า
ส่งท้ายปีเก่า และสวัสดีปีใหม่ ทุกปีไม่เคยเหน็ดเหนื่อย
และจะถีบหัวส่ง เมื่อถึงปลายปีและจะสวัสดีกับอีกหนึ่งปีใหม่


อะไร เก่าๆ ก็ไม่สวยงาม แม้บางสิ่งดี..
ในความไม่เคย พอเพียง   และ  เพียงพอ..
       วันใหม่  ปีใหม่  แบกความหวังของผู้คน..
            ว่าสิ่งใหม่ ดีๆ จะเกิดขึ้นกับชีวิตตนเอง...




                                              31 ธันวาคม 2549



.				
13 มกราคม 2550 20:16 น.

เสียงตะโกนของคนใบ้

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.       แด่ผู้กำลังเพรียกหา...ร้องเรียกตะโกนอย่างสุดเสียง
ซุ่มเสียงแหบพร่า...น้ำตาอาบสองแก้มโหยไห้
ดั่งกลางพายุมรสุม...หายนะกำลังจะเกิดกับคนใบ้
แดกดิ้นกระเสือกกระสนด้วยเสียงตะโกนอยู่ในลำคอ


        โอ้ หนอ  วิบากกรรมของชาติ...ลึกสุดหุบเหว
กระต่ายตื่นตระหนกเตลิดเปิดเปิงระแวงระเบิด
ควานหาเข็ม...เพียงเล่มเดียวที่หายไป.......
จมดิ่งสู่มหาสมุทร..ก้นทวีป  รอยต่อแผ่นดินไหว


        ความสมานฉันท์ อุดมการณที่คร่ำครวญหา
ขุดค้น..แทบพลิกแผ่นดิน  อยู่ไหนหนอ!
คำขู่คำรามของสุนัขถึงการวางระเบิดป่วนระส่ำ
ประทุษร้าย สาธารณชน...อย่างโหดเหี้ยม


       หรือ ประเทศไทย คือ ภูมิศาสตร์เหมาะที่สุด
ที่จะเพาะบ่มความเลวร้ายทั้งปวงไว้ในแผ่นดิน
เชื้อโรค แพร่กระจายลุกลาม กัดกินจนผุกร่อน
เหมาะสำหรับความรุนแรงทุกรูปแบบไม่จำกัด


        สันติสุข หรือคำนี้ถูกลบทิ้งไปแล้วในพจนานุกรมไทย
พร้อมๆกับยกเลิกคำว่า....สมานฉันท์เขวี้งทิ้ง
โคลงสร้างหยาบๆ   ของการเมืองไทย ยังเปราะบาง
อำนาจรัฐประหาร...ถูกท้าทาย  เดิมพันศรัทธา



                                                4 มกราคม 2550


.				
13 มกราคม 2550 19:52 น.

กงล้อขับเคลื่อนของเด็ก

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.          กระดาษสีขาวบนเฟรม ที่ยังไม่ได้วาดภาพ
ดินสอ,พู่กัน,สีเทียน,สีไม้,สีเมจิค,สีน้ำฯลฯ
ปล่อยความคิด สร้างสรรค์ ลงบนกระดาษวาดเขียน
สร้างจินตนาการ  ศิลปะ  ธรรมชาติ
ท้องฟ้า,เมฆสวย,ทะเล,ภูเขา,ดอกไม้,นก,ดวงอาทิตย์,
แม่น้ำ,ต้นไม้,ทุ่งนา,บ้านและครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง

     ปล่อยให้เด็กๆระบายปั้นความฝันตามประสา
ทหาร,ตำรวจ,หมอ,พยาบาล,อาจารย์,นักบิน,แอร์ฯ
นายอำเภอ,ผู้ว่า,นักการเมือง,นายกรัฐมนตรีฯลฯ
ปล่อยความฝันประสาเด็กอย่างอิสระ
วาดฝันถึงความสวยงาม..........

