13 มกราคม 2550 18:51 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ฉันเขียนจาก...บันไดบ้าน
ขณะนั่งแหงนมอง...ฟากฟ้า
มองดวงจันทร์..ซีกกว่าสาดแสงส่อง
ดูดวงดาวกลาด..เกลื่อนนภากว้าง
โลกหมุน รอบตัวเอง
โลกโคจร รอบดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์ โคจรรอบโลก
ฉันหมุนรอบตัวเอง
กลางวัน แทนที่กลางคืน
วันใหม่สับ เปลี่ยนวันเก่า
วัน,เดือน,ปี,ทศวรรษ,ศตวรรต เดินไปข้างหน้า
ชีวิตกำลังเดินทางสู่ความตายทุกชั่วขณะ
สวัสดี ฉันได้แค่สวัสดีกับทุกอย่าง
อย่างธรรมดา ตามวิถีธรรมชาติของโลก
โศก.สุข นาฏกรรมเกิดขึ้นกับชีวิต
กาลเวลา เดินทางไปข้างหน้า ผ่านวันเก่าๆ
ได้แต่ฝากความหวังไว้กับสิ่งใหม่ๆ วันใหม่
นามธรรมของความหวัง ความฝันที่อุปทานไว้
31 ธันวาคม 2549
.
12 มกราคม 2550 17:25 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. กรงว่างเปล่าผุพัง ที่ฉันขังตัวเองไว้
ฉันส่งเสียงร้องเพลง อย่างเดียวดาย
ฉันทักทายและพูดคุย กับตัวเองอยู่เสมอ
จนวันหนึ่ง ซึ่งฉันได้พบกับเธอ.....
เธอคือนก...โผบิน อย่างงดงาม
สายตาฉันเห็นเธอ...กางปีกเล่นลมฟ้าสีคราม
หรือนี่คือความบังเอิญ...เพียงครั้งหนึ่ง
ใจฉันละลาย ก่อเกิดเป็นความลึกซึ้ง
ฉันคือกรงเปล่า...เต็มไปด้วยหยากไย่และควันเขม่า
แม้ไม่เห็นโซ่ตรวน...พันธนาการก็ยังตรึงไว้
หากเธอคือ นกเสรี...อิสระ
หากความรักคือ...การจับเธอใส่กรงขัง
ไม่ว่าความจริง..หรือว่าความฝัน
ไม่ว่าการบังเอิญ..หรือลิขิตของสวรรค์
อย่าให้ฉันเป็นกรง..ขังอิสระความเป็นนกของเธอ
ฉันตระหนักและเจียม..ตัวเองอยู่เสมอ
ฉันยื่นมือสกปรก...จากนรก...
ฉันคือ...ปีศาจสบตากับนางฟ้า
ฉันทักทายกับสิ่งเป็นไปไม่ได้...และว่างเปล่า
ภายใต้ภวังค์..เธอ...อาจจะโบยบิน
เท้าขย้ำก้อนหิน ขว้างกรงเปล่าผุพังอย่างฉันให้พัง
แต่ในความเป็นจริง.....ฉันไม่มีความหวัง......
1 ธันวาคม 2550
.
12 มกราคม 2550 17:03 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ซากเรือข้ามฟากจมลึกใต้พื้นน้ำ
หลายจำนวนลำ จมก้นบึ้งใต้สมรภูมิสงคราม
ลำแล้ว ลำเล่า โดนจมอย่างเหี้ยมโหด
ประทุษร้ายเผาเรือและสังหาร อาจารย์ดุจเรือข้ามฟาก
เด็กๆ ผ้าขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเด็กบนฝั่ง
เรือของเราจมแล้ว อีกลำ อีกลำ ไม่มีทีท่าจะยุติ
เด็กๆปรารถนาเดินทาง ล่วงพ้นทะเลอวิชชาแห่งนี้
เรือข้ามฟากจมไปอีกแล้วลำหนึ่ง เรือจูหลิง
หลังส่ออาการร่อแร่ อยู่พักใหญ่
ในเมื่อไม่มีปาฏิหารย์ เหตุการณ์มหัศจรรย์
ชิ้นส่วนสังขารมิอาจต้านทาน กฏเกณฑ์ธรรมชาติ
ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก กลับสู่ความเป็นมาดั้งเดิม
ภาพเด็กๆ และชาวบ้าน ผู้รักสันติ เสียน้ำตาร้องไห้
จากไปแล้วหรือ เรือจูหลิง เคยโดยสารเดินทาง
จรรยาบรรณ์และวิญญาณ เรือลำหนึ่ง
ถึงความกล้าหาญ ความดี ทุกคนยังจดจำและเล่าขาญ
เหตุการณ์วันนั้นเธอโดนศกรรม ทำร้าย
พันนาการ กักขัง เพื่อเป็นเครื่องต่อรองเธอ
ชาวบ้านผู้โดนล้างสมองเหล่านั้น ตาแดงกล่ำ
ด้วยดวงตามืดบอด,ไขว่คว้า อาชญากร,ปีศาจกระหายเลือด
เมื่อดอกไม้เบ่งบานในสมรภูมิสงคราม
แผ่นดิน อาณาเขต ดินแดน แห่งความไม่สงบ
ความรุนแรงและเหตุร้ายคือมหากาพย์ที่เล่าสืบทอดกันมาไม่รู้จักจบ
ดอกไม้กลางสมรภูมิ ลูกกระสุน และ ดินระเบิด
ศิลปะโดนพรากไป กับการจากไปของดอกไม้
แด่ดอกไม้ดอกนั้น และ ทุกๆดอกที่ยังเบ่งบานและจากลา
จะยังคงอยู่ในใจผู้คนเป็นอนุสรณ์ความดี
งอกงามและเบ่งบาน ตราบนานเท่านาน
9 มกราคม 2550
.
12 มกราคม 2550 16:09 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. แค่จุดพลุฉลอง..ไม่อาจเข้าถึง..ไม่สะใจ...
จัดงานที่ เซ็นทรัลเวิร์ลฯลฯ อาจไม่ยิ่งใหญ่
คืนนี้อาจจะจืดชืด ถ้าไม่มีเหตุการณ์ตื่นเต้นเร้าใจ
ธรรมดาเกิน...ไม่ค่อยมีรสชาติเท่าไหร่
นี่หรือคือของขวัญ เนื่องในเทศกาลปีใหม่
ซีคอนต์ฯ,สะพานควาย,
แยกแคราย,สุขุมวิท62,คลองเตย,
แยกราชประสงค์,ท่าเรือประตูน้ำ,อนุสาวรีย์ชัยฯ
ผู้หวังดี ฝากของขวัญ สะใจกว่าพลุ ดอกไม้ไฟ
เฉลิมฉลองด้วยสีแดง ของเลือดสูบฉีดมาจากใจ
ณ.กรุงเทพมหานคร , ประเทศไทย
เราจะไปเค๊าท์ดาวน์ กันที่โรงพยาบาลไหน
ห้องเก็บศพ , ห้องไอซียู ใช่ไหม?
เราจะนับถอยหลัง กันที่ป่าช้าใด?
สิ่งที่ไม่คาดคิด...เหตุการณ์ไม่คาดฝันไว้
กล่องของขวัญตือถังขยะ ระเบิดคือของขวัญปีใหม่
ระหว่างนายแพทย์,พยาบาล หรือยมบาล เราจะไปสวัสดีกับใคร?
สวัสดีปีใหม่๒๕๕๐ โชคชตากรรมประเทศไทย
สวัสดี? หรือ สวัสไม่ดี?
23.17 น.
31 ธันวาคม 2549