26 มกราคม 2554 14:48 น.

นิทานเซ็น ตอน เรื่องเล่าของหลิวสองต้น

กระบี่ใบไม้

หลิวต้นหนึ่งขึ้นยังหลังบ้านใหญ่

แตกกิ่งใบเขียวชอุ่มแพพุ่มหนา

เคยผ่านการประคบประหงมแต่ก่อนมา

วันเวลาผันผ่านไปยิ่งใหญ่ยืน


หลิวต้นหนึ่งขึ้นยังหลังป่าเขา

แคระแกรน...ผอมเศร้าเคียงไม้อื่น

ดิ้นรนเติบโตทุกวันคืน

ผ่านหิมะ,ขมขื่น,ชื้น,เดียวดาย


พายุใหญ่พัดมาหลายวันก่อน

หลิวหลังบ้านขุดรากถอนก่อนล้มหงาย

หลิวริมเขายังยืนหยัดอย่างท้าทาย

...อายุของ...สองต้นไม้...นั้นเท่ากัน...				
25 มกราคม 2554 16:55 น.

อวสานของทองใบ

กระบี่ใบไม้

ทองแท้ย่อมทนทาน

แม้ไฟรานไม่เปลี่ยนทอง

สะท้อนแสงอันเรืองรอง

สะท้านก้องความเป็นธรรม

            
ต่อสู้เพื่อผู้ทุกข์

และพร้อมปลุกทุกเงื่อนงำ

มืดแท้แม้ม่านดำ

มิอาจทาบโยนบาปใคร


ศักดิ์ศรีแห่งเพื่อนมนุษย์

เลิศพิสุทธิ์กว่าคำใด

คนไทยต้องเท่าไทย

กฎหมายเราต้องเท่ากัน


ปฏิเสธอำนาจรัฐ

พร้อมบอกปัดเงินรางวัล

เย่อหยิ่งและเหยียดหยัน

อำนาจคนเปื้อนมลทิน

         
ทองใบคล้ายใบทอง

งามผุดผ่องบนผืนดิน

จารึกชื่อให้โลกยิน

จารึกเกียรติจนก้องกราว


ธาตุแท้แห่งเปลวทอง

มิอาจก้องเพียงชั่วคราว

ความดีย่อมหยัดยาว

ย่อมอยู่ยั้ง...ย่อมยืนนาน





...........................................................


นายทองใบ ทองเปาด์ ทนายความ นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ ผู้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ เมื่อพ.ศ.2527 สิ้นใจแล้ว ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เมื่อเวลา 06.40 น. วานนี้( 24 ม.ค.) ญาติตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร บางเขน ศาลา 4 กำหนดพิธีรดน้ำศพในเวลา 16.00 น. และสวดพระอภิธรรมเวลา 18.30 น. วันเดียวกัน ส่วนพิธีประชุมเพลิงกำหนดวันที่ 29 มกราคม เวลา 16.00 น. 

ทนายทองใบ ทองเปาด์ เป็นชาวมหาสารคามโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ.2469 ที่ตำบลตลาด อำเภอเมือง จ.มหาสารคาม เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวน 6 คน ของนายหนู และนางเหง่า ซึ่งมีอาชีพทำนา 

จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มหาสารคาม จากนั้นเข้ากรุงเทพฯ มาศึกษาต่อโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จบแล้วสอบเข้าเรียนต่อคณะสหกรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่แล้วตัดสินใจลาออกเปลี่ยนแนวทางมาเรียนนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ด้วยความขัดสนทางบ้านต้องทำงานไปด้วยเพื่อส่งตัวเองเรียน และต้องอาศัยวัดชนะสงคราม พักพิง 

หลังจบกฎหมายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มทำงานเป็นทนายความ ว่าความให้กับนักหนังสือพิมพ์ในคดีกบฎสันติภาพ 2495 เมื่อปี 2496 พร้อมกับเป็นนักหนังสือพิมพ์ "ไทยใหม่" ร่วมกับนายสุภา ศิริมานนท์ บรรณาธิการ ต่อมา ย้ายไปหนังสือพิมพ์ "พิมพ์ไทย" ร่วมงานกับ นายทวีป วรดิลก รวมถึงอีกหลายฉบับที่เรียกว่าหัวก้าวหน้าในยุครั้น ได้แก่ "สยามนิกร" "สุภาพบุรุษ-ประชามิตร" และ "ข่าวภาพ" มีหน้าที่เขียนข่าวการเมือง มีฉายา "บ๊อบการเมือง" เนื่องจากขณะนั้น ทองใบไว้ผมยาว ทรงบ๊อบ 

พ.ศ.2501 เดินทางร่วมคณะหนังสือพิมพ์ไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับกุหลาบ สายประดิษฐ์ สุวัฒน์ วรดิลก และเพ็ญศรี พุ่มชูศรี เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แต่กลับมาถูกรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จับขังคุกหลายปี พร้อม ๆ กับนักคิด นักเขียน อีกหลายคน รวมถึงนายจิตร ภูมิศักดิ์ ร่วมแดนในคุกลาดยาว ซึ่งถือเป็นมิตรสหายสนิทกันอย่างยิ่ง ต่อมา ศาลตัดสินไม่มีความผิด ถูกปล่อยตัวใน พ.ศ.2509 ออกมาทำงานเป็นทนายความ และนักข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

นายทองใบ ทองเปาด์ เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ระหว่างปี 2527-2529 และได้รับคัดเลือกเป็นผู้รับรางวัล "รามอน แมกไซไซ" สาขาบริการสาธารณะ ประจำปี 2527 แต่นายทองใบปฏิเสธเดินทางไปรับรางวัลที่ประเทศฟิลิปปินส์ จากมือประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้นำเผด็จการ และละเมิดสิทธิมนุษยชน จากกรณีลอบสังหารนายเบนีโย อาควีโน (สามีประธานาธิบดีคอราซอน อาควีโน ในเวลาต่อมา) เมื่อพ.ศ.2526

ส่วนตำแหน่งล่าสุดก่อนเสียชีวิต เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ


ข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20110124/373486/				
23 มกราคม 2554 11:14 น.

นิทานเซ็น ตอน พระอาจารย์กับขอทาน

กระบี่ใบไม้

วันหนึ่งมีขอทานที่แขนขาด

มาของานที่เขาอาจจะทำได้

อาจารย์บอกงานที่ทำนั้นง่ายดาย

จงขนย้ายเศษก้อนดินหินนี้มา


จากหน้าวัดไปตรงนี้ที่ท้ายวัด

มีเวลาจำกัดอย่าชักช้า

แต่ข้ามีแขนเดียวแต่ก่อนมา

หรือเจ้าจะบอกข้าว่าเจ้าไม่ทำ


ชายคนนั้นขนดินหินนั้นจนหมด

ใช้เวลาตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

อาจารย์มอบเงินน้อยนิดเป็นค่าทำ

ขอทานรับแล้วก็นำมันจากไป...


เช้าอีกวันรุ่งก็มีคนขอทาน

แขนขาครบมาของานอาจารย์ใหม่

เจ้าจงขนย้ายเศษดินหินท้ายวัดไป

ถึงหน้าวัดเมื่อไหร่...มาเอาเงิน


ขอทานมองเศษเงินอย่างเหยียดหยาม

ข้าไม่ขอทำตามงานตื้นเขิน

พูดเสร็จแล้วก็จากไปไม่คิดเมิน

...จวบเวลานั้นก้าวเดินหลายสิบปี...


...................................................


