5 ตุลาคม 2554 22:52 น.

เธอ

คนกรุงศรี

เธอเก่งกล้า สามารถ เกินคาดหมาย
งานท้าทาย หลายอย่าง ร่วมสร้างสรรค์
มธุรส หลายวลี ที่จำนรรจ์
เรียกมือชั้น เทพได้ มิอายคน

เธออ่อนน้อม ถ่อมตน ปนฉอเลาะ
วัยขบเผาะ หรือเปล่า เราฉงน
ฟังคารม คมคาย หลายเชิงกล
ยังสับสน อยู่ใน ดวงใจเรา

เธอเป็นใคร ก็ช่าง ร่วมสร้างฝัน
ฉุดวงวรรณ กวี ที่ซึมเศร้า
ช่วยเขยิบ เถิบมา อย่าซบเซา
นะเร็วเข้า ร่วมกัน สรรผลงาน

แน่ะเมืองไทย วรรณศิลป์ ใกล้สิ้นสาย
จะมลาย รุ่นเรา เขาเล่าขาน
ขอเชิญชวน พี่น้อง ร้อยกรองกานต์
ให้ลูกหลาน ยิ้มยล มนต์กวี

คนกรุงศรี ฯ
				
4 ตุลาคม 2554 22:39 น.

เพียงแค่คิด

คนกรุงศรี

เมื่อรู้ว่า ดวงจิต  เธอคิดถึง
ก็ตราตรึง ซึ้งใจ ให้วาบหวาม
ถ้อยวลี ที่เอ่ย เฉลยความ
สอนสั่งตาม ใจที่ มีอาทร

เรามุ่งมั่น สัญญา ว่ามิหน่าย
จะไม่คลาย เมตตา อย่าสังหรณ์
แต่ส่วนลึก ดวงใจ ยังไหวคลอน
เมื่อคิดย้อน ก็พรั่น หวั่นฤทัย

หวนขึ้นมา คราใด ก็ใจหาย
กลัวกลับกลาย เปลี่ยนผัน สุดหวั่นไหว
เขาคนนั้น ฉันรู้ แม้อยู่ไกล
เคยชิดใกล้ เคียงกัน เมื่อวันวาน				
3 ตุลาคม 2554 22:25 น.

แพ้ใจเธอ

คนกรุงศรี

ฟังเสียงขลุ่ย โหยหา พาใจหวน	
จึงรัญจวน รักจาง อย่างใจหาย
รู้ว่าเจ็บ เหน็บร้าว หนาวใจกาย		
แต่ก็สาย แล้วหนอ ท้อใจเกิน

	
คำสัญญา ยังอยู่ คู่ใจสาว		
ครั้งที่กล่าว เธอให้ ด้วยใจเขิน
มาวันนี้ เหตุใด ดวงใจเมิน		
ต้องเผชิญ ความหม่น จนใจตรม

อยากบอกว่า ยามนี้ มีใจภักดิ์		
เกรงเจ็บหนัก หมองไหม้ จนใจขม
กลัวจะจาก พรากไป จนใจซม		
ทุกข์ระทม จริงแท้ แพ้ใจเธอ

พอดวงจิต คิดไป พาใจหน่าย		
ยังเสียดาย ตัวที่ มีใจเผลอ
ต้องผิดหวัง เพราะเขลา เราใจเบลอ	
จึงมาเจอ คนซื่อ หรือใจเก

บางครั้งที่ คิดถึง จึงใจหม่น		
เจ็บเสียจน หม่นไหม้ ดวงใจเขว
เพราะยังจำ สัญญา พาใจเซ		
เพราะรวนเร หรือไม่ ดวงใจนี้
	
แว่วเสียงขลุ่ย อีกคราว สาวใจหวั่น
อยากลืมวัน เคยรัก หักใจหนี
ทนระทม ตรมเศร้า เข้าใจดี		
ด้วนมิมี คนใด รู้ใจเรา

				
2 ตุลาคม 2554 22:12 น.

เรือรักษ์อักษรา

คนกรุงศรี

		
ลอยล่องเรือ เทียบท่า ที่หน้าบ้าน
มองดูลาน สวยงาม แห่งความฝัน
พร้อมรอยยิ้ม พิมพ์ใจ ส่งให้กัน
เชื่อมสัมพันธ์ อะเคื้อ ด้วยเยื่อใย

โอ้อ่อนเอย อ่อนช้อย น้อยอยู่หรือ
ศิลป์เป็นสื่อ เว้าวอน จนอ่อนไหว
ดุจต้องมนต์ สัมผัส ผูกมัดใจ
ดั่งจะให้ แนบเนา นานเท่านาน
			
ดนตรีฟ้า บรรเลง บทเพลงฟ้า
ริ้วเมฆา เคลื่อนคล้อย ลิ่วลอยผ่าน
สายลมโชย แผ่วพลิ้ว หวิวดวงมาน
ดอกไม้บาน ชูช่อ ล้ออารมณ์
				
เรือลำนี้ มากมาย หลายชีวิต
ยอมอุทิศ เพื่อสร้าง ทางสวยสม
อาจเป็นจุด ลืมมอง ของสังคม
อาจลุกล้ม ลงบ้าง ในบางคราว
			
ต้องร่วมด้วย ช่วยดึง จนถึงฝั่ง
รวมพลัง เช่นคำ เคยย้ำกล่าว
บวกด้วยแรง สามัคคี ที่ยืนยาว
ทุกย่างก้าว เธอฉัน จะมั่นคง
				
ลอยล่องเรือ อักษร บทกลอนหวาน
ทุกบทกานท์ เร้ารุม จนลุ่มหลง
ทุกเสี้ยวใจ แจ้งเหตุ เจตจำนง
ร่วมเสริมส่ง ร้อยรักษ์ อักษรา


						นก สุวิมล
	ชมรมนักกลอนอักษรสยาม
	๒๖/๙/๒๕๔๕
				
1 ตุลาคม 2554 22:37 น.

ดีใจจัง

คนกรุงศรี

ดีใจจัง ยังมี คนที่หวัง		
ร่วมพลัง สืบสาน วรรณศิลป์
มธุรส บทความ เขียนตามจินต์		
ใครยลยิน ฉ่ำใจ หลงในมนต์

	
จับมือกัน มั่นไว้ ไม่ลดละ		
สัญญาจะ สอนให้ จนได้ผล
อย่าคร่ำเคร่ง เกินไป ใจร้อนรน		
จะคอยยล คนนั้น ซึ่งมั่นใจ
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟคนกรุงศรี
Lovings  คนกรุงศรี เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟคนกรุงศรี
Lovings  คนกรุงศรี เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงคนกรุงศรี