15 กุมภาพันธ์ 2550 19:41 น.

ค้างเติ่ง ความรู้สึก

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

กูยังคงห้อยโหน ต่องแต่ง ถูกสาปแช่ง

ความรู้สึกทะแม่งแห่งอารมณ์  บ้าบอ

การลิงโลด ผาดโผน เคยคนองหายไปไหน หนอ

ความผยองของกู หรือ  ถูกฝังไปกับซากศพความว่างเปล่า


            กำลังภายในของจอมยุทธ์ผู้ท่องตระเวณยุธภพ 

คนธรรมดาที่อุปโลกตัวเอง สร้างสรรค์งานศิลป์

ความบ้าบิ่น  แรงบันดาลใจ   กระหาย 

แม้  ความฝัน จินตนาการยังงคงค้างเติ่ง  .....




                                                15 กุมพาพันธ์ 2550
.				
1 กุมภาพันธ์ 2550 18:40 น.

นักล่าฝันกลางโคลนทะเล

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.              เวลาหนึ่ง  ยามแสงอาทิตย์บ่ายคล้อย   ริมชายทะเล
คนโซซัดเซนเซ.....ผู้เดินทางค้นหาตัวเอง..
การพูดคุยและทักทายกับชายชราแปลกหน้า..
คือชาวประมงท้องถิ่น....ทำมาหากินกับท้องทะเล


                ลมทะเล ยามเย็น พลิ้ว อากาศร้อนๆ หนาวๆ
ขณะฉันผูกเปลกับต้นไม้...ไกวเปลข้างชายหาด
ปากกา ดินสอ สมุด  ฉันเขียนมั่วของฉันไปเรื่อยเปื่อย
หากจินตนาการตีบตัน  ก็หยิบกีตาร์เล่น ร้องเพลงผ่อนคลาย



        ชาวประมงคนนั้น เขาเดินทางฝ่าเทือกโคลนถึงหัวเข่าเพื่อหาจับปู หอย
รอยเท้าที่ทิ้งไว้เพียงชั่วครู่..ไม่นานขี้เลนก็เข้ามากลบลบหาย
ประมงพื้นบ้าน ทำมาหากินอยู่กับทะเลอันดามัน มาช้านาน  
ด้วยวิถีเรือเล็กชาวบ้าน ภูมิปัญญาแต่ก่อนเก่า   โบราณ..



               ฉันขับมอ'ไซต์จากบ้าน แบกเป้เดินทางมาเพื่ออะไร?
จุดมุ่งหมาย   ประสงค์อะไร  ให้ฝัน  ให้ใฝ่.....
ด้วยความสุขเล็กน้อยของความอยากเป็นศิลปิน นักอยากเขียน กวีข้างถนน
ฉันก็เหมือนชาวประมง ที่ล่าฝันกลางทะเลโคลน  เมื่อทะเลเป็นใจ...






                                    28  มกราคม  2550
                         



.				
25 มกราคม 2550 17:31 น.

แม่ชราผู้พลีเลือดเพื่อลูก

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.        ณ. มาตุภูมิ   แผ่นดินเกิด
หญิงชราผอมโซ เส้นเลือดปูดโปน พอจะบอกได้ว่า......
ผ่านการตรากตรำ ทำงานหนัก มามาก โชกโชน..
ฝ่ามืออันหยาบกร้าน แตกระแหง.......
ริ้วรอยบนใบหน้า แสดงถึงการผ่านโลกมาเนิ่นนาน..
ผิวหนังเหี่ยวย่น   เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก.........


         หญิงชรา ยังคงให้นมเด็กทารก  ปล่อยให้ลูกดูดเลือดตัวเอง
ทารกที่ยังไม่หย่านม    ลูกที่สูบดูดเลือดแม่....
ภาวะการหย่านมไม่มีกำหนด......................


