25 มกราคม 2550 15:56 น.

เราลืมตีนตัวเองไปแล้ว

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.        กระแสลมแรง  เปลี่ยนทิศทาง  หักเห
ค่ำคืนพระจันทร์เสี้ยว และมวลหมู่ดาวฉาดฉาย
ความเร็วของลม     พร้อมกับนำพา ความหนาวเย็น
ดึกคืนนี้  หรือ จะเดินฝ่าความมืดไปได้.........


         ลมหนาวโบยโบก  กิ่งไม้ โยกคลอน..
ความแห้งแล้ง ค่อยๆแผ่ขยาย  กว้างขึ้นๆ
ต้นไม้ยืนทรนง  ผยอง  ท้าทาย   แรงลม
ยืนหยัด ลำพอง  ยอมหักโค่นไม่ยอมงอ...


         จักรวาล  กว้างใหญ่   ห้วงอวกาศ..
นักวิทยาศาสตร์  ค้นคว้า ทดลอง พิสูจน์
นักบินอวกาศ       เดินทางสู่นอกโลก.......
ค้นหา  ดาวดวงไหน พอจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัย...


        คนเราต่างแสวงหา ความรู้ ขอบเขตกว้างออกไป
นวัตกรรม ความเจริญ  วิทยาศาสตร์ ล้ำหน้า
แต่สุดท้ายก็ไม่เคยมีใคร นักบินอวกาศคนไหนหลุดพ้นฟากฟ้า
ยานอวกาศ  อาวุธร้ายแรง  ยาปฏิชีวนะ วิทยาศาสตร์พัฒนา


         ลืมค้นหา.......สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด
กรวด หิน ทราย ก้อนดิน ส่องประกายอยู่บนพื้น
เราย่ำเดินเหยียบ......โดยไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย..
มัวแต่มองไกล..จงระวังสะดุด ก้อนดิน กรวด หิน ทรายเหล่านั้น


       ขณะที่ในใจตัวเอง...ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ...
ความขัดแย้ง  ฤา จะยุติ ลงง่ายๆ.........
ความสงบเสมือนความฝันขณะเรานอนหลับฝันตอนกลางวัน.......
สถานการณ์ภายในใจ..........
กำลังเกิดสงครามยิ่งใหญ่.........
ที่รุนแรงกว่าสงครามโลกครั้งใดๆ........






                                                    24 มกราคม 2550


.				
25 มกราคม 2550 15:31 น.

ฯพณฯท่าน อาคันตุกะ ผู้อารีย์

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.      "อัสลามูอาลัยกุมวารอมาตุลลอฮิวาบารอกาตุ"

"ขอความสันติ จงมี แด่ท่านเถิด "

ยินดีต้อนรับ  ฯพณฯท่าน อาคันตุกะ ผู้มาเยี่ยมเยือน
ท่านคงนำความห่วงใย  มาฝาก พวกเรา ณ.ที่แห่งนี้
หมู่บ้านนิรนาม  ไร้ชื่อ  จนใครหลายๆ   ยากจะรู้จัก


          ท่านเคยยิ่งใหญ่และมีอำนาจ เหนือสุด สิทธิ์ขาดในจังหวัด
การหวนกลับมารื้อฟื้น ความทรงจำและพบปะมวลมิตรสหายเก่าๆ
ขุดค้นความหลังและความทรงจำที่ดี ณ.จังหวัดแห่งนี้เมื่อหลายสิบปีก่อน


 ณ.มัสยิดประจำหมู่บ้านของเรา"ญามิอุลอิ-ควาน"ที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง
และ ณ.โรงเรียนเก่าตอนประถมฯ  ที่ข้าพเจ้าเคยศึกษา  เล่าเรียน
วันวานยังหวานอยู่ที่ท่านคุ้นเคยกับคืนวันเก่าๆ.......


   ภารกิจของฯพณฯท่าน มากเกินและยิ่งใหญ่กว่าที่ข้าพเจ้าจะล่วงรู้ได้
มหาดไทยแห่งรัฐมนตรี มท.1   ฯพณฯท่าน อารีย์ วงศ์อาระยะ
การลงมาเยี่ยมเยียน  พี่น้อง ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้...
เพื่อมาร่วมกันสร้างสรรค์ ความสามัคคีและสมานฉันท์.......
ซึ่งเราก็ต่างเรียกร้องกันมาตั้งนานนม.......
อันเป็นนิมิตรหมายที่ดี เหตุการณ์...สถานการณ์ชายแดนใต้..


