18 กันยายน 2553 21:27 น.

ผัวเมีย..อย่าละเหี่ยใจ

อัลมิตรา

หมู่นี้ไม่รู้เป็นไง ฉันกลายเป็นที่ปรึกษาให้ใครต่อใครไปเสียแล้ว แถมเรื่องที่แต่ละคนนำมาปรึกษาเป็นเรื่องทำนองผัวเมียละเหี่ยใจทั้งนั้น  พวกเขาฝากความหวังไว้ที่ฉัน ต่างก็หวังกันว่าฉันจะช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ โธ่!.เอ๋ย คิดได้ไงเนี่ย ?

เริ่มต้นจากเมื่อต้นเดือน คนที่เคยคุ้นหน้าแถว ๆ คอนโด ที่คุ้นน่ะ ก็ใช่ว่าจะรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม แต่เป็นเพราะว่าผู้หญิงคนนี้เคยขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ใกล้ ๆ คอนโดต่างหาก แหะ ... คุ้นเพราะฉันฝากภาระมื้อเที่ยงของวันหยุดที่ร้านของเธอเป็นประจำ 

เอาล่ะ เข้าเรื่องเลย ..

" อ่า .. มาทำไรแถวนี้อ่ะ"  เป็นคำทักทายจากฉันหลังจากที่ถูกสะกิดไหล่ ตอนที่ยืนซื้อไอศกรีมมะพร้าวอ่อนอยู่ที่หน้าบริษัท
"ว่าจะมาหาทำเลเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวแถว ๆ นี้ ตกลงคุณน้องทำงานที่นี่หรือจ๊ะ" 
แล้วก็คุยกันสองสามประโยค โดยที่ฉันก็ไม่คาดคิดว่า หลังจากนั้นอีกสองวัน คุณเธอคนเดิมมายืนร้องไห้ที่หน้าบริษัทในช่วงเวลาใกล้ ๆ เที่ยง
"อ้าว ! เจ๊ เป็นอะไรไป" ฉันก็พลอยตกอกตกใจไปด้วย  และก็ไม่รู้ว่า ทำไมเธอต้องมายืนร้องไห้ตรงนี้
"ฮือ ฮือ คุณน้อง เจ๊จะอกแตกตายอยู่แล้ว คุณน้องช่วยเจ๊ด้วย เจ๊ไม่รู้จะทำยังไงดี"

ยิ่งกว่าเหวอบวกเอ๋อเสียอีก ตอนนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะช่วยเธอได้อย่างไร ปัญหาที่เธอมีคืออะไร แต่ที่หวั่น ๆ ก็คือ กลัวเธอจะมายืมตังค์ ฉันน่ะ โชคไม่ค่อยดี มักโดนเบี้ยวเงินเป็นประจำ จนขยาดที่จะให้ใครยืมเงินแล้ว ขนาดเพื่อนที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ สัญญาว่าจะรีบคืนเงินให้ ผ่านมาหลายปีดีดัก จนตอนนี้เป็นนักเขียนไร้ฉันทลักษณ์ชื่อดังกวาดรางวัลใหญ่ ยังทำนิ่งสนิทเสียนี่ (ว่าจะไม่พาดพิงแล้วเชียว)

เธอเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้สามีของเธอเป็นอัมพาต ลำพังเธอเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอก แต่ที่เป็นทุกข์หนักอกหนักใจจะเป็นจะตายก็เพราะว่า ตอนที่เธอไปดำเนินเรื่องของการเบิกเงินประกันสังคมของสามี แม่ค้าคนหนึ่งเล่าแจ้งแถลงไขถึงพฤติกรรมอันไม่ซื่อสัตย์ของสามีของเธอ ซึ่งมันโจ่งแจ้งราวกับว่า เธอไม่ได้อยู่ในฐานะภรรยา ผู้หญิงอีกคนต่างหากที่อิงตำแหน่งนั้น ... เหมือนโลกแตก เหมือนฟ้าเน่า เหมือนนรกผุด เธอสบถมากมาย 

เธอยังบอกอีกว่า ตอนที่รับรู้นั้น โกรธมาก และระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ จนต้องไประบายกับสามีที่นอนแหง่กอยู่กับบ้าน "คุณน้องขา เจ๊นะ เสียใจเป็นที่สุด มันไม่น่าทำกับเจ๊อย่างนั้น เจ๊เลยกระทืบมัน ซ้อมมัน นึกขึ้นมาทีไร อดไม่ได้ที่จะต้องร้องไห้ แล้วก็ลุกไปกระทืบมันอีก ซ้อมมันอีก ตอนนี้บ้านไม่เป็นบ้านแล้วคุณน้อง ลูกสองคนมันก็เข้าข้างมัน หาว่าเจ๊โหดร้าย หาว่าเจ๊ป่าเถื่อน แต่คุณน้อง คุณน้องคิดดูสิ ถ้าเป็นคุณน้อง คุณน้องจะทำยังไง"

เอาล่ะสิ งานเข้า .. ไอ้เรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะตั้งตนเป็นตุลาการ พิพากษาคดี และกำหนดบทลงโทษได้นะ แต่ทำไงได้ ครั้นจะปัดเรื่องให้พ้นตัวไม่ยุ่งเกี่ยว ก็ดูเหมือนจะใจจืดใจดำเกินไป จึงจำเป็นต้องเอาน้ำเย็นเข้าปลอบพร้อมกับให้แง่คิดนิดหน่อย ซึ่งก็ไม่รู้ล่ะ จะใช้ได้ผลเป็นไง ผิดตกยกเว้น รับแต่ชอบละกัน

"เจ๊ .. เอานี้นะ ใจเย็น ... ฟังนะ
ตอนนี้เจ๊กำลังตกร่องอารมณ์อยู่ ความโกรธกำลังครอบงำ ลำพังเขาป่วยซะขนาดนั้น เมียน้งเมียน้อยอะไรนั่น ป่านนี้ก็คงจะเปิดเปิงไปหมดแล้วมั๊ง ใครเขาอยากจะเอาละ ทำอะไรก็ไม่ได้ อัมพาตรับประทานก็คงเป็นเพราะกรรมมั๊ง เจ๊ควรให้อภัยนะ "

" โอ อาคุณน้อง เชื่อไหมว่า ในแต่ละวินาที เจ๊สลัดความรู้สึกโกรธไม่ได้เลย คิดดูสิ อยู่กินกันมายี่สิบกว่าปี มันแอบไปเลี้ยงดูส่งเสียกันมานานแล้ว เจ๊สิโง่ ไม่รู้เรื่อง ถูกมันหลอกไม่รู้กี่ร้อยกี่พันหน"

"เอาใหม่เจ๊ ต้งใจฟังใหม่ .. เจ๊คิดว่า เขาเป็นของเจ๊เหรอ"

"ก็ต้องใช่อยู่แล้ว ผัวเมียกัน มันเป็นของเจ๊ เจ๊เป็นของมัน"

"เจ๊ .. ถ้าเจ๊บอกว่าลูกชายของเจ๊เป็นของเจ๊ อันนี้ไม่เถียงนะ เพราะเจ๊คลอดพวกเขาออกมา
แต่สามีของเจ๊  เจ๊ ... ไม่ได้เป็นคนคลอดเขาออกมานะ เจ๊ จะมายึดถือว่าเป็นของเจ๊ได้ยังไง"

"คุณน้องพูดอะไรไม่เข้าใจ"

"อ่า .. งั้นเอาใหม่นะ ตะกี้พูดไรไป อาจเข้าใจยาก เดี๋ยวพูดใหม่ อาจจะเข้าใจง่ายกว่า ฟังนะ..
เขาน่ะ คงจะต้องเป็นคนดีระดับหนึ่งเชียว อีกอย่างการที่เจ๊ตัดสินใจรักใครสักคนจนกระทั่งแต่งงานอยู่กินกัน แสดงว่า เจ๊เลือกคนที่ดี ใช่ป่ะ  เจ๊ไม่ได้ตาถั่ว เจ๊ไม่ได้เซ่อ และที่สำคัญเจ๊ก็ไม่ได้โง่ อันนี้ตอบมาก่อน จริงป่ะ"

"จริง ก็ตอนนั้นมันเป็นคนดี ใครล่ะจะบ้าเอาคนไม่ดีมาเป็นผัว"

"เออใช่ เจ๊ไม่บ้า เห็นมั๊ย เจ๊เลือก ไตร่ตรอง ตัดสินใจ .. ทีนี้อะนะ ของดี มีใครที่ไหนบ้างล่ะ ที่ไม่อยากได้ ฉะนั้นเจ๊จงภูมิใจเถิดว่า ผู้หญิงคนอื่นโดยเฉพาะนังหนู ๆ ของเขา ก็คงคิดเหมือนเจ๊อ่ะ  ถ้าเจ๊คิดกลับกันนะ สมมุติว่า ตอนนี้มีคนมาตามจีบเจ๊ แบบว่าโทรเช้า โทรเย็น มันก็แสดงว่า เจ๋ยังแจ๋วอยู่ เป็นคนที่น่ารัก เป็นคนดี เป็นคนที่ใครต่อใครสนใจ"

" งง .."

"เจ๊ คือว่า .. ไปก่อนนะ  มีประชุม เดี๋ยวไปไม่ทัน แต่ไงขอทิ้งท้ายไว้ว่า 

ตั ว กู ข อ ง กู   ตั ว มึ ง ข อ ง มึ ง
ตั ว กู ข อ ง มึ ง   ตั ว มึ ง ข อ ง กู
ที นี้ ทั้ ง มึ ง ทั้ ง กู . .   ไ ม่ รู้ ว่ า เ ป็ น ข อ ง ใ ค ร

เอาน่า .. อยู่กันไปอีกไม่นาน เดี๋ยวก็ตายจากกันแล้ว อย่าเพิ่งละเหี่ยใจเลยเจ๊"				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอัลมิตรา
Lovings  อัลมิตรา เลิฟ 0 คน
มาอีกรอบนะ พยายามจะเขียนกลอนที่นี่ แต่ยังใช้ไม่เป็น เห็นกลอนขุดบ่อล่อปลาแล้วคิดถึงอิม คิดถึงเรื่องเก่า ๆ จะสิบปีแล้วสินะที่เริ่มเขียนกลอนได้ เหมือนกลอนที่เคยอ่านหรือเขียนขึ้นใหม่นะ
คิดถึงจังอิม สบายดีหรือเปล่า
>