         จนกระทั่งลูก พัฒนาการเติบโต ลูกยังคงดูดดื่มแม่อยู่
ไม่ใช่แค่กระนั้นซิ อนาถนักกับความจริงของแม่แก่ๆ.......
ลูกไม่เคยทำมาหากิน   ไม่เคยคิดประกอบสัมมาอาชีพใด
นอกจาก ผลาญแม่ ดูดเลือดแม่ ที่นับวันไม่มีเลือดขึ้นทุกที
เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด มิหนำซ้ำ  ลูกกรีดเลือดแม่เอาไปขาย......

        กระนั้น  แม่ชราก็ไม่ปริปากบ่น..เพื่อลูก
ความบาดเจ็บของแม่    ขอให้แลกความสุขของลูกได้...
ความเจ็บปวดของแม่  แลกกับความสบายของลูก


           แม่ผู้ชรา หงอกขาวโพลน ผมค่อยๆร่วงทีละเส้นทีละเส้น
ร่างกายของแม่  อาจถึงคราสิ้นใจ เมื่อไหร่ก็ได้.......
ร่าง อวัยวะแม่นี้  แล้วแต่ลูกจะประสงค์ต้องการ.....
เจ้าจะนำแม่ไปขาย  หรือ เผาแม่เพื่อผลประโยชน์อีกมากมาย



             ความเป็นแม่ของแม่  จะไม่มีวันตายไปกับร่างแม่...
เมล็ดพันธุ์แห่งความเป็นแม่........จะงอกขึ้นมาจากดิน......
เมื่อเจ้าเอาเมล็ดพันธุ์แห่งความเป็นแม่....ฝังไว้.....
เป็น ต้นกล้า ค่อยๆเติบโต สูงใหญ่พร้อมจะทำหน้าที่......


         พร้อมจะทำหน้าที่แห่งความเป็นแม่อีกครั้ง...........
  .........เพื่อลูกอันเป็นที่รัก..........






         โอ้!  ว่า แม่  ยางพารา..






                                                      24 มกราคม 2550


.


.				
25 มกราคม 2550 16:59 น.

ฤดูใบยางฯร่วง

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.        ความแห้งแล้ง     รุกคืบคลาน    รุกราน
ลมหนาวหน้าแล้งพัด......ใบไม้ปลิวว่อน
ร่วงหล่น ลงบนเส้นทาง  สัญจร  เดินทาง
ใบไม้หล่นกระจาย......อยู่ทั่วท้องถนน..


        ปลายกิ่งยางฯเหลือเพียงกิ่งก้านและใบที่ร่อยหรอ
ฤดูใบยางฯร่วงมาถึงแล้ว.......ใบยางฯเกลื่อนบนพื้นดิน
คราลมพัด ปลิดปลิว  กระจายว่อน  ล่องลอย....
แต่งแต้มสวนยางฯ และท้องถนนด้วยสีน้ำตาลของใบไม้ร่วง


       ยางพารา ยางชรา น้ำยางเหือดแห้งหาย ลดน้อยลง ทุกทีๆ
ขณะราคายางฯฏ็ไม่คงที่   เปอร์เซ็นน้ำยางฯ ต่ำ
ครั้นจะกรีดยางทิ้งไว้ในกะลา เป็นขี้ยาง ก็กลัวโจรขโมย.
หากจะทำยางฯแผ่น ต้องอาศัยกระบวนการวุ่นวาย ไม่คุ้มเหนื่อย


        ยางชราที่กรีดอยู่ ........ก็ไม่ใช่สวนยางฯของตัวเอง...
เงินแต้ละบาทได้มา...ต้องแบ่งปันกันตามอัตราส่วน...
กรีดยางจ้าง  คิดจะรวย ไม่มีทาง แค่พอกินไปวันๆ.......
ส่วนสวนยางของตัวเอง สวนนึงเพิ่งปลูกไป แต่อีกสวนยังไม่ได้ปลูก
อีกเจ็ดปีกว่าจะได้ กรีด.........


          ความเหือดแห้งของชีวิต........แต่ละวันๆ..........
จืดจางปัจจัยดำรงชีพ .........เจือจุด อุดรอยโหว่.....
ควักขี้ยางฯจนหัวแม่มือ......อักเสบปวดไปหมดแล้ว.........
หิวเล็กน้อย เอาน้ำมาลูบ แขม่วพุง     แต่ไม่อดตายแน่!



