16 พฤศจิกายน 2557 09:06 น.

ในมุมหนึ่ง

กวีปกรณ์

หลบอยู่หนึ่งมุมใดของสายตา ท่ามกลางคืนเหว่ว้าในยามค่ำ หนึ่งเหยือกเย็นพร้อมโน้ตที่ร่ายรำ เราสองต่างร้องร่ำรัตติกาล

แม้อดีตเย็นเฉียบและเงียบเหงา ให้สองเราค้นหาอย่างกล้าหาญ ไม่ว่าเรื่องราวใดได้พบพาน ยากแทนที่วันวานบนลานจินต์

เพราะเรามีอดีตเป็นส่วนประกอบ อนาคตคือความชอบไม่สุดสิ้น หนึ่งแก้วน้ำแข็งเกาะเรารดริน แสร้งเฉยชินต่อชีวิตอย่างเย็นชา

อีกไม่นานก็เช้าเราต่างรู้ เนื้อเพลงที่ฟังอยู่บอกเราว่า จงเข้าใจ ทบทวนที่รู้มา แม้ไม่รู้วันข้างหน้าจะอย่างไร

เมื่อเราก้าวก็อาจมีพลาดพลั้ง เมื่อล้มแล้วลุกพลันเริ่มกันใหม่ เมื่อผ่านมาแล้วจงปล่อยพ้นไป อนาคตหาใช่ที่เคยเป็น

อาจเป็นเพียงมุมหนึ่งในสายตา อดีตช่างเหว่ว้าอย่างที่เห็น บนเตียงตื่นยามเช้าช่างเยียบเย็น ครานั้นเราต่างซ่อนเร้นรอยน้ำตา

6 ธันวาคม 2556 11:18 น.

จุดชนวน

กวีปกรณ์

จุดชนวนปะทะต่างประทุษ
ลืมคำว่ามนุษย์เห็นเพียงสี
จากที่เลวยิ่งเลวร้ายเหลือดี
ซากสงครามเหลือมีแต่ปรักพัง

ต่างพรรคกลายอริคู่อำนาจ
กร้าวประกาศเกริ่นไว้แต่หนหลัง
โปรดเลือกฝ่ายเลือกข้างแล้วจงฟัง
กากะบาทแต่ละครั้งคือสงคราม

ซากถ้อยคำหวานหูนโยบาย
ฟังระแคะระคายกลายคำถาม
ประชาชนลุกตื่นขึ้นติดตาม
ผลักผู้พลลงสนามท่ามควันปืน

ปลุกกระตุ้นดุนระดมถมสยาม
จัดกรีธาทัพแทนนามผู้นำอื่น
นับจำนวนไพร่ราษฎร์บังอาจยืน
อธิปไตยโปรดคืนแก่ประชา

สิ่งใดเล่าได้จากสงครามสี
ผู้ใดเล่าคนดีที่ถามหา
พรรคใดเล่าไม่โกงให้เลือกกา
รัฐธรรมนูญเขียนมาไม่เอื้อใคร				
11 มิถุนายน 2556 16:09 น.

ใครใคร่กา

กวีปกรณ์

เพียงเพราะเขาแตกต่างในบางสิ่ง
เลือก ชอบ เชื่อ ข้อเท็จจริงในบางอย่าง
แล้วต้องหาเหตุผลด้นกล่าวอ้าง
ร่วมกันสร้างความชอบตอบใจตน
หรือเพราะเขาคล้ายกันเกินกว่ารับ
สิ่งผิดกลับผลิดอกจนออกผล
ความพลั้งผิดคิดไว้ว่าแยบยล
จึงซ่อนซุกทุกแห่งหนกลอำพราง
แต่ความลับก็ยังเป็นความลับ
หากเพียงเริ่มสืบจับไล่จากหาง
จากเคยสวมสีเดียวเดินร่วมทาง
จึงผลัดบ้างเปลี่ยนหัวกลัวตามทัน
ยิ่งเขาขุดร่วมคุยขอลุยด้วย
ยื่นเสนอขอช่วยคลายเชือกฟั่น
อ้างอย่าสนกฎใดค่อยว่ากัน
เขียนขึ้นใหม่ดีกว่านั้นฉันปรองดอง
ใครใคร่ค้าน้ำมันค้าหุ้นค้า
ใครใคร่แก้กติกามาสนอง
ใครใคร่ยศศักดินามาจับจอง
บัตรเลือกตั้งทั้งสองใครใคร่กา
15 กุมภาพันธ์ 2556 16:46 น.

จุดไต้ต่อไฟ

กวีปกรณ์

จุดไต้ต่อไฟเติมเชื้อเพลิง
เปลวร้อนเร่งระเริงเรืองสว่าง
สะท้อนเงาพาดบนถนนทาง
อย่าหวังเพียงจันทร์กระจ่างร้างอุ่นไอ

แท้ม่านดำดึกดื่นยังหมื่นดาว
ยังพร่างพราวระยับกลับพริบไหว
บ้างบอดลับดับปลงมืดลงไป
ที่ยังเหลืิอบอกใบ้ให้หนทาง

คือคบไฟส่องพื้นกลางคืนค่ำ
กางแผนที่งามล้ำบนฟ้ากว้าง
อาจบางทีจันทร์คล้อยที่ลอยคว้าง
บอกชั่วยามความต่างหว่างเวลา

ดับคบเพลิงก่อไฟในกลางค่ำ
ท้นทบทวนความจำอันล้ำค่า
แต่ละหนึ่งก้าวย่างที่สร้างมา
หลงตนสร้างอัตตาเสียเท่าไร

จันทร์ยังรู้ซ่อนตนให้พ้นเช้า
ประสบการณ์ปลายเท้าทั้งเก่าใหม่
ล้างแล้วล้มตัวนอนท่ามฟอนไฟ
พรุ่งนี้จะอย่างไรตามแต่กรรม
>				
3 กุมภาพันธ์ 2556 16:39 น.

วันพรุ่งนี้

กวีปกรณ์

ฉันอาจอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้
ขอกล่าวลายามที่ยังอยู่ใกล้
เราอาจห่างกันจนแสนไกล
และอาจเกินคว้าไขว่ให้กลับคืน

เฉกเช่นบางคืนมีหมื่นดาว
คล้ายจันทร์เจ้าหนีหายย้ายถิ่นอื่น
เพียงซุกซ่อนใต้เงาดำที่กล้ำกลืน
แต่ยังยืนอยู่เคียงข้างไม่ห่างกาย

ถึงแม้วันพรุ่งนี้ไม่มีฉัน
ขอเธอจงฝ่าฟันดั่งมั่นหมาย
คว้าดวงดาวพราวฟ้าอันพร่างพราย
เป็นรางวัลมากมายแก่ชีวิต

กำลังใจฉันมีให้เสมอ
เส้นทางฉันเธอต่างลิขิต
ประสบการณ์สอนเราจงพินิจ
สุขทุกข์อย่ายึดติดในจิตใจ

รุ่งอรุณตะวันกำลังมา
เหล่านกสนทนาความเคลื่อนไหว
ถึงเรื่องราววันวานที่ผ่านไป
อนาคตเพียงใครพยากรณ์

เทียนกำลังเผาตนท้นน้ำตา
ต้อนรับสนทยายามแสงอ่อน
ดอกไม้กำลังม้วนกลีบนอน
ฉันขีดคัดบางท่อนบทกวี				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกวีปกรณ์
Lovings  กวีปกรณ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกวีปกรณ์
Lovings  กวีปกรณ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกวีปกรณ์
Lovings  กวีปกรณ์ เลิฟ 1 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงกวีปกรณ์
>