21 กุมภาพันธ์ 2548 02:05 น.
: หยก :
เธอรู้ไหม ทำไม พี่หลบตา
ในทุกครั้ง ที่พบหน้า ... อย่าเพิ่งถาม
ให้เธอคิด สิ่งน้อยนิด จะสื่อความ
รู้ไหมเธอ มองข้าม ไปมากมาย
ถามท่าที ที่เธอ มาทักกัน
กับแววตา เธอคู่นั้น พี่หวั่นไหว
ถามรอยยิ้ม ดูคล้าย ซ่อนความนัย
กับแมสเสจ ที่ให้ ตอบพี่มา
รู้คำตอบ แล้วใช่ไหม คนใกล้ตัว
ที่หลบตา เพราะใจกลัว ใฝ่ฝันหา
ไม่อยากเผย ความนัย ผ่านสายตา
กลัวคำตอบ ออกมา ... ตรงข้ามใจ
20 กุมภาพันธ์ 2548 23:17 น.
: หยก :
เสียงหวีดหวิวพลิ้วหวานผ่านใบไผ่
คล้ายบทเพลงสะท้อนไกลจากปลายฟ้า
ใบไผ่เขียวปากชมพูผิวแผ่วพา
หวานสุดหวานซึ้งกว่าทำนองใด
ลมพัดผ่านพาหัวใจให้ป่วนหนัก
คิดถึงตักนุ่มหนุนและแก้มใส
คิดถึงผืนหญ้าเขียวกับฟ้าไกล
เสียงผิวไผ่ยังวาบหวานผ่านพลิ้วมา
คิดถึงสายลมอ่อนกับแดดอุ่น
คิดถึงมือขาวละมุนหอมพฤกษา
คิดถึงนกน้อยช่างจำนรรจา
ปากอวบอิ่มยิ้มยวนตาว้าวุ่นใจ
เสียงผิวไผ่ยังอ้อยอิ่งไม่จากจาง
คล้ายสัญญาว่าไม่ห่างไปแห่งไหน
แม้ว่าตัวสองเราจะห่างไกล
จะฝากเพลงกับลมไว้ให้เธอฟัง
28 มกราคม 2547 23:23 น.
: หยก :
กางแผ่นผืนผ้าขาวราวกระดาษ
ฝนหมึกวาดคัดเน้นเป็นอักษร
ทุกรอยเส้นร้อยเรียงเป็นขั้นตอน
คงสะท้อนเงาหลังที่ฝังตรึง
ในเส้นโค้งแผ่วพลิ้วดังคิ้วคาง
ทุกเส้นบางอ่อนจางแต่โศกซึ้ง
วาดโค้งเข้มดังคิ้วนางขมวดขึ้ง
คล้ายปั้นปึ่งแง่งอนรอนหัวใจ
ลากเส้นตรงลงตัดกระดาษขาว
กลับอ่อนนุ่มลงราวกับเส้นไหม
ดุจปลายผมข้างแก้มที่นวลใย
ยังว้าวุ่นฝันใฝ่เพียงได้มอง
ทุกแต้มจุดดำขลับดังแววตา
เคยคร่าใจฉันทั้งสี่ห้อง
เส้นปิดท้ายคือรอยยิ้มที่หมายปอง
ยิ่งเหม่อมองยิ่งไขว่คว้าค้นหาเธอ
--------------------------------------