24 พฤศจิกายน 2555 15:34 น.

เรื่องราวในเน็ต

อัลมิตรา

วันนี้ตื่นสาย กินข้าวสาย กินยาสาย แล้วถือโอกาสเอกเขนกนอนต่ออีกนิดจนเที่ยง เหมือนตัวขี้เกียจยังไงยังงั้นเลย ฮา ..แบบว่า ถือโอกาสชาร์ตแบทพักยกไปในตัว

บ่ายกว่า รู้สึกหิว จำเป็นต้องเสาะหาอาหารใส่ท้องพร้อมกับติดตามข่าวม็อบไปด้วย มีการยิงแก๊สน้ำตากันแล้ว ส่อเค้าถึงความวุ่นวายกันอีกแล้ว  ดูข่าวคนเดียว คิดคนเดียว

ตอนนี้แดดยังแรงอยู่ ตัวขี้เกียจยังคงสิงอีกต่างหาก ก็เลยพักอารมณ์ในเน็ตดีกว่า ปรากฏว่า ..  ตัวงงเข้ามาสิงแทนตัวขี้เกียจ  ... ??? 

ภาษาคนต่างจังหวัดเขาพูดว่าอะไรนะ .. นึกก่อน 
เคยได้ยินคนงานของพ่อพูดเอาไว้นานโน้นนนนนนนนว่า .. "ฮ่วย บักสิเด๋อ!"
มันมีความหมายยังไงก็ไม่รู้แฮะ แต่น่าจะออกแนว ๆ ว่า .." เฮ้ย! อะไรกันเนี่ย!"

ด้วยเรื่องราวในบ้านกลอน บางที การอ่าน การประมวลความคิด ของแต่ละคน ..ไม่เหมือนกัน  หลายปีมาแล้ว อัลมิตราเขียนเรื่องเกี่ยวกับ เบื้องลึก - เบื้องหลัง ก็มีคนเข้าใจผิดกันเยอะ  เคยเขียนใต้ร่มมลุลี เอาอีกล่ะ ดันไปกระทบใจบางคนที่กำลังอกหักรักคุดอีกต่างหาก เปลี่ยนแนวเป็นเขียนถึงเพื่อนคนหนึ่งที่ชื่อ ขอโทษครับผมเมา ก็ทำให้หลายคนสะดุ้งตามกัน

เห็นมั๊ย อิทธิพลของตัวหนังสือ มันทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกถึงความที่ตัวเองเป็นไปเกี่ยวข้อง  ทั้งที่บางทีแล้ว ที่มาของการเขียน มันเป็นคนละเรื่องราวกัน

จะเป็นการยากไหมนะ หากตอนที่อ่าน ให้ถือหินหนัก ๆ สักก้อน เอาไว้ถ่วงใจ ฮา .. คิดไปนั้นเชียวอัลมิตรา

.................................................................

มีเรื่องจริงที่อยากเล่าเพื่อแชร์ประสบการณ์  ..

ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ณ วันที่ ฤกษ์ ชัยพฤกษ์เห็นอัลมิตราแต่ไม่แสดงตัว (อ้างอิง)

อัลมิตราประกาศชวนเพื่อนบ้านกลอนไปไปงานออกแขกทำบุญบ้านกวีสุนทรภู่ที่วัดเทพธิดาราม ที่งานจะมีการสมทบทุนซ่อมแซมกุฏิที่สุนทรภู่เคยจำวัด และหารายได้สมทบทุนงานกวีสุนทรภู่ มีอาจารย์กวีมากมายที่ร่วมงานนี้ เรียกได้ว่า ได้ไปกระทบไหล่กวีใหญ่ของเมืองไทยก็งานนี้แหล่ะ

ทีนี้.. มีสมาชิกบ้านกลอนคนหนึ่งสนใจอยากไปงานบุญนี้ บ้านอยู่ จ.ชลบุรี ช่วยงานที่บ้าน ไม่มีรายได้ แต่เธอคนนั้นสนใจงานกวี และอยากมาร่วมงานบุญ เธอบอกกับอัลมิตราอย่างนั้น แต่ติดขัดทุนทรัพย์ อัลมิตราจึงถามเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จากนั้นก็บอกกับเธอว่า "มาเถอะ ค่าใช้จ่ายจะจัดการให้"

ไม่ได้อวดรวย ไม่ได้อยากได้หน้า ไม่ได้อยากเอาบุญคุณ ... 
ก็เธอคนนั้นอยากมาก อัลมิตราก็แค่ทำให้เธอได้มาตามความตั้งใจ เท่านั้นเอง
.. นี่คือความคิดของอัลมิตรา ..