     เหตุการณ์ล่วงหน้า ข้าพเจ้ามิอาจคาดเดาได้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นอีก
ได้แต่หวังเอาไว้ คิดว่าอีกไม่นานแล้ว  ฝนคงจะส่างซา.......
หลังฝนตกหนัก มรสุมเข้ามาเล่นงาน มานานแสนนาน.......


................ข้าพเจ้า  ศรัทธาในฟ้าหลังฝนเสมอ..............









                                                    25 มกราคม 2550










.


.				
24 มกราคม 2550 17:21 น.

กวีนักฝันปลอดฉันลักษณ์

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.         มันเป็นอิสระ   อยู่นอกเหนือการบังคับ ควบคุม
ไร้กฏเกณฑ์ มาตรการ  สัมผัส และฉันทลักษณ์
อาจจะแปลกหน้าไปบ้าง  จนคนบางคนไม่รู้จักเลย
มีบางคนเข้ามาถามไถ่ เยาะเย้ย ถากถาง สบถ ดูถูกกวีฉัน


          น้ำเปล่าจืดชืด ไร้รสชาติ  แต่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
หรือทุกๆวันมีใครบางคนกินแต่น้ำหวาน น้ำส้มโดยไม่กินน้ำเปล่า
ให้มันรู้ไป         ว่าคนๆนั้น        มีจริงอยู่ในโลก
เช่นกัน.........กลอนเปล่า   ก็เป็นเช่นนั้น..


          กวีเปล่าเสมือนความว่างเปล่าในขวดน้ำเปล่าที่ไม่มีน้ำเปล่า
จำเป็นต้องอาศัยจินตนาการ.......และความนึกคิดล้วนๆ..
บทกวี ของคนช่างฝันอย่างฉัน ประดุจดั่ง การเริ่มนับหนึ่ง
นักฝันอย่างฉัน ฝึกเขียนอยู่เนืองๆ อาจเป็นกวีบ้าง ไม่เป็นกวีบ้าง


          ความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ กวีนิพนธ์....อย่างหิวกระหาย
กวีปลอดฉันทลักษณ์  คือ งานเขียนที่ฉันหลงรักที่สุด.......
เสน่ห์ บาดลึก สะท้อนตัวตนความคิดและความรู้สึกเป็นตัวเองอยู่เสมอ
แม้ร้อยกรองจะฝังรากลึก ผลกระทบต่อร้อยแก้วมักถูกกีดกัน สกัดกั้นขวาง


         สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปแบบ  อันไม่ถูกยอมรับอย่างแท้จริง
ทว่า..ฉันยังเขียนหนังสือ...มิได้หวาดหวั่นในสิ่งดังกล่าว..
ฉันได้เลือกแล้วที่จะเป็นเช่นนั้น......อย่างชัดเจน ไม่มีเงื่อนไข
ฉันจะสร้างสรรค์กวีไร้ฉันทษณ์..ในรูปแบแผนของตัวเอง...



                                                  22 มกราคม 2550


.				
23 มกราคม 2550 18:29 น.

ครั้งเมื่อฉันจุมพิตกับบุหรี่มวนแรก

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.   เด็กผู้ชายเพิ่งแรกวัยรุ่นและการแสวงหาตัวตนของตัวเอง
ขุดค้นตัวอย่างที่เห็นอยู่ทั่วไป ในสภาพแวดล้อม รอบตัว คนต้นแบบ
ความหลากหลายของสังคมวัยรุ่นและวิจารณญานในการเลือกรับ ปรับตัว
เพื่อนฝูงใกล้ชิด สังคมเพื่อนเป็นใหญ่ พิสูจน์ให้เพื่อนเห็นว่าเราแน่


     ฉันจำไม่ได้แล้ว บุหรี่มวนแรก  ฉันจุมพิตกับมันเมื่อไหร่ ที่ไหน?
ควันหืดแรกที่สืดเข้าไปจนสำลักควัน แต่กลั้นใจสูบแม้ ไอ จาม
มวนที่หนึ่งเพื่อสังคมกลุ่มเพื่อน เฮ้ย เรานี้เท่ห์ หืดและพ่นควัน
ปล่อยควันสีเทา พวยพุ่งออกจากปากสู่อากาศ ควันอีกจำนวนหนึ่งลงสู่ปอด


