20 มกราคม 2550 16:57 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ฉันไม่ต้องการอะไรจากเธอ......เธอคงเข้าใจ.....
นอกเสียจากว่าความเป็นเพื่อน........อย่างเพื่อนเก่า
ก็เธอคือความทรงจำงดงาม...........ของฉันครั้งหนึ่ง
ทุกอย่างยังติดตรึงฝังใจ.............เหตุการณ์เดิมๆ
ความรักของฉัน.............สถาปนาเพียงข้างเดียว
........อุบัติขึ้น..............จาก ผู้ชาย โซๆ........
เธอไม่สนใจ ปฏิเสธ...แม้รุนแรงและหักหาญสักเพียงใด
เธอมองข้ามผ่าน ทะลุฉันไป......ไม่มีความหมาย
รักบริสุทธิ์และจริงใจ....จากผู้ชายโง่ๆ ไม่มีอะไรดี
ฉันรู้เธอคือผู้หญิง เก่ง ........ที่มีความทะเยอทะยาน
เธอเป็นคุณครูสอนเด็กๆ ฉันเข้าใจไม่เป็นไร ฉันคงไม่ต่างจากเด็กๆ
มันผ่านมานานแล้ว เธอคงสอนฉัน ฉันและเธออย่าไปคิดถึงมันเลย
คึดถึงความหลัง..........ระลึกถึง คืนวัน เก่าๆ
ความเป็นเพื่อนของเรา.......เธอยังรักษาอยู่ใช่ไหม?
รั้วความทรงจำของเพื่อนเก่า......รายล้อมด้วยความคิดถึง
ฉันยังคงคำนึง................ตกเป็นตะกอน ยังตราตรึง ความหลัง
เราต่างเดินทางไปข้างหน้า........เหนื่อย........
บางครั้งย้อนมองมุมกลับ..........วันเวลา........
ระลึกถึง...............ความทรงจำที่ผ่าน.......
ความเป็นเพื่อนของเรา...ยังคงอยู่...ตราบนานเท่านาน..
2 มกราคม 2550
.
20 มกราคม 2550 16:06 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ฉันก้าวสู่ประตูกุโบรร์........
อีกหนึ่งโลกของมวลมนุษย์..........
รายาอิดิลอัฎฮา ฉันมาเยี่ยมเยียน สหาย เครือญาติของฉัน
บรรพบุรุษและพี่น้องมุสลิมที่เดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
กลับคืนสู่.......พระเมตตา....
ฉันสูดไอดิน กลิ่นทราย เมื่อลมพัด ตลบอบอวน
ฉันสุดกลิ่นหอมของดอกลั่นทม จำปา และลีลาวดี
กิ่งก้าน ลำต้น ที่ไร้ใบปกคลุมเลย ในฤดูแล้ง
ฉันเอ่ยทักทาย.......ชาวกุโบรร์
ศพใหม่ และ ซากกระดูกเก่า ใต้ผืนดิน
"อินนาลิลลาฮี วาอินนาอิลัยฮี รอญีอูน"
แท้จริงเราเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และแท้จริงเราจะกลับคืนไปสู่พระองค์"
ฉันนั่งบนหลุมศพ ปะแกซีระ (ตา)........
อ่านสรรญเสริญ และ วิงวอนขอพร จากพระองค์อัลลอฮ์
เท่าที่สติปัญญาอันน้อยนิดของฉัน จะรับรู้และเข้าใจ
เท่าที่เด็กปอเนาะที่เคยร่ำเรียน ศึกษา หาความรู้ มา
ศรัทธามหาศาลที่เคยเต็มเปี่ยม กลับแห้งขอด แทบไม่เหลือ
ความรู้ไม่อาจจะสถิตย์ตรึงแน่นในใจฉัน
วิชาความรู้เลยกลับคืนสู่โต๊ะครู...........
ข้าแด่พระองค์อัลลอฮ์ ..............
ขอความเมตตา กรุณา ปราณี แด่ ชาวกุโบรร์ทั้งหลายเถิด
ข้าพระองค์รู้ว่า ข้าพระองค์มิอาจที่จะคิดวิงวอนจากพระองค์
ศรัทธาน้อยนิดขึ้นๆลงๆจากข้าพระองค์ ..........
มันแปรปรวน ไม่คงที่ เกินที่พระองค์จะรับไว้พินิจ พิจารณา...