ในวันงาน เธอก็เดินทางมายังจุดหมาย เราร่วมงานกันอย่างราบรื่น เรียบร้อยทุกอย่าง ซึ่งไม่น่าจะมีผิดปกติ ขากลับ เห็นว่า มีรถจะผ่านเส้นทางที่เธอจะต้องไปขึ้น บขส. ก็เลยฝากฝังให้เธอติดรถไปด้วย เรื่องควรจบแค่นั้น ..

แต่ ปรากฏว่า .. 
อีกวันถัดไป จู่ ๆ มีข้อความจากผู้ที่อัลมิตราฝากให้เธอติดรถไปนั้น ตำหนิอัลมิตรายกใหญ่ในเวป  ในความรู้สึกแรกคือ " อะไรวะ งง ว่ะ"       และความรู้สึกถัดมาก็คือ "ช่างมันเหอะ ไม่เห็นจะรู้เรื่อง"

ผ่านมาห้าปี อัลมิตราซึ่งลืมไปแล้วด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น ก็เพิ่งจะมาฟื้นความทรงจำตอนที่ เธอคนนั้นบอกว่า "หนูอยากถามอะไรพี่หน่อย เหตุการณ์ตอนนั้น......"   อัลมิตราก็มีหน้าที่ตอบไป "หนูเข้าใจพี่ผิดมานาน" เธอว่างั้น  ส่วนอัลมิตราก็ได้แต่เหรอหรา " อ๋อ เออ อึม"

ที่จริงแล้ว หากเราไม่ได้พบกันอีกครั้ง ความรู้สึกที่เธอมีต่ออัลมิตราก็คงจะมีแต่ภาพลบตลอดไป  หรือ อาจเป็นเพราะ โชคชะตา ทำให้อัลมิตราได้มีโอกาสอธิบายในเจตนาที่กระทำลงไป

.................................................................

:)  แค่บอกเล่าประสบการณ์จริง ตัวตนของเธอทั้งสองคน ก็คงสามารถยืนยันในคำเขียนของอัลมิตราได้ แดดเช้าและหิ่งห้อยน้อยใจ ซึ่งทั้งคู่ก็ยังคงเป็นเพื่อนของอัลมิตราอยู่ มีฮาเฮกันบ้างหากโอกาสเอื้ออำนวย ห่างหายกันบ้างตามระยะทางและระยะงาน 



อัลมิตราอยากสรุปว่า 

เรื่องราวในเน็ต .. บางที มันไม่มีอะไรเลย 

เรื่องราวในเน็ต .. บางที คนอ่านนั่นแหล่ะ ที่เป็นคนสร้าง


หรือเพื่อนคนอื่นมีประสบการณ์ทำนองนี้ ก็สามารถแชร์ความคิดกันได้นะ :)

				
5 พฤศจิกายน 2555 19:03 น.

งานบุญกฐิน

อัลมิตรา

ป้าสะอิ้ง .. โสด อายุ 89 
แม่มาลัย .. ไม่โสด เป็นน้องป้าสะอิ้ง อายุ 84
พี่ชาติ .. เพื่อนอ้วนลงพุงนิด ๆ อายุ 48
ฉัน .. เป็นเพื่อนกับคนที่ลงพุงนิด ๆ  โดยฐานะเป็นลูกแม่มาลัย หลานป้าอิ้ง


วันศุกร์ได้คุยกับป้าอิ้งถึงงานกฐินที่จะมีในวันอาทิตย์ที่ 4 พย.55 

ฉัน: แล้วป้าจะเดินเวียนรอบโบสถ์ไหวเหรอป้า
ป้า: ก็คงต้องผลัดกันถือไตร เดินคงไม่ไหว

ป้าจะเดินไหวได้ยังไง ลำพังเดินแค่ 10 ก้าวป้ายังเหนื่อยแทบจะวูบเลย
ป้าอิ้งมีอายุปาไปตั้ง 89 ปีแล้วนะ ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็รวนไปหมด
ฉันเองก็รู้ว่า ป้าอิ้งมีความตั้งใจกับงานบุญนี้มาก อันนี้ฉันไม่ได้แช่งนะ
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า โอกาสที่จะร่วมงานบุญใหญ่แบบนี้จะมีอีกไหม

