22 มกราคม 2550 15:58 น.

ศิลปินผมยาว เซอร์แตก!

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.        คงจะถึงเวลาแล้ว  ซินะ
เมื่อมีการพบก็มีการจาก   ธรรมดาของโลก
เพื่อนผู้มีอุดมการณ์ จิตวิญญาณศิลปะ เต็มเปี่ยม
ศิลปินผมยาว  ผู้มีความฝัน  งดงาม

         ไอ้หนุ่มผมยาว  เห็นอะไรก็มีคำถาม
ขี้สงสัย ถามไถ่  ไม่มีที่สิ้นสุด    อยากรู้
นักปรัชญาหนุ่ม   ผู้หลงไหลในงานเขียน
กวีไร้ชื่อ   นิรนาม   ที่ใครๆไม่รู้จัก


         นักเขียนอิสระ  เดินหลงทางมา จากยุคแสวงหา
อิสระชน  ผู้เลือกที่จะแปลกแยก  สันโดษ
ชายหนุ่ม  เลือกที่จะเดินไม่ตามหลังใคร
บุกเบิก  ลุยขวากหนาม  สร้างเส้นทางของตัวเอง


         ทุกสิ่งคือเหตุธรรมดา   ปกติ  ของเหตุผล
ธรรมชาติของการฝ่าดงหนาม   ย่อมเกิดบาดแผล
บาดแผล เลือด และการเจ็บปวด  คือแรงผลักดัน
พยายาม ปีน ไต่ ภูผา   เขา ชันสูง ข้างหน้า


          เราพบกันในวันวาน    วันที่ยังเคว้งคว้าง
เราทักทาย..........ด้วยหัวใจอ้างว้าง  วังเวง
เราต่างคน............ต่างเดียวดาย
เรารู้จักกัน  ยิ้ม หัวเราะ คอศิลป์พันธุ์เดียวกัน




                                       18 มกราคม 2550

 .				
21 มกราคม 2550 16:52 น.

คืนหม่นเศร้า

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.      ลมพัด  เบา   แผ่ว    พริ้ว
ลูบไล้...........ใบมะพร้าวลู่ลม......
ยอดมะพร้าว     แกว่งไกว    โอนอ่อน
ต้นมะพร้าวสูง     ไหวเอน    อ่อนไหว


         ยินเสียง  หรีดหริ่ง เรไร  ร้องระงม
บนท้องฟ้าไม่มี......แสงนวลจันทรา.....
กลางคืนเดือนมืด.............จันทร์เล่นซ่อนหา....
ดาวเพียงไก่ดวงที่เห็น........ใครกันนะที่ขโมยไป......


        น้ำค้างหล่นพร่างพรู......เกาะ กิ่ง ก้าน ใบหญ้า
ความหดหู่    คลืบคลานเข้ามา...เกาะกิน กรัดกร่อน...
หัวใจ ปอนๆ   โดนรุกราน    จากความเหงา...
ความเศร้าเสนอตัว     บริสุทธิ์ใจเข้ามาเป็นเพื่อน


         เสียงร่ำร้องของความเจ็บปวด...ที่เก็บกด..
เมรุ และ หลุมศพ...กวักมือเรียกหาทุกขณะ
ในเมื่อเราต่างเป็น........สาวกแห่งความหม่นเศร้า
ศาสดาแฝงตัว.......อยู่ในความปวดร้าวราน..


          การหายใจแต่ละเฮือก......ไม่มีสิ่งใด ฟรี
ต้องออกแรงสูดอ๊อกซิเจน.......หายใจเอาอากาศเข้าไป
บนพื้นระนาบ..........แห่งการดำรงอยู่
เสียงถอนหายใจ......และสายตาลอย  นั่งเหม่อ..


           บรรยากาศเศร้าๆ........ของค่ำคืนเงียบ
ในราตรีกาล...ที่ความอึมครึม  เข้าปกคลุมฟากฟ้า..
อาณาจักรแห่งความอ้างว้าง........ที่ยิ่งใหญ่
เพื่อนสนิท เราคบกันด้วยความเปล่าเปลี่ยว..จริงใจ



                                               18 มกราคม 2550

.				
20 มกราคม 2550 20:23 น.

ใต้แสงตะเกียงโบราณ

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.        ห้องหับ แห่งการพักผ่อน    นิทรา   สงบ
ภายในขอบเขต   สลัวราง     ลางเลือน
จุดประกายไม้ขีดไฟ    จุดตะเกียงกระป๋องน้ำมันก๊าซ
ฉาดฉาย  เปล่งแสงสว่าง   เพื่อการมองเห็น


         กลิ่นและเขม่าควัน    แผ่  จากตะเกียง
เปิดหน้าต่าง    มองดูบรรยากาศ   ข้างนอก
สายลมบางๆ   เพียงพริ้ว    พัดเอื่อย
ความมืดเบื้องหน้า   สงบ   ปราศจากสิ่งรบกวน


          ฉันทอดตัวนอนคว่ำ   ลงบนเบาะ  ฝูก  หมอน
ปากกาในมือ    เคลื่อนไหว   ตามจังหวะลีลา
ปลุกจินตนาการฟื้นตื่น    บรรจงเขียนลงในกระดาษ
บทกวีที่ไม่รู้ว่าจะเป็นกวีหรือไม่?