ข้าแด่พระองค์ เสียงของข้าพระองค์ แม้พระองค์จะได้ยิน
แต่จิตใจของข้ายังรวนเร สับสนยังหาความสงบไม่ได้.........
เกินที่พระองค์จะสนองคำวิงวอนนี้ ด้วยเหตุผล
แต่อย่างน้อยที่สุดพระองค์ก็ทรงได้ยินแล้ว.........
พระองค์จะประทานหรือไม่นั้น ก็เป็นสิทธิ์ของพระองค์
ข้า แด่พระองค์ ขอความเมตตา กรุณา ปราณี........
ขอทรงประทานแด่ พี่น้อง บรรพบุรุษ เครือญาติ ที่ได้จากไปแล้วเถิด
ข้าพระองค์ กล่าวอ้อนวอน.........
ไม่ใช่แด่ในนามเพียงแค่ญาติพี่น้องของข้าพระองค์เท่านั้น
แต่ในนามแห่งพี่น้องมุสลิมที่จากไปทั้งผอง..........
และในนามพี่นอ้งที่ดำรงชีวิตอยู่ทั้งมวล........
หวังว่าสักวันหนึ่ง ศรัทธา ในใจของข้าพระองค์
จะได้รับการประทาน และดำรงอยู่อย่างเข้มแข็ง........
ด้วยฮิดาญะฮ์ลงในจิตใจของข้าพระองค์...
และมั่นคงในอัลอิสลาม อัลกุรอ่าน ท่านรอซูล ตราบจนวันตาย
ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตา กรุณา ปราณีเสมอ
31 ธันวาคม 2549
.
19 มกราคม 2550 21:32 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ข้าฯขอสดุดี แด่ มวลทหารกล้าทั้งหลาย
ที่เฝ้าคอย ปกปักรักษาดินแดน สยามประเทศแห่งนี้
ท่านบุกป่า ฝ่าดงหนาม ดงกระสุนปืน และกับดักระเบิด
เป็นรั้วของชาติ เพื่อประชาชนทั้งหลาย ทั้งผอง
ข้าฯศรัทธา ในความอดทน แข็งแกร่งของท่าน
อากาศจะหนาว แดดจะร้อน ฝนจะตก ท่านไม่หวั่น
ในเครื่องแบบทหาร ยืนจังก้าจับปืนM16น่าเกรงขาม
ขบวนฯขนยาเสพติด สินค้าหนีภาษี ท่านสกัดกั้น
ข้าฯ ซึ้งใจท่าน ณ. ชายแดนใต้
ท่านกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายของความตาย
เพียงวินาทีเดียว อาจตัดสินการมีชีวิต หรือไม่มี
ทั้งที่เจ้าหน้าที่อย่างท่านประสานความสัมพันธ์ที่ดี มิตรไมตรี
หนทางข้างหน้าอาจมีตะปูเรือใบ โปรย.........
อาจมีมวลชนของกลุ่มขบวนการณ์ฯ สกัดกั้นขวางทาง
ข้างถนน.......อาจมีโจรลอบทำร้าย กราดยิง.....
บริเวณข้างหน้า อาจมีการจุดชนวน วางระเบิด
พิการ ไปแล้วกี่นาย เหล่าทหารกล้าและตำรวจ
บาดเจ็บไปแล้วเท่าไหร่ สาหัสไปแล้วกี่ราย........
เสียชีวิตไปกี่ศพแล้ว เซ่น ไอ้พวกโจรกุ้ยก่อการร้าย
แม้จะตายกี่ศพ อุดมการณ์ทหารไม่มีวันตาย
เลือดเปื้อนหลั่ง รดแผ่นดิน ประเทศไทย
ศพทหารถูกฝัง เท่าไหร่แล้ว ในสุสาน กุโบร
ฌาปณกิจศพทหารเท่าไหร่แล้ว กี่ร้อยกี่พันวิญญาณ
จิตวิญญาณ อุดมการณ์ทหาร เสียสละเพื่อสรรสร้างสันติภาพ
19 มกราคม 2550
.
