6 พฤศจิกายน 2548 07:31 น.
ปรีดี อู่ทรัพย์.
ถ้าอยากโต อยากใหญ่ อย่าใจแคบ
ซ่อนเอาแอบ ข้าวเหนียว ไว้ข้างหลัง
คนเขารู้ เขาเห็น เขาจะชัง
ถ้าอยากดัง ต้องให้เด่น เป็นคนดี
คับแคบนัก มักจะคับ ขยับยาก
คนเขาขาก เสลดใส่ ให้เสียศรี
ต้องเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ แชร์อารี
มีไมตรี กับคน ทุกคนไป
อันการให้ คนทั่วไป นึกว่าเสีย
จึงใจเพลีย ไม่ยอม อยากจะให้
แต่ก็มี การอื่น ดาดดื่นไซร้
ที่จะไม่ ต้องเสีย อะไรเลย
เช่นให้ยิ้ม ให้คำ แนะนำเขา
ตบมือเรา ให้เกรียติเพื่อน ที่เอื้อนเอ่ย
ให้ยืมของ ทำบุญ ด้วยคุ้นเคย
ให้ชมเชย ส่งเสริม กำลังใจ
ขอเชิญชวน ทุกท่าน จงให้เถิด
ทำแล้วเกิด ความสุข หมดทุกข์ใส
ทำแล้วเกิด ญาติมิตร ไร้พิษภัย
เพราะผู้ให้ ย่อมมีสุข ทุกคืนวัน
2 ตุลาคม 2548 07:59 น.
ปรีดี อู่ทรัพย์.
ใบสั่ง
เห็นกระถาง ต้นไม้ เรียงรายสวย
สวยงามด้วย แต่งประดับ สลับสลอน
สลอนดอก ออกช่อ อรชร
อรชร ชำตัด ดัดกิ่งใบ
กิ่งใบมี ชีวิต ในกระถาง
กระถางวาง ตามเจ้าของ เข้าจัดให้
ให้ขอบเขต เติบโต เตี้ยอย่างไร
อย่างไรไซร้ ตามความคิด จะให้เป็น
เป็นต้นไม้ บอนไซ วิไลเลิศ
เลิศย่อมเกิด แก่ผู้ ที่รู้เห็น
เห็นกระถาง ต้นไม้ คล้ายประเด็น
ประเด็นเช่น สังคม ปัจจุบัน
ปัจจุบัน สังคมเรา ทุกวันนี้
นี้นั่นนี่ ขอบเขต เหมือนกันนั่น
นั่นผู้เหนือ ยิ่งกว่า สาระพัน
พันหลายชั้น เอาเปรียบ โดยกอบการ
การเป็นคน เหมือนต้นไม้ ในกระถาง
กระถางต่าง สังคม ขอกล่าวขาน
ขานคล้ายทาส ในรั้วปัก อย่างดักดาน
ดักดานค้าน ไม่โต ไม่ตาย..ตรอม
ตรอมกำหนด กำหนัด จำกัดสิทธิ์
สิทธิ์ถูกริด เหมือนต้นไม้ จนผ่ายผอม
ผอมสภาพ ไถ-รีด กรีดตัดงอม
งอมจนยอม ถูกใบสั่ง ของสังคม
....................................................................
....................................................................
1 กันยายน 2548 20:49 น.
ปรีดี อู่ทรัพย์.
นักเขียนไส้เหล้า
ไม่ได้ล่อ ยาดอง สมองทึบ
พอได้กรึ๊บ ยาดอง สมองไหล
ทั้งโคลงฉันท์ กาพย์กลอน อ่อนละไม
นึกอะไรปรุโปร่งโล่งเป็นการ
ทำยังไงไม่ดื่มความลืมหมด
พอได้ซดได้ถอนกลอนแตกฉาน
เอาอดีตความหลังครั้งนมนาน
มาเพื่อสานงานเขียนแลกเปลี่ยนเงิน
หากเขานำลงให้ก็ได้ค่า
ไม่เข้าท่าก็เขียนใหม่ไม่เคอะเขิน
ดื่มยาดองพากเพียรงานเขียนเพลิน
ถ้าเขาเมินเนื้อหาไม่ว่ากัน
ด้วยใจรักเป็นทุนหนุนต่อเนื่อง
จึงเขียนเรื่องแลกเหล้าเมาสุขสันต์
ประสบการณ์ผ่านมาสารพัน
เอามาปั้นปลอบใจเป็นไมตรี
ไม่ได้ล่อ ยาดอง สมองทึบ
พอได้กรึ๊บเข้าไปก็สุขศรี
เหมือน ท่านภู่ ครูกลอนนักกวี
ดื่มแล้วมีสมองไหลเป็น ไฟกลอน
26 มิถุนายน 2548 07:23 น.