ฉัน: เอางี้นะป้า อิมขี่จักรยานแล้วป้าซ้อนท้าย
ป้า: โอ๊ย ไม่มีแรงเกาะหรอก เดี๋ยวล้ม
ฉัน: งั้นอิมไปยืมรถเข็นส่งผ้าของพี่พยอมให้ก็ได้ เอาเก้าอี้วางให้ป้านั่ง
ป้า: จะดีเหรอ นั่งได้แน่นะ ไม่ทำป้าร่วงนะ

แล้วเราก็หัวเราะร่วนกัน แต่ในตอนที่หัวเราะนี่ ฉันก็มีความคิดมากมายหลายแผน
ในความตั้งใจของป้าอิ้ง ฉันจะต้องช่วยป้าให้ทำสำเร็จจนได้ ป้ามีบุญคุณกับฉัน
ตอนที่ป้าทราบข่าวเรื่องป่วยของฉันจากพี่เหมี่ยว ป้าเป็นกังวลมาก เป็นห่วงมากมาย 
เทียวออกมาดักรอทั้งที่ฉันพักฟิ้นอยู่บ้าน ตอนที่ฉันกลับมาทำงานจึงเพิ่งรู้ 

ในวันเสาร์ งานครัวสำหรับการเตรียมโรงทานในวันพรุ่งนี้ 
ฉันรับหน้าที่จักผักบุ้ง แม่มาลัยจะทำขนมจีนน้ำพริกเลี้ยงคนมาร่วมงาน
แม่มาลัยบอกว่า ที่บ้านในเขาทำขนมจีนน้ำยา ,แกงเขียวหวาน 
แล้วก็ให้นายบอลยกร้านก๋วยเตี๋ยวเรือไปเป็นทานบริจาคเลี้ยงคนด้วย

ฉัน: แม่ ให้อิมทำอะไรดีจ๊ะ
แม่: หนูช่วยเอาผักบุ้งที่อยู่ในตะกร้านี่ไปจัก
ฉัน: จัก ... อะไรคือจัก
แม่: เดี๋ยวแม่จะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ทำแบบนี้นะนังหนู ไม่ยากเลย 
ฉัน: แม่ ทำไมต้องจักผักบุ้งด้วยอ่ะ บางทีอิมก็เห็นที่ตลาดเขาหั่นเป็นท่อนๆนะ
แม่: ไม่จักมันก็น่าเกลียดสิ จักแล้วเวลาโรยหน้ามันจะสวย
ฉัน: แต่อิมไม่ชอบใช้มีดเลยแม่ ไม่ค่อยถูกกับมีดอ่ะ งานล้างผักมีป่าว
แม่: ล้างรอไว้หมดแล้ว นี่ป้าเนียมกับพยอมช่วยกันปอกหัวหอมในครัว
ฉัน: จักก็ได้แม่ จะจักสวยหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฮา .. เสียชื่อแม่มาลัยไม่รู้ด้วยน๊า 

ขณะที่ฉันจักผักบุ้งไปด้วย คุยฟุ้งโม้ไปด้วย ไม่นานงานจักผักบุ้งก็เสร็จ
ความคิดก็วนมาที่ป้าอิ้งใหม่ เรื่องการพาป้าอิ้งเวียนรอบโบสถ์
เอ! .. บ้านนั้น บ้านนี้ ก็ไม่มีให้ยืม โทรหาพี่ต้นก็ไม่รับสาย เอาไงดีฟระ
และในที่สุดความคิดก็ปิ้งแว๊ปมาทันที ก็เลยโทรหาเพื่อน

ฉัน: เฮ้ย ! พี่ชาติ หารถเข็นวิลล์แชร์ให้หน่อยดิ
พี่ชาติ: เอ็งจะเอาไปทำไม
ฉัน:จะเข็นป้าในงานกฐินวัดดอกไม้ พรุ่งนี้น่ะ เนี่ยโทรหาพี่ต้นไม่รับสาย
พี่ชาติ: เมื่อวานเพิ่งไปเอารถเข็นจากไอ้ต้นเอง 
ฉัน: ดีเลย เอามานี่ก่อน 
พี่ชาติ: ไม่ทันแล้ว ฉันเอาไปให้พี่สาวที่มหาชัยแล้ว
ฉัน: ฮ่วยยยยยยย อยากให้ป้าอิ้งได้ใช้ในวันพรุ่งนี้อ่ะ หาทางหน่อยดิ
พี่ชาติ: เออ เดี๋ยวหาให้ ตกลงเอ็งไม่ไปวัดลิ้นช้างเหรอ อาทิตย์นี้เขาบริจาคโลงศพ  
ฉัน: เอาไว้วันหลัง แต่ตอนนี้หารถให้ด่วนเลยนะ แล้วตอนนี้อยู่ไหน
พี่ชาติ: อยู่แถวนี้แหล่ะ เดี๋ยวขับรถไปเอาให้ รออยู่บ้านป้ามาลัยไปก่อน