19 มกราคม 2550 21:07 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ครั้น อารมณ์และ บรรยากาศ ประจวบเหมาะ
ฉันปลุก อารมณ์ศิลป์ ให้ฟื้นตื่นจากหลับไหล
ฉันหยิบกีตาร์ ขึ้นมาบรรเลง พร้อมกับการร้องเพลง
ในความว่างเปล่า........เฝ้ามองฟากฟ้า
ไม่เข้าใจ ฉันจะมองฟ้าไปทำไม เมื่อไม่คิดจะดูดาว
ฉันจะกรีด ดีด กีตาร์ได้ยังไง เพราะว่ามือฉันด้วน
อีกทั้งกีตาร์ตัวนั้นยังพัง และไร้สาย
ทว่า...มือข้างเดียวของฉัน ยังอหังการ์
หยิบปากกา มาเขียน ขยุกขยิก วกวน
ความสับสนของฉัน ระบายออกมาเป็นตัวอักษร
แต่ไม่รู้ว่า.......มันพอจะเรียกว่าเป็นกวีได้ไหม
กวีที่ปลอด........ไร้ฉันทลักษ์ ใดๆ
หยิบดินสอดำ...........วาดลวดลายเส้นศิลป์
รูปนกสีขาวโบยบิน......สู่ สันติภาพ
มือหยาบๆของฉัน ระบายสีน้ำด้วยพู่กัน
ไม่เคยหวั่น.....ดื้อด้าน...คนขวางโลก
ใบหน้าที่ตายแล้วของฉัน.........
นัยตาเศร้า....สดับฟัง......เสียงความเหงา
ความเงียบถูกคุกคาม.......โดยอึกทึก
ฉันคือศิลปินเตรียมอนุบาล ทะเยอทะยาน
17 มกราคม 2550
.
19 มกราคม 2550 20:44 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ภารกิจกอบกู้เอกราช อยู่ในกำมือของเด็ก
พระองค์ดำยุวกษัตริย์ ผู้ถูกกักขังเยี่ยงเชลยในดินแดนหงสาวดี
พระนเรศวรมหาราชผู้เป็นกษัตริย์นักรบนำหน้าทัพสงครามตลอดชีวิต
ทรงกระทำยุทธหัตถี ปลดปล่อยกรุงศรีอยุธยาเป็นเอกราช
ครั้นกรุงศรีอยุธยาแตกสิ้น ยับ ไม่เหลือแล้วสิ้น อนาถ
พระเจ้าตากสินมหาราช ผู้ปลดปล่อย สู่ความเป็นไท
กอบกู้เอกราช ประกาศอิสระภาพ แห่งชนชาติสยาม
ปลดแอกแผ่นดินไทย ไม่ให้เป็นประเทศราช
นั่นคือประวัติศาสตร์ พงศาวดาลชาติไทย
ภารกิจกอบกู้ อธิปไตย อย่างกล้าหาญ
ทัพทหาร กองทัพหลวง พลีเลือดเนื้อ เสียสละ
ต่อสู้ กัดฝัน ยอมตายเพื่อผืนแผ่นดินแม่ แผ่นดินเกิด
ข้าฯขอรำลึก ในความกล้าหาญของท่าน
เหล่าทหาร หาญ ผู้กล้า ไม่ถอยร่น จนตัวตาย
จากกรุงสุโขทัย,กรุงศรีอยุธยา,กรุงธนบุรี จนสู่กรุงรัตนโกสินต์
รักษาเอกราช และ อิสระภาพ จากอดีตจวบกระทั่งถึงปัจจุบัน
ความเป็นไท ถูกปกรักรักษาไว้ คู่กับแผ่นดินขวานทอง
ไทยนี้รักสงบ ไม่รุกรานดินแดนใด
แต่ถึงรบไม่ขลาด ไม่ยอมก้มหัวเป็นขี้ข้า อยู่ใต้เอกราชของใคร
จนมีแผ่นดินสุวรรณภูมิสืบทอด เป็นประเทศไทยทุกวันนี้
ปัจจุบัน โลกรุดหน้า สมรภูมิสงครามพัฒนาการ แปรเปลี่ยน
กองทัพทหาร และสร้างแสนยานุภาพ ยุทธวิธีทางการรบ
บทบาทของทหารเปลี่ยนไป สำหรับการปฏิบัติหน้าที่
เมื่อคราสังคมวิปริต........
การตัดสินใจยุติ ความแตกแยกของคนในชาติ
แนวทางสมานฉันท์ถูกยกขึ้นมาปูพื้นฐานของสังคมเมือง
แนวคิดและจุดประสงค์.................
เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้
ด้วยรัฐประหาร...จากกองทัพ......อย่างโปร่งใส
18 มกราคม 2550
.