วันนี้มีแขกคนใหม่ซึ่งแขนขาด

เสื้อสวยงามเปี่ยมอำนาจของเศรษฐี

น้อมคำนับกับอาจารย์อย่างยินดี

กล่าวขอบคุณอาจารย์นี้ที่ชี้นำ


บอกอาจารย์ ให้ย้ายหินเศษดินนั้น

ด้วยจิตอันมีเมตตาไม่เหยียบย่ำ

สอนความหมายให้ชีวิตลิขิตจำ

พิการไม่ได้มืดดำแต่อย่างใด


ไม่ใช่เศษของเงินนี้ที่ช่วยเหลือ

แต่บนความเอื้อเฟื้อที่ยิ่งใหญ่

คือไม่ต้องการ สงสาร จากใครใคร

พิการตัวแต่หัวใจ...ยังสมบูรณ์




ปล.ขณะที่ขอทานแขนขาดที่ได้กำลังใจในการดำรงชีวิตจากการขนเศษดินหินเหล่านั้นได้ประสบผลสำเร็จ ขอทานผู้แขนขาครบแต่เหยียดหยามงานเล็กน้อยกลับต้องกลายเป็นขอทานไปตลอดชีวิต บางครั้งความแตกต่างของชีวิตคนเรากลับอยู่แค่มุมมองเท่านั้นเอง				
22 มกราคม 2554 10:34 น.

ต้นเหตุนั้น...คือฉันใด?

กระบี่ใบไม้

เสียงใครหนอละเมอนอนตอนดึกดึก

อึกทึกประหนึ่งว่าฟ้าถล่ม

เสียงโครมครามแซมเสียงก้องร้องระงม

อยากรู้เห็นในเงื่อนปม...แอบแง้มดู


เห็นสาวเจ้าหลับตาแท้แต่เคลื่อนไหว

ท่าขึงขังอย่างว่องไวคล้ายต่อสู้

ละเมอเตะเจ้าแมวหง่าวที่ขนฟู

ตุ๊กตารูปหมีพูห์หัวกระเด็น


ชักสับศอกก้านแจกันจนมันหัก

ช้อนเข่าปักโต๊ะตู้เตียงดังของเล่น

เยอรมันซูเพล็กซ์ใส่ตู้เย็น

กระทืบพัดลมเน้นเน้นอย่างว่องไว


สงสารหนูอยู่ในบ้านพาลหัวแตก

แมลงสาบเผ่นหนีแทรกน่าเสียวไส้

โดดดร๊อปคิ๊กใส่จิ้งจกตกกระได

เจ้าตุ๊กแกตัวใหญ่ใหญ่หัวปูดโน


สุดหวั่นไหวเสียวหัวใจอยากไปห้าม

แต่ได้ยินเสียงโครมครามร้อง...โอ้โห

ขืนเสนอหน้าไปคงโดนใหญ่โต

ไม่แคล้วพรุ่งนี้ไปโผล่ที่โรงบาล


...........................................


วันรุ่งขึ้นเมื่อเหตุนั้นพลันสงบ

มองดูคล้ายสนามรบไปทั้งบ้าน

เห็นสาวเจ้าตื่นงัวเงียมาเนิ่นนาน

แจ้งตำรวจอย่างลนลานไม่ชักช้า


...........................................


หนังสือพิมพ์พาดหัวหลาแผ่หน้าหนึ่ง

เกิดเหตุซึ่งน่าชวนคิดปริศนา

ทุกช่องข่าววิเคราะห์กันต่างต่างนานา

รู้เบื้องหลัง-เห็นเบื้องหน้า....จะบ้าตาย







กระซิบ ๆ สาวเจ้าที่นอนละเมอนี้ ชื่อ มะขิ่น cicada อิน แคลิฟอเนียร์ จ้า ฮุฮุ				
2 มกราคม 2554 18:28 น.

