24 มกราคม 2550 17:21 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. มันเป็นอิสระ อยู่นอกเหนือการบังคับ ควบคุม
ไร้กฏเกณฑ์ มาตรการ สัมผัส และฉันทลักษณ์
อาจจะแปลกหน้าไปบ้าง จนคนบางคนไม่รู้จักเลย
มีบางคนเข้ามาถามไถ่ เยาะเย้ย ถากถาง สบถ ดูถูกกวีฉัน
น้ำเปล่าจืดชืด ไร้รสชาติ แต่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
หรือทุกๆวันมีใครบางคนกินแต่น้ำหวาน น้ำส้มโดยไม่กินน้ำเปล่า
ให้มันรู้ไป ว่าคนๆนั้น มีจริงอยู่ในโลก
เช่นกัน.........กลอนเปล่า ก็เป็นเช่นนั้น..
กวีเปล่าเสมือนความว่างเปล่าในขวดน้ำเปล่าที่ไม่มีน้ำเปล่า
จำเป็นต้องอาศัยจินตนาการ.......และความนึกคิดล้วนๆ..
บทกวี ของคนช่างฝันอย่างฉัน ประดุจดั่ง การเริ่มนับหนึ่ง
นักฝันอย่างฉัน ฝึกเขียนอยู่เนืองๆ อาจเป็นกวีบ้าง ไม่เป็นกวีบ้าง
ความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ กวีนิพนธ์....อย่างหิวกระหาย
กวีปลอดฉันทลักษณ์ คือ งานเขียนที่ฉันหลงรักที่สุด.......
เสน่ห์ บาดลึก สะท้อนตัวตนความคิดและความรู้สึกเป็นตัวเองอยู่เสมอ
แม้ร้อยกรองจะฝังรากลึก ผลกระทบต่อร้อยแก้วมักถูกกีดกัน สกัดกั้นขวาง
สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปแบบ อันไม่ถูกยอมรับอย่างแท้จริง
ทว่า..ฉันยังเขียนหนังสือ...มิได้หวาดหวั่นในสิ่งดังกล่าว..
ฉันได้เลือกแล้วที่จะเป็นเช่นนั้น......อย่างชัดเจน ไม่มีเงื่อนไข
ฉันจะสร้างสรรค์กวีไร้ฉันทษณ์..ในรูปแบแผนของตัวเอง...
22 มกราคม 2550
.
23 มกราคม 2550 18:29 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. เด็กผู้ชายเพิ่งแรกวัยรุ่นและการแสวงหาตัวตนของตัวเอง
ขุดค้นตัวอย่างที่เห็นอยู่ทั่วไป ในสภาพแวดล้อม รอบตัว คนต้นแบบ
ความหลากหลายของสังคมวัยรุ่นและวิจารณญานในการเลือกรับ ปรับตัว
เพื่อนฝูงใกล้ชิด สังคมเพื่อนเป็นใหญ่ พิสูจน์ให้เพื่อนเห็นว่าเราแน่
ฉันจำไม่ได้แล้ว บุหรี่มวนแรก ฉันจุมพิตกับมันเมื่อไหร่ ที่ไหน?