          ตาฉันยังแข็ง     ขณะคนอื่นๆกำลังหลับไหล
ฉันเคี่ยวความคิด  เข้มข้น  ฝึกฝน  งานเขียน
ความลื่นไหล  ฉันทลักษ์ สัมผัส  ฉันรู้จักแต่ไม่ชอบ
คงไม่มีคำตอบอื่นใด ชัดเจนมากกว่านี้


          ใต้แสงตะเกียงโบราณ  แต่แรก   ก่อนเก่า
มรดกของบรรพบุรุษ    ที่ยังหลงเหลือ
ภูมิปัญญาของคนยุคเก่า    โลกกำลังลืม
วิวัฒนาการ โลกาภิวัฒน์ ทุนนิยมเสรีกำลังรุกราน


            ฉันเขียนบทกวี  ที่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจ
น้อยคนนักที่จะเข้าถึง   เพราะเป็นกวีที่ไม่เหมือนใคร
ฉันเขียนกวี  ด้วยความเป็นตัวของตัวเองเป็นที่ตั้ง
กวีแปลกแยก  ถางป่า  ฝ่าดง ไปตามวิถีสันโดษ



                                               17 มกราคม 2550

.				
20 มกราคม 2550 20:03 น.

กูจะเป็นของกูอย่างนี้

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.         ผู้ชายผมยาวเป็นลอนคลื่น หนวดเครา จร  รุงรัง
คนหน้าตาย  นัยตาเศร้า ผิวคล้ำเข้ม  เฉยเมย  เฉื่อย
บนถนนสายหมู่บ้าน   สัญจร    เดินทางผ่าน
เมื่อชีวิตคือความว่างเปล่า     หาสาระไม่เจอ


          กลุ่มเด็กๆวิ่งเล่น  อย่างสนุกสนาน  ตามประสา
ซุกซน    พัฒนาการ    เรียนรู้    ปฐมวัย
คนบ้ามาแล้ว   ระวังโดนกินตับ    จับเด็ก
เสียงจากชาวบ้านแว่วมา      เด็กวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น


           สงสารเน๊าะ แต่ก่อนเคยเรียนเก่ง  ได้เรียนสูงถึงมหา'ลัย
ต้องซมซานกลับบ้านมา      นี่แหละหนอเรียนมากเกินไป
สติฟั่นเฟือน          ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
ส่งเสียเรียนเป็นหมื่น เป็นแสน    สุดท้ายก็สูญเปล่า


    ขณะฉันเดินสะพายย่าม ถือเฟรมวาดรูป และกล้องถ่ายรูปคล้องคอ
ภายในย่ามมีดินสอ ปากกา พู่กัน   และสมุดบันทึก
อีกมือหนึ่งถือกีตาร์    ไว้บรรเลง ลำนำ บทเพลง


           ในสายตาชาวบ้าน    ฉัน คือ  คนบ้าเสียสติ
เป็นตัวประหลาด  วิกลจริต  ฟั่นเฟือน บกพร่องทางจิต
มันไม่ใช่การน้อยใจเล็กๆ   แต่เหมือนโดนถ่มน้ำลายใส่หน้า
เกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทำไม?  อัดอั้น  กดดัน


            แต่กูจะเป็นของกูอย่างนี้  ทำไม  กูไม่สนใจใคร
มึงไม่เข้าใจ    แต่พ่อ แม่ กู   ท่านเข้าใจ
ในเมื่อมึงไม่ใช่พ่อแม่ โครตเหง้ากู  มึงจะเสือกไปทำไม
เก็บน้ำลายและปากเหม็นๆไว้เห่าดีกว่า กูเข้าใจมึงชิงหมามาเกิด




                                                 17 มกราคม 2550


.				
20 มกราคม 2550 17:22 น.

ที่หลงเหลืออยู่

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.        จุดหมายของฉัน      อยู่บนยอดภู
ความฝันของฉัน     อยู่บนยอดดอย
สิ่งมุ่งหมายของฉัน    อยู่บนยอดตึกสูง
แต่ความน้อยใจลึกๆ    ฉันคือคนพิการขาสองข้างขาด
ไม่มีรถเข็น  เคลื่อนไหว  เคลื่อนที่ด้วยการกระเถิบ


          ความเป็นไปได้ คือ ความเป็นไปไม่ได้
ความเป็นไปไม่ได้  คือ  ความเป็นไปได้
ฉันร้องไห้คิดถึงบ้าน   ขณะฉันอยู่ที่บ้าน
ฉันรู้สึกพ่ายแพ้  เมื่อ ตัวเองชนะ


           ไม่รู้ว่าใครกำลังกวักมือเรียกฉัน  อยู่ไกลโพ้น
ฉันทะยานขึ้นอากาศ เหาะเหิน บินขึ้นอากาศผ่านฝูงนก
ฉันถามไถ่ สารทุกข์  ทำไมพวกเจ้าถึงเซื่องซึม?
พวกเรากำลังเป็นหวัด  ฝูงนกตอบน้ำเสียงเศร้า
ฉับพลันฉันก็ควักกระเป๋า   ส่งยาแก้ไข้หวัดให้ฝูงนก


            ฉันเบิ่งตาแล  สุดสายตาว่าใคร  ที่กวักมือเรียก
ที่แท้ก็นักกวีอิสระนิรนามท่านหนึ่งรูปร่าง ผอมโซ หนังหุ้มกระดูก
กำลังเขียนบทกวี ที่ไม่มีตัวอักษร ............
บทกวีที่ไม่มีใครเข้าใจ     กวี บริสุทธิ์ ว่างเปล่า
ท่านเป็นศิลปิน ที่หลงเหลืออยู่   จากกวี ยุคแสวงหา


           ฉันกล่าวสวัสดี พร้อมๆ กับการอำลา.........
การเดินทางหาได้สิ้นสุดไม่.............
ฉันผู้แปลงตัวเองดำดินใต้ผืนโลก........
พูดทักทาย  กับไส้เดือนดิน  และ  เศษกระดูกในสุสาน



                                      
                                                          15 มกราคม 2550

.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