นิทานเซ็น ตอน หัวใจสิงห์

กระบี่ใบไม้

เพื่อชดเชยเรื่องความหลังครั้งอดีต

ซามูไรวางคมมีดเลิกเข่นฆ่า

เป็นขอทานพเนจรร่อนเร่มา

พบหน้าผาแห่งหนึ่งยังไร้หนทาง


เราเคยผิดในอาญาฆ่าคนไว้

มีตราบาปเกาะกินใจทุกก้าวย่าง

แม้ไม่อาจจะชดใช้ให้แผ่วบาง

จะขอทำสิ่งดีบ้างเพื่อทดแทน


มองหน้าผาสูงใหญ่ไร้ทางออก

ประชาชนชาวบ้านนอกสุดแร้นแค้น

จะข้ามเขาแต่ละครั้งไปต่างแดน

บ้างลำบากทุกข์ยากแสน,บ้างตกตาย


เราจักขุดอุโมงค์ใหญ่ให้ทะลุ

ทำเส้นทางที่พอจุคนผ่านได้

งานชิ้นนี้อาจทุกข์ยากลำบากกาย

ขอชดเชยสิ่งเลวร้ายที่เคยทำ


ชาวบ้านล้วนหัวเราะร่า,บ้าขอทาน

ผู้คิดเจาะหินตระหง่านผาสูงล้ำ

ชายผู้นี้ไม่เคยคิดจะจดจำ

กะเทาะหินตระหง่านง้ำอย่างตั้งใจ


พิสูจน์ด้วยสองมือนี้ที่เปื้อนเลือด

ด้วยหยาดเหงื่อระอุเดือดปานน้ำใส

ตราบชื่อเสียงบ้า,ขอทานสะท้านไกล

ประชาชนเริ่มหลั่งไหลมาร่วมมือ


ขณะเจาะอุโมงค์ได้ไม่ถึงครึ่ง

ชายผู้หนึ่งมาพร้อมมีดที่ยังถือ

อดีตเจ้าฆาตกรฉ่อนระบือ

คนที่เจ้าเคยฆ่าคือพ่อข้าเอง


ขอทานบอก จะฆ่าฉันนั้นไม่ผิด

เสียดายงานที่อุทิศอย่างคร่ำเคร่ง

ไม่อยากหยุดชะงักวางแต่กลางเพรง

หลังแล้วเสร็จงานร้อนเร่งยินดีตาย


ตอนนี้งานเริ่มเสร็จไปได้ไกลแล้ว

เห็นแก่ความแน่แน่วข้ารอได้

ขณะกำลังขนหินอยู่วุ่นวาย

ไม่ทันใจนักฆ่าชายบ่น ชักช้า


เอาเถิดข้า จะแบกดินหินช่วยท่าน

เพื่อแล้วเสร็จในเร็ววันที่รอฆ่า

หลายปีผ่านที่ขอทานไม่ร้างรา

ความมุ่งมั่นในแววตาส่องประกาย


ท่ามกลางความบากบั่นอันลำบาก

ท่ามหยาดเหงื่ออันทุกข์ยากไม่ขาดสาย

ท่ามความฝันของชาวบ้านอันพริ้งพราย

แสงสุดท้ายพลันฉายขึ้นที่ปลายอุโมงค์


หัวของข้า...วางบนบ่าเวลานี้

จงมาบั่นมันเสียที่ให้เปล่าโล่ง

กฎแห่งกรรมไม่เคยมีการคดโกง

ดังสายโซ่คอยยึดโยงอยู่ช้านาน


ชายนักฆ่าผู้แข็งกร้าวคุกเข่าทรุด

ทิ้งดาบที่เคยเร่งรุดมาประหาร

ด้วยบทเรียนไร้คำพูดพิสูจน์-กาล

ศิษย์จะฆ่าผู้อาจารย์...ได้อย่างไร






เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น 250 กว่าปีมาแล้ว แต่บางตำนานก็กล่าวว่าเป็นเรื่องของพระธุดงค์ที่เจาะผาหินรูปหนึ่ง แต่เนื้อหาภายในเรื่องไม่แตกต่างกันครับ				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกระบี่ใบไม้
Lovings  กระบี่ใบไม้ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกระบี่ใบไม้
Lovings  กระบี่ใบไม้ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกระบี่ใบไม้
Lovings  กระบี่ใบไม้ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงกระบี่ใบไม้