     เด็กน้อย ดั่งผ้าขาว บริสุทธิ์.....
พ่อ แม่ อาจารย์  จะสร้างสรรค์อย่างไร?
จะแต่งเติมแต้มสร้างสรรค์ เจียรนัย  งดงาม หรือแหลกทราม
จะให้ผ้าผืนนั้น  อยู่ในสภาพไหน  ในอนาคต
ผ้าเรียบ,ผ้ายับ,ผ้ารุ่งริ่ง,ผ้าเช็ดมือ,ผ้ากันเปื้อน,ผ้าเช็ดเท้า,ผ้าขี้ริ้ว
พ่อแม่ อาจารย์ คอยแนะนำประคับประคองดูแลทะนุถนอม
หมั่นซัก ล้าง สั่งสอน หรือปล่อยปละละเลย ตามยถากรรม


     เมื่อสังคมปัจจุบัน....
เด็กเล็กเติบโตขึ้นท่ามกลาง หยากไย่ สกปรก 
ความไร้สาระของสังคม..กระแสโลกาภิวัฒน์   ทุนนิยมเป็นใหญ่
ความเบาหวิวของสมองที่คิดเองไม่เป็น.........
ผู้ใหญ่ต่างสรรหา วัตถุดิบ ยัดเยียด ทับถม
ป้อนความคิดดัชนีชี้นำ  ท่องจำ เผด็จการวิชาความรู้


       การเดินทางระหว่างวัย.....
จาก ทารก,อนุบาล,ประถมฯ,มัธยมฯ,มหาวิทยาลัย
ซึมซาบ ซึมซับ  ค่านิยมเงินตรา และวัตถุ คือ พระเจ้า
เยาวชนปล่อยร่างแหลกเหลว  หลงระเริง ค่านิยมตะวันตก


        ภาพสะท้อนบางมุม......
กลุ่มเด็กผู้ชาย กำลังมั่วสุม ริสูบบุหรี่.....
อยู่ในรายล้อมด้วยคึกคะนอง กลางวงเหล้า 
ล้อมวงดื่มเหล้า ซดเบียร์  อาบแอลกอฮอลล์
ภายในห้องที่เต็มไปด้วยกลุ่มควัน  สูบกัญชา เสพยาบ้า ฯลฯ
หลอน...เหม่อลอย..มัวเมา...ยิ้ม....หัวเราะ
ตั้งวงเล่นไผ่  แทงพนันบอล  ล่าสาวเพื่อสนองความต้องการ


       จากอีกมุม..สะท้อนภาพ....
ขณะที่เด็กสาว ใส่สายเดี่ยว,เกาะอก,กระโปรงสั้น,กางเกงเอวต่ำ
เดินย่างกรีดกรายคล้ายเปลือยกายตามท้องถนน ห้างสรรพสินค้า
เด็กสาวใจแตก  ยกแก้วสุรากระดก เหมือนน้ำเปล่า
ปล่อยตัว โยกหัว ส่ายตัว สะโพกสะบัดร่าน ยั่วยวน อิสระอยู่ในผับ
ทอดกายเสพเซ็กซ์เสรี ลุ่มหลงอยู่ในกามโลกีย์
เหมือนสบตากันของคนแปลกหน้าเพียงครั้งแล้วเดินผ่าน


       ทารกน้อยร้องลั่นมาจากถังขยะ   ใครเอาเด็กไปโยนทิ้ง
ชีวิตที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ โดนฆ่าจากการทำแท้ง.....
อาชญากรผู้ไม่รู้สึกผิดกับการกระทำ .......
ฆ่าได้..แม้กระทั่ง....ลูกของตัวเอง....


        เด็กๆ...คือผ้าขาว.....คืออนาคตวันข้างหน้า...
วันพรุ่งนี้  เด็กจะเติบโตขึ้นมาทิศทางไหน
กับการต่อสู้ปะทะกับปัญหาทางสังคมที่รายล้อมทั่วสารทิศ
ค่านิยม วัตถุนิยมยิ่งพอกพูนทวี.....
เยาวชนคึกคะนอง อยากทดลอง สิ่งไม่ดีที่แวดล้อมรอบๆ
ความดื้อรั้น อยากทดลอง แหกคอก แหกกฏ 
ทั้งที่รู้ว่าผิดมหันต์ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ  หนทางแห่งอบายมุข


          วันนี้เด็กคือ.....ผ้าขาว   พรุ่งนี้เด็กคือ.? มะรืนนี้เด็กคือ.?
ได้แต่วาดหวัง ฝันถึงวันดีๆ  ของเด็กๆ.........
เยาวชนคือกงล้อทีขับเคลื่อนบ้านเมืองต่อไปภายภาคหน้า........




                                               12 มกราคม 2550


.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