31 มกราคม 2549 11:36 น.

..๏ มหานครแห่งปราสาท

อัลมิตรา


..๏ แดนดินถิ่นแว่นแคว้น.......กันดาร
ซากปรักประภาคาร...............ซ่อนเร้น
ป่ารกปกครึ้มนาน..................นครสงบ
แฝงซึ่งศิลปะเน้น..................อยู่ใต้ธรณี ฯ

..๏ ภูผาหินตั้งเด่น................อัศจรรย์
ช่างสลักแสนรังสรรค์............ซับซ้อน
รูปทรงบ่งพรสวรรค์...............ศิลป์ศาสตร์
นูนต่ำแกะจากค้อน................เหล็กย้ำสะกัดทรง ฯ

..๏ ศาสตร์ศิลป์สูงส่งทั้ง.........ความเพียร
หมายส่งเสริมพระเกียรติ์.......ท่านไท้
บารมีจักสถิตเสถียร...............เสมือนสลัก- หินเฮย
เปลี่ยนศกเป็นศตวรรษไซร้.....บ่ร้างคนเยือน ฯ

..๏ เรียงรายรายรอบล้วน.......ตระการตา
ยังซุกซ่อนปริศนา..................เหตุสร้าง
บวงสรวงเทพยดา.................มเหศักดิ์  แลฤา
วิจิตรพิศดารอ้าง...................อวดได้อัศจรรย์ ฯ

..๏ ยกทัพจับศึกทั้ง...............นครธม
มวลเทพยังบรรทม................สงบนั้น
ศักยภาพแห่งนิโรดม............รังสฤษฏ์
ปานเทพพิษณุปั้น.................เสกสร้างดังใจ ฯ

..๏ อัปสรงามเลิศล้วน..........เริงระบำ
จำหลักรูปนูนนำ..................ต่างฟ้อน
หลากรูปลักษณ์ร่ายรำ..........เรียงส่าย- สะโพกเฮย
ปรากฏดั่งควรย้อน...............อดีตครั้งเรืองสมัย ฯ

..๏ จำหลักรูปลักษณ์ล้ำ........ลอยองค์
แฝงซึ่งเลศนัยทรง...............ซ่อนเร้น
บ่งเหตุเจตุจำนง..................นานเนิ่น
รอยสลักหลากระเริงเต้น......ต่างฟ้อนสราญรมย์ ฯ

..๏ ทรวดทรงองค์อกโอ้........อัศจรรย์  ใจเฮย
มวลอัปสรหฤหรรษ์..............หฤษฎ์แล้
เรียงลีลาศครบครัน..............ขวักไขว่
เสียงขับศัพท์เสนาะแท้........ทั่วทั้งนครหิน ฯ

..๏ ลายนูนดุนขึ้นรูป...........เทวา
เทียบทัศนะศิลป์พา.............ชื่นแท้
นารายณ์ลักษมีครา..............พิศเพ่ง
งามดั่งคงชีพแล้..................สถิตเบื้องเมืองแมน ฯ

.๏ หินทรายหลายขนาดตั้ง...ตามทรง
ซ้อนทับรับเรียงคง..............เขตขั้น
เป็นปราสาทดำรง................เกินสหัส- สวรรษแฮ
โดดเด่นเฉกชนชั้น..............เลิศด้วยบารมี ฯ

..๏ ขอบเขตอันกว้างใหญ่....ไพศาล
งามวิจิตตระการ..................อวดอ้าง
ยังแฝงซึ่งวิญญาณ...............ผู้เสก- สรรค์นา
เคยถูกปล่อยรกร้าง..............เช่นนี้มานาน ฯ

..๏ พันหมื่นแสนล้านต่าง.....เรียงราย
หินสลักจำหลักหลาย...........ขนาดนั้น
กำเนิดจากพลังกาย............แลจิต
เป็นปฏิมากรรมชั้น-............เลิศล้ำงานศิลป์ ฯ

..๏ ธรรมชาติกัดกร่อนทั้ง.....ทำลาย
แสงแดดแผดเผาทลาย.........แตกบ้าง
ลมฝนต่างกลับกลาย.............เป็นอื่น
ปรากฏไตรลักษณ์อ้าง...........เช่นให้เห็นจริง ฯ