ผ่านไป 30 นาที

ฉัน: มาถึงยังเนี่ย จะต้องไปวัดแล้วนะ  บ่ายสี่มีเทศน์
พี่ชาติ: วุ้ย รอหน่อยดิ อีก 2 นาที จะถึงแล้ว

และเมื่อเห็นโฟร์วิลล์สีดำโผล่ที่ช่องรั้วประตูบ้าน ค่อยใจชื้นหน่อย

พี่ชาติ: เอ๊า เอาไป เร่งสุด ๆ แล้วเนี่ย
ฉัน: มันกางยังไงล่ะ
พี่ชาติ: นี่ ๆๆ อย่างนี้ เอาไปปัดฝุ่นนิดหน่อยนะ
ฉัน: เออ ไหน ๆ แล้ว ช่วยขนขนมกับน้ำไปไว้ที่ศาลาการเปรียญเลยนะ
พี่ชาติ: ขนมารวมไว้ตรงนี้ก่อนเลย 
ฉัน: เดี๋ยวเอาป้าอิ้งไปด้วย วันนี้ยังไม่ต้องใช้รถเข็น รอแป๊บนะ พาป้าอิ้งไปอาบน้ำก่อน

ฉัน: ป้า ๆ ตื่นเร็ว นี่ไง เห็นป่ะ ราชรถ อิมหามาให้ป้านั่งจนได้ พรุ่งนี้ปลอดโปร่งแล้วป้า
ป้า: เอามาจากไหนนี่
ฉัน: เหอะน่าป้า อิมก็ไปเค้นคอจากเพื่อนมาอีกที ไปอาบน้ำแล้วไปวัดกัน

......................................................................

เช้าวันอาทิตย์ ฉันเข้าไปดูงานที่ครัว ทุกอย่างเตรียมพร้อมที่จะขนไปวัดแล้ว
รวมไปถึงป้าสะอิ้งที่แต่งกายด้วยไหมไทยงามสมวัย รอรับบริการจากฉัน

ฉัน: พร้อมยังป้า 
ป้า: อิมจะเข็นป้าไปวัดดอกไม้เลยเหรอ
ฉัน: ไปรถหน่องก่อน แต่จะเอารถเข็นไปด้วย เดี๋ยวไปเข็นที่โน่น

เมื่อไปถึงวัดก็ทันการพอดีกับการจัดขบวนแห่กฐิน
ป้าอิ้งนั่งยิ้มหน้าแป้นบนวิลล์แชร์ ส่วนฉันก็รับหน้าที่เป็นสารถีเข็นป้าไป
กฐินงานนี้ ป้าอิ้งเป็นประธานใหญ่ บริจาคเงินหนึ่งแสนในการซ่อมแซมอุโบสถ
เมื่อรวมเงินกฐินสามัคคีในคราวนี้แล้ว มีจำนวนกว่าห้าแสนบาท ตัวเลขยังไม่จบ
ส่วนใหญ่ก็ญาติ ๆ ช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกร้านโรงทาน รวมไปถึงเครื่องกฐิน

สามรอบที่ป้าอิ้งนั่งรถเข็น ป้าอิ้งได้มีโอกาสถือพานผ้าไตรเอกด้วย 
ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนอบอ้าว เข็นรถก็ไม่ทำให้ฉันเหนื่อย 
ไม่ได้ออกตังค์ แต่ก็ได้ออกแรง.. ก็ดีเหมือนกันแฮะ

ตลอดช่วงงานกฐิน ฉันอยู่กับป้าอิ้งตลอด ตอนประเคนถวายกฐินก็ช่วยกันประคอง
ทุกขั้นตอนก็มีส่วนร่วมตลอด สำหรับฉันแล้ว สิ่งที่ฉันทำในวันนี้ฉันรู้สึกภาคภูมิใจมาก