    มวนหนึ่งของนักสูบบุหรี่สมัครเล่น แบ่งกันสูบภายในกลุ่มเพื่อน
ขี้ยาสมัครเล่นตัวน้อย  อนาคตขี้ยามืออาชีพ ยังคอยต้อนรับอยู่
สองนิ้วคีบบุหรี่แล้วบรรจงสูบ สืดเข้าไปแรงๆ ได้แรงไปถึงปอด
หลังห้องน้ำโรงเรียนบุหรี่มวนเดียว เราสามัคคีแบ่งปันกันสูบ


    ผ้าขาวที่เปรอะเปื้อน และกลิ่นสาบเขม่าควันพิษ ยามสูบบุหรี่
เราต่างเสาะซื้อหาบุหรี่มาสูบจนกลายเป็นปัจจัยปกติของชีวิต
เราคิดว่ามันเป็นภาพลักษณ์ของความมีเสน่ห์ เท่ห์ คราสูบบุหรี่
เวลาขาดแคลนบุหรี่ เรารับส่งกันสูบกับเพื่อนๆคล้ายการส่งไม้วิ่งผลัด


     ฉันปลดปล่อยความเซ็ง ด้วยการอัดบุหรี่สักมวนสองมวนผ่อนคลาย
ยามเหงา เศร้า อ้างว้าง ควันสีเทาที่ฉันต้องการกว่าอ๊อกซิเจน
เมื่อกินข้าวอิ่ม รู้สึกอยากกระหาย เปรี้ยวปาก  สูบบุหรี่ดับความอยาก
ประตูบานใหญ่เปิดออก อ้าแขนรับสวมกอด ยินดีต้อนรับ........
.............สู่ยาเสพติดที่ท้าทายกว่านี้.................





                                                   22 มกราคม 2550.



.				
23 มกราคม 2550 17:56 น.

สุภาพบุรุษ คาวบอยส์

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.      ไอ้หนุ่มคาวบอย.............
ใส่เสื้อหนัง  นุ่งกางเกงยีนส์    โพกหมวกปีกกว้าง
สวมรองเท้าบูทหนัง    เหน็บปืนข้างสะเอว.......
สุภาพบุรุษใจนักเลง..เพื่อการดวลปืน   อย่างลูกผู้ชาย


       ควบม้าวิ่งต้อนฝูงวัวในท้องทุ่ง กว้างใหญ่.....
พลางสังเกตุฝูงวัว ปล่อยอารมณ์เล่นเบนโจ........
ทำนอง ร้องเพลงคันทรี่ คาวบอย.....
โคบาล-คาวบอย  รีดนมวัว ....ไปขาย


         ไอ้หนุ่มเลี้ยงวัว บ้านนอก.......ท้องทุ่ง ไร่ นาป่า เขา
คาวบอยเมืองใต้.....ควบมอ'ไซต์ คันเก่า โบราณ ขึ้นสนิม
ควบขี่ไปจากบ้านสู่ท้องทุ่ง.........
ใส่เสื้อจำนำเก่าคร่ำมอมแมม  กางเกงยีนส์แหกขาดขี้ยางเขรอะ
โพกหมวกจักสานขาดแว่ง   รองเท้าบูทยาง  เหน็บหนังสะติ๊ก
อย่างลูกผู้ชาย  ดวลความแม่นยำ เฉกเช่นสุภาพบุรุษ


       เดิน วิ่งต้อนวัวไปตามท้องทุ่ง ทุ่งหญ้ารอยต่อระหว่างสวยยางฯกับนา
วัวเพียงไม่กี่ตัว   ปล่อยวัวแทะเล็มหญ้า.........
นั่งมองดูฝูงวัว  เป่าขลุ่ย ทำนอง ร้องเพลงลูกทุ่ง-เพื่อชีวิต
เช้าตรู่ กรีด รีด เอาน้ำยางพาราไปขาย...
บรรยากาศท้องทุ่ง นา ป่ายาง และลำธารรายล้อม.........


          คาวบอย-โคบาล  คือ   ไอ้หนุ่มเลี้ยงวัว....
สุภาพบุรุษ     ลูกผู้ชาย    ............
ดำรงตนอยู่กับธรรมชาติ         และฝูงวัวอย่างภูมิใจ....




                                               18 มกราคม 2550


.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