..๏ หินทรายซึ่งซับซ้อน........หลากทรง
เคียงขนาดสัดส่วนคง...........ค่าล้ำ
เป็นปราสาทสมประสงค์.......คนสลัก-  เสลาแฮ
ยืนหยัดยั่งยืนย้ำ..................ตราบฟ้าดินสลาย ฯ

..๏ เทวาอารักษ์ล้วน............ดังคง- ชีพแล
ปกปักษ์รักษ์ยืนยง...............คู่ฟ้า
มวลมนุษย์ใดประสงค์.........ลักลอบ-ขายเฮย
จงสาปชนชั่วช้า..................สู่ก้นอเวจี ๚ะ๛

				
27 มกราคม 2549 11:36 น.

ตรุษสีแดง

อัลมิตรา


..๏ ซาหวักลีน้องพี่ที่บ้างกลอง
เชิงนั่งก่องเจี๊ยะจุ้ยคุยปูเหลียว
เทกซากางก๊วยนี้ม่ายลีเชียว
อั๊วอกเที่ยวเพราะงางบางตะไท

วังนี้เป็งวันจ่ายจ่ายร่วมหมื่ง
อั๊วสะอื้งหัวตื้อซื้อเป็กไก่
ต้องเตรียมซองอั่งอั้งตั้งหลายใบ
แบงค์แดงใส่เฮงเฮงอั๊วเจ๊งนอ

ย้องอดีตคราวนั้งอั๊วยังเหล็ก
ลูกคงเล็กใครรู้จักก็รักหนอ
คงนี้ให้คงนั้นให้ได้เกิงพอ
ตื่นแต่เช้าอั๊วนั่งรอขอแต๊ะเอีย

มาตองนี้ลูกหลางเต็มบ้างเมือง
เลยเป็งเรื่องต้องจ่ายหลายตังค์เนี่ย
ลูกตั่วเจ๊แยะจริงยิ่งตั่วเฮีย
อั๊วล่ะเพลียเงิงโบนักเจียกยักซอง  ๚ะ๛

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วตั่วไก๊ ชุกยิบเผ่งอัง 
เซ็งลี้ฮ่อ ตั่วถั่ง ตั่วถั่ง นอ ... 				
24 มกราคม 2549 09:55 น.

..๏ ความรัก,ฅนในนิยาย,กระจกเงา

อัลมิตรา


..๏ หยิบหนังสือเล่มใหญ่หมายเปิดอ่าน
ผู้จดจารคงประสงค์บ่งเนื้อหา
ผ่านตัวตนฅนละครย้อนชีวา
แทรกภาษานำสื่อคือเรื่องราว

เป็นนิยายแยบยลจนแจ่มแจ้ง
ต่างแสดงตามบทกำหนดกล่าว
เสริมความสุขทุกข์บ้างเป็นครั้งคราว
มีทั้งขาวทั้งดำนำสื่อไป

มีพระเอกนางเอกต่างเสกสร้าง
รักร้าววางทุกข์โศกหยิบยกใส่
ทั้งความสุขสนุกสนานอันเพลินใจ
คงหมายให้เพ่งมองตรองตามมา

สร้างตัวตนฅนจริงที่อิงอ้าง
เป็นตัวอย่างแยบคายคล้ายดั่งว่า
ฤๅมุ่งหมายยอกย้อนตอนอุปมา
มากคุณค่าหากคิดพินิจตาม

ดำเนินเรื่องดั่งเห็นประเด็นหลัก
แจ้งประจักษ์ละครฅนจนล้นหลาม
ต่างนิสัยผิดแผกแปลกนิยาม
มากสรรพนามเขียนไว้ให้เหมือนจริง  

กำหนดเรื่องเร้นลับอย่างซับซ้อน
อุทาหรณ์มากมายสอนชายหญิง
ตัวอิจฉาริษยาคราแย่งชิง
หน้ากากสิงบทส่งหลงเพลิดเพลิน

ดำเนินตามความเล่าให้เราคิด
สิ่งถูกผิดนินทาคละสรรเสริญ
มโนภาพที่ตั้งดั่งมากเกิน
เช่นบังเอิญสะท้อนได้ไม่ปิดบัง

เป็นกระจกบานใหญ่ไว้ส่องหา
จักมากค่าไร้ความตามแผนผัง
ปรากฏเช่นเป็นใจในภวังค์
ยังแอบฝังแฝงจิตติดตัวตน