ฉัน: ป้าหิวป่าว เดี๋ยวอิมไปเอามาให้
ป้า: มีอะไรบ้างล่ะ
ฉัน: อิมไปแอบดูมานะ มีก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยด้วยนะป้า แล้วก็ขนมจีนจากบ้านใน
ป้า: อยากกินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย
ฉัน: มีทับทิมกรอบด้วยนะป้า แล้วอีกอย่างเรียกไม่ถูก 
        เป็นสาคูแล้วมีเส้นมะพร้าว,ข้าวโพด ใส่น้ำกระทิ
ป้า: แล้วอิมล่ะกินอะไรมาหรือยัง
ฉัน: ตะกี้กินก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว อิ่มแน่นท้องเลยป้า แต่เผ็ดมากเลย

......................................................................

ฉัน: ป้าจะกลับยัง พิธีการเสร็จแล้ว คนทยอยกลับกันแล้วล่ะ
ป้า: ถ้าอิมกลับ ป้าก็กลับด้วย
ฉัน: งั้นไปกัน กลัวป้าจะเหนื่อย เดี๋ยวอิมไปเรียกหน่องเอารถมารับนะ

ที่บ้าน ..

ฉัน: ป้าทำไร เอาเงินมานับ ๆ ทำไม เดี๋ยวก็หล่นหายหรอก 
ป้า: จะตบรางวัลให้แม่ครัวเขาหน่อย เหนื่อยกันมาตั้งแต่เมื่อวาน
ฉัน: แม่มาลัยจัดการให้แล้วล่ะป้า มา อิมจะถอดเสื้อตัวนอกให้ ผลัดผ้าเลยนะป้า
ป้า: อืม เอาผ้านุ่งตรงนั้นมาเปลี่ยน
ฉัน: เปลี่ยนผ้าอ้อมด้วยเลนนะ แล้วป้านอนพักซะ
ป้า: ป้ายังไม่ได้ตบรางวัลให้อิมเลย อุตส่าห์หารถเข็นให้ ช่วยเข็นด้วย
ฉัน: ป้า.. อิมได้รางวัลเป็นบุญน่ะ เท่านี้ก็คุ้มกับการลงแรงแล้วล่ะป้า 
ป้า: ป้าจะให้เงินเอาไว้กินขนม
ฉัน: ไม่เอาอ่ะ อิมทำงานมีเงินเดือนใช้ ป้าเก็บเงินไว้ทำบุญไปเหอะ

......................................................................

หลังจากที่ส่งป้าอิ้งเข้าห้องพักผ่อนแล้ว 
ฉันก็เดินทางกลับบ้านด้วยหัวใจเปี่ยมสุข
สองวันนี้ ฉันทำในสิ่งที่ฉันไม่เคยทำ 
การเข้าไปมีส่วนร่วมในงานครัวถึงแม้ว่าจะแค่จักผักบุ้ง
แต่นั้นหมายถึงความตั้งใจที่จะจักให้ได้ดีที่สุด 
ใคร ๆ ก็รู้กันทั่ว งานครัวกับฉันไม่ค่อยเข้าขากัน
และที่สำคัญ การทำให้ความหวังของป้าอิ้งในการเวียนรอบโบสถ์เป็นจริง 
 
ไม่ใช่แต่ว่า โอกาสในงานบุญใหญ่ของป้าอิ้งในปีถัด ๆ ไปจะมีอีกไหม
สำหรับฉันแล้ว อนาคตที่ยังไม่แน่นอน ทำให้ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างดีที่สุด
ซึ่ง อาจจะมีบางอย่างที่ขาดตกบกพร่องไปบ้าง ก็มีการอโหสิกรรมกันไป

ฉันทำได้เพียงเท่านี้ เท่าที่หัวใจฉันอยากทำ
แน่นอน .. บางหัวใจอาจรับรู้ และบางหัวใจอาจไม่รู้สึกรู้สา 
ช่างประไร.. ต่างคนต่างใจ				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอัลมิตรา
Lovings  อัลมิตรา เลิฟ 0 คน
มาอีกรอบนะ พยายามจะเขียนกลอนที่นี่ แต่ยังใช้ไม่เป็น เห็นกลอนขุดบ่อล่อปลาแล้วคิดถึงอิม คิดถึงเรื่องเก่า ๆ จะสิบปีแล้วสินะที่เริ่มเขียนกลอนได้ เหมือนกลอนที่เคยอ่านหรือเขียนขึ้นใหม่นะ
คิดถึงจังอิม สบายดีหรือเปล่า
>