ควันหืดแรกที่สืดเข้าไปจนสำลักควัน แต่กลั้นใจสูบแม้ ไอ จาม
มวนที่หนึ่งเพื่อสังคมกลุ่มเพื่อน เฮ้ย เรานี้เท่ห์ หืดและพ่นควัน
ปล่อยควันสีเทา พวยพุ่งออกจากปากสู่อากาศ ควันอีกจำนวนหนึ่งลงสู่ปอด
มวนหนึ่งของนักสูบบุหรี่สมัครเล่น แบ่งกันสูบภายในกลุ่มเพื่อน
ขี้ยาสมัครเล่นตัวน้อย อนาคตขี้ยามืออาชีพ ยังคอยต้อนรับอยู่
สองนิ้วคีบบุหรี่แล้วบรรจงสูบ สืดเข้าไปแรงๆ ได้แรงไปถึงปอด
หลังห้องน้ำโรงเรียนบุหรี่มวนเดียว เราสามัคคีแบ่งปันกันสูบ
ผ้าขาวที่เปรอะเปื้อน และกลิ่นสาบเขม่าควันพิษ ยามสูบบุหรี่
เราต่างเสาะซื้อหาบุหรี่มาสูบจนกลายเป็นปัจจัยปกติของชีวิต
เราคิดว่ามันเป็นภาพลักษณ์ของความมีเสน่ห์ เท่ห์ คราสูบบุหรี่
เวลาขาดแคลนบุหรี่ เรารับส่งกันสูบกับเพื่อนๆคล้ายการส่งไม้วิ่งผลัด
ฉันปลดปล่อยความเซ็ง ด้วยการอัดบุหรี่สักมวนสองมวนผ่อนคลาย
ยามเหงา เศร้า อ้างว้าง ควันสีเทาที่ฉันต้องการกว่าอ๊อกซิเจน
เมื่อกินข้าวอิ่ม รู้สึกอยากกระหาย เปรี้ยวปาก สูบบุหรี่ดับความอยาก
ประตูบานใหญ่เปิดออก อ้าแขนรับสวมกอด ยินดีต้อนรับ........
.............สู่ยาเสพติดที่ท้าทายกว่านี้.................
22 มกราคม 2550.
.
23 มกราคม 2550 17:56 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ไอ้หนุ่มคาวบอย.............
ใส่เสื้อหนัง นุ่งกางเกงยีนส์ โพกหมวกปีกกว้าง
สวมรองเท้าบูทหนัง เหน็บปืนข้างสะเอว.......
สุภาพบุรุษใจนักเลง..เพื่อการดวลปืน อย่างลูกผู้ชาย
ควบม้าวิ่งต้อนฝูงวัวในท้องทุ่ง กว้างใหญ่.....
พลางสังเกตุฝูงวัว ปล่อยอารมณ์เล่นเบนโจ........
ทำนอง ร้องเพลงคันทรี่ คาวบอย.....
โคบาล-คาวบอย รีดนมวัว ....ไปขาย
ไอ้หนุ่มเลี้ยงวัว บ้านนอก.......ท้องทุ่ง ไร่ นาป่า เขา
คาวบอยเมืองใต้.....ควบมอ'ไซต์ คันเก่า โบราณ ขึ้นสนิม
ควบขี่ไปจากบ้านสู่ท้องทุ่ง.........
ใส่เสื้อจำนำเก่าคร่ำมอมแมม กางเกงยีนส์แหกขาดขี้ยางเขรอะ
โพกหมวกจักสานขาดแว่ง รองเท้าบูทยาง เหน็บหนังสะติ๊ก
อย่างลูกผู้ชาย ดวลความแม่นยำ เฉกเช่นสุภาพบุรุษ
เดิน วิ่งต้อนวัวไปตามท้องทุ่ง ทุ่งหญ้ารอยต่อระหว่างสวยยางฯกับนา
วัวเพียงไม่กี่ตัว ปล่อยวัวแทะเล็มหญ้า.........
นั่งมองดูฝูงวัว เป่าขลุ่ย ทำนอง ร้องเพลงลูกทุ่ง-เพื่อชีวิต
เช้าตรู่ กรีด รีด เอาน้ำยางพาราไปขาย...
บรรยากาศท้องทุ่ง นา ป่ายาง และลำธารรายล้อม.........
คาวบอย-โคบาล คือ ไอ้หนุ่มเลี้ยงวัว....
สุภาพบุรุษ ลูกผู้ชาย ............
ดำรงตนอยู่กับธรรมชาติ และฝูงวัวอย่างภูมิใจ....
18 มกราคม 2550
.
23 มกราคม 2550 17:25 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. การโดนฟัน แทง จากมีดดาบ ที่ว่าคมกล้าและแหลมแล้ว
บาดแผล และ ความเจ็บปวด สาหัส ยังไม่เท่าไหร่
อย่างน้อยสิ่งที่หลงเหลือ คือ รอยบาดแผล ทางกาย
บันทึกไว้บนผิวหนัง ...ระลึกถึง เมื่อมองเห็น...