ครั้นเปิดผ่านอ่านพลั้งดั่งใจเผลอ
อาจละเมอเพ้อหาพาสับสน
ดั่งชีวิตผิดหวังในวังวน
ยากขุดค้นคาดหวังช่างเศร้าใจ

มีพบพานสมานสมัครประจักษ์จิต
แนบสนิทดุจสนมภิรมย์ใคร่
เป็นบุพเพสันนิวาสประหลาดใจ
ผู้ฝันใฝ่กาลอดีตมิผิดเลย

แล้วปรากฏอุปสรรคหนุนผลักมา      
ผู้อิจฉาหลากหลายไม่นิ่งเฉย
ต่างเหยียบย่ำทำลายหมายเกินเลย
ยากเปรียบเปรยบทบาทเหนือคาดเดา

ล้วนปรุงแต่งสรรพสิ่งจริงและหลอก
บทบ่งบอกตัวตนฅนโฉดเขลา
ต่างทำลายโรมรันบั่นทอนเอา
ด้วยมัวเมาในบทรจนา

อันพระเอกนางเอกที่เสกสรรค์
ยังยึดมั่นในรักเป็นหนักหนา
ต่างพร้อมภักดิ์มากพ้นล้นอุรา
ร่วมฟันฝ่าอุปสรรคอันมากมาย

มีทั้งสุขแลเศร้าคละเคล้าอยู่
มีอดสูสุขสันต์อันหลากหลาย
มีสมหวังตรอมตรมจนล้มตาย
เป็นเป้าหมายแห่งตนฅนแต่งเติม

แล้วจุดจบที่เห็นเช่นลวงหรือ
แม้นยึดถือตามตนฅนริเริ่ม
ให้ชีวิตโลดโผนจนเหิมเกริม
นำมาเสริมตามใจโดยไม่ตรอง

อันภาพพจน์ปรากฏเป็นบทบาท
อาจเกินคาดความจริงทุกสิ่งผอง
แม้นท่องคำพากย์ความจนช่ำชอง
จบเรื่องต้องพบชีวิตผิดนิยาย

อย่าหลงใหลในสิ่งที่อิงอ้าง
ปล่อยใจคว้างตามกฏบทหลากหลาย
ล้วนเสแสร้งแต่งเติมเพิ่มบรรยาย
แล้วออกขายให้ฅนค้นตนเอง

อาจขัดใจคราวอ่านไม่สานต่อ
คงคิดท้อทันใดใครข่มเหง
ความแพ้พ่ายบังเกิดพลันน่าหวั่นเกรง
ลืมตัวเองที่เป็นเช่นปิดบัง

มีจุดจบบทบาทยังขัดขืน
ไร้จุดยืนอุดมการณ์อันคาดหวัง
อาจจบแบบชอกช้ำโดยลำพัง
น่าผิดหวังเหมือนนิยายไม่สมควร

อาจอวสานแบบโศกวิตกนัก
อันความรักที่มุ่งมาตรอาจกำสรวล
ทั้งหญิงชายต่างสลดรันทดครวญ
ให้นึกหวนแจ้งจริตผิดตัวตน

แม้นผู้ใดใครอ่านอาจฝันใฝ่
จบเรื่องไปอย่างคิดสัมฤทธิ์ผล
ให้ครองคู่เคียงชมสมกมล
สุขเหลือล้นเติมแต่งแปลงให้เป็น

ปล่อยความฝันเผลอไปในเนื้อเรื่อง
อาจสิ้นเปลืองเวลาครามองเห็น
หากเพ่งเล็งพิจารณาหาประเด็น
คงรู้เช่นนัยฉันที่ปั้นความ ๚ะ๛
				
22 มกราคม 2549 22:35 น.