     เมื่อในยุ้งฉางยังมีข้าว กลางทุ่ง นา สวน ชายป่ายังมีผัก หญ้า.....






                                                         24 มกราคม 2550




.				
25 มกราคม 2550 16:29 น.

กีตาร์กับเด็กวัยรุ่นหนุ่มผู้ฝันเฟื่อง

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.       โอ้ว่าเพื่อนสหาย แต่ก่อน ฉันไม่เคยมีดนตรีในหัวใจ
เพื่อนทำให้ฉันรู้จักกับคำว่ารัก  หลงไหลและคลั่งไคล้
จุดเริ่มต้นของเด็กวัยรุ่นผู้ชาย ประหนึ่งความเงียบใบ้
เมื่อได้รู้จักกับเธอ ฉันเห็นจุดหมายขึ้นมา ฝังอยู่ในใจ


       สหายกีตาร์ เอ๋ย! เด็กวัยรุ่นผู้ชายไม่รู้อิโหน่อิเหน่
จับ คอร์ด บอดๆผิดๆถูกๆ  ตีจังหวะไม่เป็น ปวดนิ้วอักเสบ
ความดั้นด้นของฉัน  ด้วยมานะ และพยายามไม่คลั่นคล้ามกลัว
ภายใต้ความกระหือรือ ดิ้นรน กระเสือกกระสน อยากเล่นเป็น


       กีตาร์เก่าๆมือสองมือสามไม่กี่ร้อยบาทคือกีตาร์ตัวแรกที่ฉันสร้าง...
เมื่อคนไม่รู้เรื่องราว หาความรู้วิชา คงต้องยากลำบากสักหน่อย..
ฝึกปรือ คลำผิด  คลำถูก  เล่นกีตาร์บ่อยๆด้วยตัวเอง.......
กว่าจะได้บรรเลง ร้องลำนำ บทเพลง เล่นกีตาร์เป็น แทบไม่ไหว


       ฝีมือยังข้างๆคูๆ เล่นผิดเล่นถูก ประสบการณ์อ่อนตามประสา
แต่ความกระตือรือร้น แสวงหา ฝึกฝน ค้น แสนเร่าร้อน
ความกระหายวิชาของเด็กวัยรุ่นผู้ชาย  มีไฟฝันเต็มเปี่ยมภายใน..
ฉันหลงรักดนตรีเข้าแล้ว  คลั่งไคล้กีตาร์อย่างหัวปักหัวปำ


        จนถึงวันที่ฉันพอจะกรีด ดีดกีตาร์ พอจะเป็นเพลงฟังได้
เมื่อฉันเครียด เหงา อ้างว้าง  ปลดปล่อยอารมณ์เพื่อผ่อนคลาย
เมื่อฉันไม่สบายใจ  ฉันก็ถ่ายทอดความเจ็บปวดนั้นผ่านบทเพลง
เครื่องดนตรีเพียงชนิดเดียวที่ฉันเล่นเป็น  แค่พอเป็นเพลงเท่านั้น


        เคยฝันอยากเป็นศิลปินนักร้อง นักดนตรี ครั้งหนึ่ง
แต่งทำนองเพลง เขียนเนื้อร้อง ระบายจากความรู้สึกเบื้องลึก
เล่นกีตาร์ ร้องเพลง อัดใส่เดโม่เทป สิบกว่าอัลบั้ม ณ.สตูดิโอไบ
บทเพลงของเด็กวัยรุ่นหนุ่ม ร้องเอง ฟังเอง มันก็แค่นั้นอย่าไปฝัน



เมื่อฝีมือการเล่นดนตรี..กีตาร์...ห่วยแตกขนาดนั้น 
เสียงร้องโหยหอนเห่าไม่ถึงขั้น...อย่าริอาจไปเทียบชั้น..
ครั้นเนื้อร้องที่เขียนปรัชญาจนเกินไปไม่มีใครเข้าใจ.......


   

                   บทเพลงของวัยรุ่นหนุ่มผู้ฝันเฟื่อง





                                                 23 มกราคม 2550



.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