ในหมู่บ้าน ถนนเปียกชื่น ลื่น เฉอะแฉะ
อากาศมลพิษ แผ่ขยาย อึมครึม ทั่วร้านชำใกล้บ้าน
อันเป็นแหล่งรวมตัวชุมนุมชน นักข่าว ชาวบ้าน
ผู้สื่อข่าว ตระเวณ แสวงหาแหล่งข่าว เพื่อนำเสนอ
ประธานสมาคม เปิดอภิปราย ถึงสถานการณ์
สมาชิกปากจัดไม่ได้รับการคัดเลือกแต่อยากเป็นสมาชิกได้ออกปากเสียง
ต่างส่งเสียง เห่าหอน กันให้สลอนกันในสมาคมน้ำลาย
หลายๆเสียง ประสานกัน อย่างเมามันส์ สนุกปาก
เรื่องคนนั้นเป็นอย่างนี้ เรื่องคนนี้เป็นอย่างนั้น ไม่หยุดปาก
โหยหอน นินทา ผู้คน........ทั่วไป ในหมู่บ้าน
คนนั้นบ้า คนนั่นโง่ คนโน้นไม่ดี ยากจน สกปรก น่ารังเกียจ
รู้เรื่องไปหมดทุกเรื่องทุกอย่าง ชีวิตใครเป็นยังไง
สมาคมหมาขี้เรื้อน สะเทือนก้อง หมู่บ้าน นินทา
สบถ ถ่มน้ำลาย ใส่หน้าชาวบ้าน ละแวกใกล้เคียง
กลิ่นลมปากเหม็นๆ ส้วมแตก อยู่ในปาก
หมาที่คิดว่าตัวเองดีกว่าผู้อื่น ที่แท้ก็กินขี้ของตัวเอง
17 มกราคม 2550
.
23 มกราคม 2550 17:02 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
. ย่ำเดินตระเวณ สำรวจ ลุยๆ แบบลูกผู้ชาย
ฉันชินชากับการใช้ชีวิตโดยลำพัง มาเนิ่นนาน
ความอ้างว้าง เดียวดาย และเปลี่ยวเหงา คือเพื่อนสนิท
จนวันหนึ่งได้พบกับเธอ.........ใครคนหนึ่ง ฉันไม่เคยเจอ
หญิงสาวจากลุ่มน้ำปัตตานี พูดจาภาษาญาวี
สาวงาม คลุมผ้าฮิญาบ แต่งตัวอย่างมุสลีมะฮ์ที่ดี
เราต่างเป็นผู้พลัดถิ่น ภูมิลำเนา สู่มหานคร
จรจากบ้าน สู่กรุงเทพฯ ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
ก๊ะ หญิงงามจากข้างใน ไม่ใช่แค่เปลือก
ในความธรรมดาของเธอ มีเสน่ห์ และความน่ารักแฝงอยู่
หญิงสาวนัยตาแขก ชวนฝัน ถึงความหวัง
เกิดปฏิกิริยา สิเน่หา ความรักค่อยๆก่อตัว
ครั้นความรักจักพึงกำเนิด การเกี้ยวพาราสี จึงเกิดขึ้น
เราทักทาย พูดจา กันพอเหมาะไม่เสียหาย
ฉันค้นพบเลยว่า ความเข้าใจและความคิดเห็นใกล้เคียงกัน
ภารกิจพิชิตความรัก จึงเริ่มขึ้นด้วยความหวัง
พี่ชายที่แสนดี เธอยัดเยียด คำๆนี้ให้ฉัน
เธอบอกว่ามีคนรักแล้ว คบกันมาก็หลายปีอยู่
ตั้งแต่สมัย มัธยมฯ............อยู่ละแวกเดียวกัน
ปราสาททรายสวยงาม พังทลายไปกับตาเมื่อคลื่นซัด
เธอกะไว้ว่าจะบอกแล้ว ว่าเธอมีใครอยู่
ผิดที่ฉัน ดั้นด้น ดื้อดึง จนไม่ลืมหูลืมตา..
ความดันทุรังของฉัน มากมายเหลือคณา...
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เป็นพี่ชายน้องสาวก็ได้
... .......แม่ดอกดาหลาแห่งดินแดนนราฯ.............
20 มกราคม 2550
.