..๏ ลูกไม้ที่ไกลต้น

อัลมิตรา


..๏ โยกไปย้ายมา.................ลมพาลาเคลื่อน
เพรียกพร่ำย้ำเตือน..............ให้เลื่อนล่องลอย
ลมแผ่วพัดผ่าน....................ขับขานครั่นทยอย 
หลุดขาดคลาดคล้อย............แล้วลอยโรยลา ฯ 

..๏ ลูกยางเริงลม...................ชื่นชมเพลินนภา
แผกพรรณหรรษา................มุ่งหน้าลาไกล
ลอยพ้นต้นโต......................พลิกโผพรากไพร
สู่ดินถิ่นใด..........................เป็นไม้ใหญ่งาม ฯ

..๏เสียดเสียดเบียดกัน..........หมายมั่นล้นหลาม
กิ่งก้านทะยานยาม-..............ขวบข้ามผ่านปี 
เปลือกแกร่งกระพี้กร้าว.........หาญห้าวมากมี
เป็นดงพงพี..........................เป็นที่พึ่งพา ฯ

..๏ เหล่านกน้อยใหญ่............สัตว์ไพรนานา
พักร่มพฤกษา.......................เมื่อคราอ่อนแรง
ลูกยางแยกย้าย.....................กลับกลายเปลี่ยนแปลง
มุ่งพริ้วปลิวแซง.....................ต่างแข่งคล้อยไกล ฯ

..๏ ตราบลมพัดผ่าน...............ยังทะยานผ่านไพร
เชยชมสมใจ..........................เปรียบได้ดั่งกัน
ชีวิตต้องสู้..............................ก้าวสู่สิ่งฝัน
สร้างเสริมเติมพลัน.................มุ่งมั่นฟันฝ่า ฯ

..๏ แม้นพบอุปสรรค..............จงพักสักครา
คราวร้อนอ่อนล้า...................ขออย่าอ่อนใจ
กล้าแกร่งแข็งขัน...................มุ่งมั่นทันใด
กิจการงานใด........................สมใจปรารถนา ๚ะ๛
				
21 มกราคม 2549 05:22 น.

..๏ เสียงวสันต์ที่บ้านสวน

อัลมิตรา


..๏ ลมรำเพยผ่านพลิ้ว........ละอองฝน
หอมกรุ่นละมุนกมล...........ชุ่มชื้น
สุธากลิ่นระคน...................พรรณพฤกษ์
แว่วโสตเพลงไพรรื้น...........กล่อมให้หทัยสนาน ๚

..๏ เชยพัดโบยเลียดไล้.......ผิวกาย
ละเมียดประโลมปราย.........นิ่มเนื้อ
วสันต์สาดซัดราย...............เย็นฉ่ำ ชื่นแฮ
ขวัญมั่นหมายกอบเกื้อ.........รื่นร้องเริงระบำ ๚

..๏ ลำนำโคลงฝากไว้...........สวาทวสันต์
เรียงรจน์ร่ายรำพัน..............สื่อถ้อย
งามงดบทเสกสรร................ยามประจักษ์
เพียงหนึ่งบุรุษคล้อย...........วุ่นว้านัยสมร  ๚

..๏ ดุจวอนให้โอบเอื้อ.........อภิรมย์
หรีดหริ่งดังระงม................ขับคล้าย
สายฝนพร่างพรูพรม...........เย็นเยือก 
ประหวัดจิตละม้าย..............แนบเนื้อนวลถนอม ๚

..๏ ยินพฤกษ์ไกวกิ่งล้อ.........ลมไสว
กลบกระเส่าโสตซ่านใจ.........สุขนั้น
โลมนวลท่ามกลางไพร..........นฤมิต เทพฤๅ
จนล่วงราตรีครั้น...................อาทิตย์เยื้องเคลื่อนแสง ๚

..๏ ตระกองพลอดออดอ้อน....วอนวจี
เริงรสชื่นใดมี........................เทียบอ้าง
รำพันผ่านโคลงกวี.................จรุงบท
วสันต์สวาทวาดจิตร้าง............ห่อนเพี้ยงฤดีสม ๚ะ๛ 

				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอัลมิตรา
Lovings  อัลมิตรา เลิฟ 0 คน
มาอีกรอบนะ พยายามจะเขียนกลอนที่นี่ แต่ยังใช้ไม่เป็น เห็นกลอนขุดบ่อล่อปลาแล้วคิดถึงอิม คิดถึงเรื่องเก่า ๆ จะสิบปีแล้วสินะที่เริ่มเขียนกลอนได้ เหมือนกลอนที่เคยอ่านหรือเขียนขึ้นใหม่นะ
คิดถึงจังอิม สบายดีหรือเปล่า
>