5 ตุลาคม 2548 05:41 น.

::เบ็คโฟร์::

ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์


1.   ขอที่ขอทางอย่างละหน่อย
      พอให้ได้ปลดปล่อยหัวใจป่วย
      ขออากาศหายใจหายงงงวย
      แบบที่ไม่เจือด้วยพิษใดใด

2.   ขอเลี้ยงชีพมีค่ามากกว่าสัตว์
      ยืนหยัดเทิดเสรีเป็นนิสัย
      ขอที่อยู่ที่ยืนคืนค่าไท
      แบบที่ไม่มีอาณัติมาดัดงอ

3.   เกินกว่านี้ไปใหญ่หรือย่อม
      จะยอมยกให้คือไม่ขอ
      หยัดยืนอยู่แน่แม้มอซอ
      ไม่ท้อต่อจุดหมายปลายทาง

				
3 ตุลาคม 2548 22:43 น.

::ฮัก::

ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์


1.   วันนั้น ซึ่งนานมากแล้ว   ทำไมผมจึงไม่กอดคุณ
 
     ผมถามผมเอง

     ผมตอบได้..ว่า    เพราะผมรักคุณ


     ความรักในวันและวัยนั้นของผมมันไม่ใช่การครอบครอง

     แต่เป็นความยินดีในมิตรภาพอย่างบริสุทธิ์

     
      ถ้าวันนั้นผมกอดคุณ

      ผมอาจไม่เหลือความรู้สึกดีๆ พอที่จะนับถือตัวเองในวันนี้


      ทำไมเล่า?


      ก็เพราะว่า

       วันนี้คุณและผมต่างก็ไม่ได้ถือครองกระดาษทะเบียนความผูกพัน

       คุณคือมิตรที่ผมนับถือและยินดีในมิตรภาพบริสุทธิ์

     
       ถ้าถามผมว่า

       ผมยังรักคุณไหม


       ผมตอบได้

       
       แต่ผมไม่ต้องการตอบ

 
       คนที่ผมควรบอกว่ารัก..อย่างมาก

       ควรเป็นผู้หญิงที่ลูกของผมเรียกเธอว่าแม่


2.    แล้ววันนี้หรือ?

        ก็เป็นวันที่ดี  ที่ผมได้พูดคุยกับคุณอีกครั้ง

        เวลาที่เราจะอยู่บนโลกคงหดสั้นลงเรื่อย ๆ

         ขอมิตรภาพอันบริสุทธิ์ของเราจงคงอยู่ต่อไปเถิด

         เท่าที่มันจะเป็นได้


          ใช่ไหมว่า อย่างน้อย

           มันก็ทำให้เหลียวคืนหลัง

           คิดถึงวันเก่า ๆ อย่างไม่โศกขมจนเกินไป



       
      
      				
3 ตุลาคม 2548 13:27 น.

::ฮาว::

ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์


1.   เมื่อวานผมเข้าไปในร้านหนังสือใหญ่ในเมือง
      วันนี้ก็เหมือนกัน

      ความจริงผมก็แวะไปที่นั่นบ่อย
      หนังสือบนแผงในร้านแลลานตาไปหมด
      หลากหลายแนวและหลากสีสัน


       ผมตั้งใจหาหนังสือกวีนิพนธ์ซักเล่ม
       
       น่าแปลกที่ร้านหนังสือใหญ่ไม่มีแผงสำหรับกวีนิพนธ์

       แต่ช่างเถอะ   แม้หนังสือจะแทรกอยู่กับแนวไหนๆ 
       ผมก็จะเสาะ  เสาะไปทีละซอก


       ดนตรีที่ได้ยินเบาๆในตอนแรก
      ไม่สามารถดึงความสนใจของผมไปได้
       แต่พอเปียโนขึ้นและไล่เมโลดี้คุ้น
       กับมีเบสล้อแบบไม่ถึงกับรุกไล่ เป็นระยะ
       ความสนใจของผมกลับผละไปจากหนังสือบนแผง 
       และตามสำเนียงของแนวดนตรีนั้นไปอย่างจดจ่อ

       อืม...

       ท่วงทำนองกับลีลาการล้อกันนั้นผมรู้สึกคุ้นมาก
       แต่ก็จำไม่ได้ว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

       ก็เหมือนเพื่อนบางคน
       ที่อาจไม่สนิทนักในวันที่ผ่านไปแล้ว
       ครั้นมาพบอีกครั้งก็คุ้นมากกว่าคลับคล้าย
       ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่เข้าไปทักถามถึงความหนหลัง
       บางทีการพบกันหนใหม่
       ก็ไม่มีอะไรที่จะคลี่คลายเป็นมิตรภาพใดๆได้


       ในที่สุดผมก็จำท่วงทำนองนั้นได้
       เพลงบทคุ้นที่ผมเคยเขียน ก็มาจากท่วงทำนองนั้น

       ผมไม่หยิบหนังสือเล่มใดๆจากร้านหนังสือใหญ่แห่งนั้น
       เว้นก็แต่ปากกากับสมุดบันทึก


       ผมกำลังต้องการมุมสงบสักแห่ง
       เพื่อเขียนสิ่งที่กำลังกรุ่นอยู่ในความรู้สึกตอนนี้


       ใช่แล้ว

        ผมอยากกลับไปหาเพลงบทคุ้นอีกครั้ง


        .....



     

       
				
2 ตุลาคม 2548 06:12 น.

::ก่อนรุ่ง::

ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์


   อากาศเริ่มหนาวนะ

   หน้าหนาวนี้จะ  หนาวมากไหม

   ปีนี้ไม่ได้ทำนา

   มีบ่อเลี้ยงปลา  ปลาก็ไป

   ปลาไปกับดอมเรย

   พายุใหม่แม่เอ๋ย  ยังมีไหม

   ก่อตัวยั่วให้แหยง

   มาซิมาฆ่าแกง  กันรอบใหม่

   นาล่มเหลือโคลนเหลว

   มองเห็นราวกับเหว  กลางห้วงใจ

   ไก่ขันแต่ตีสาม

   ไก่หยันด้วยความ   ชวนร้องไห้

   ปีก่อนมีอันกิน

    ปีนี้ท้องถิ่น   แทบสิ้นใจ

    เฮ้อ...

        				
1 ตุลาคม 2548 10:38 น.

::รอรุ้ง::

ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์


1.   วงรุ้งเลือนไปแล้ว
      บ่เห็นแววจะคืนวาว
      เต็มตาคือฟ้าขาว
      หรี่ตาก่อนพร่าแสน
      รุ้งลับไปกับฝน
      เร้นคนไปแผกแดน
      วาดรุ้งในใจแม้น
      มีหมายไว้ถักฝัน
      ถามหาก็เงียบหาย
      รุ้งสายสำลายพลัน
      รอรุ้งที่คุ้งนั้น
      ฝนหน้าคงมาเนา

2.    คิดถึงรุ้งนะครับ

       

				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์
Lovings  ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์
Lovings  ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์ เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์
Lovings  ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์