ปรีดี อู่ทรัพย์.
ต่อหน้าบรรพชน....
กราบเจดีย์เบื้องหน้าน้ำตาหลั่ง
คล้ายเสียงสั่งเสียววูบกลิ่นธูปหอม
เกิดเป็นคนทนสู้อย่ารู้ยอม
บางครั้งตรอมตรมบ้างก็ช่างมัน
กราบเจดีย์เบื้องหน้าพาวาบหวิว
หัวใจปลิวพลิ้วหายกับสายขวัญ
กระดูกแม่และพ่อก่อชีวัน
ให้ลูกนั้นมีชีวิตทิศทางดี
กราบเจดีย์ระลึกนึกอดีต
พ่ออัดฉีดแม่เสริมสวยด้วยศักดิ์ศรี
แม้ลำบากตรากตรำระกำชีวี
มิได้มีคำพ้อท้อชะตา
กราบเจดีย์ใจมั่นไม่หวั่นไหว
จะก้าวไปใช้ชีวิตให้มีค่า
เหมือนบรรพบุรุษสุดบูชา
ไม่ระอามานะพยายาม
กราบเจดีย์ตอนสายปลายชีวิต
ขออุทิศกายใจในสนาม
สู้สังคมที่โสมมเพิ่มเลวทราม
กิเลศกามกลาดเกลื่อนดั่งเดือนดาว
กราบเจดีย์พ่อแม่แลรำลึก
ขอสู้ศึกปัจจุบันอันอื้อฉาว
ไม่ยอมจมอาจินต์กับกลิ่นคาว
ให้เป็นข่าว คนสู้ ไม่รู้ยอม.....
25 มิถุนายน 2548 21:31 น.
ปรีดี อู่ทรัพย์.
บานชื่น..ดอกไม้ทรนง
ถึงจะเป็นเพียงแต่แค่บานชื่น
ที่ดาษดื่นเกินใครจะใฝ่ฝัน
มีเพียงสีคลี่แข่งแสงตะวัน
ไร้กลิ่นอันหอมหวนยั่วยวนใจ
ถึงต่ำต้อยชาติชั้นพันธุ์ดอกหญ้า
มิสมค่าแจกันทองอันผ่องใส
เต็มใจอยู่คู่ดินถิ่นแนวไพร
ชูก้านไกวกลีบสลับรับลมบน
มิยอมปลิดกลีบปลงลงสู่พื้น
ยอมขมขื่นโรยราแห้งคาต้น
หยิ่งในศักดิ์รักศรีมาลีตน
ดีกว่าหล่นให้เขาย่ำแล้วช้ำทรวง
เป็นดอกไม้ต่ำต้อยค่าน้อยนิด
ก็ยังคิดรักนวลสงวนหวง
ไร้คนภักดิ์รักแท้ในแดดวง
ก็ยังห่วงศักดิ์ศรีที่ดีงาม
ดีกว่าปล่อยชีพไปให้เหลิงนัก
ใฝ่เกินศักดิ์จักหล่นพาคนหยาม
หากผิดพลาดคนเขาเฝ้าประณาม
เมื่อทอดความสวยสดให้ทดลอง
จงดูเยี่ยงบานชื่นที่ดื่นหล้า
ที่รู้ค่าของตนมิหม่นหมอง
รอชีพเวียนเปลี่ยนผันตามครรลอง
ดีกว่าต้องชอกช้ำเขาย่ำยี.............