19 กุมภาพันธ์ 2553 23:21 น.

นิทานขรัวตา สุนัขล่าเนื้อ

คนกรุงศรี

ขรัวตามีนิทานมาเล่าให้ฟังอีกแล้วขอบคุณทุกท่านที่เข้าชม

            สุนัขล่าเนื้อ
นิทานเก่า เล่ามา ตาจำได้
เจ้าพรานไพร ผู้หา ของป่าขาย
มีสุนัข แสนรู้ เคียงคู่กาย
เป็นสหาย เลี้ยงมา แต่คราเยาว์

     มันเติบใหญ่ แข็งแรง ดูแกร่งกล้า
     ตอนร่วมล่า องอาจ มิขลาดเขลา
     ทั้งเก้งกวาง หมูป่า มันล่าเอา
     มอบให้เจ้า นายพราน นมนานมา

ขายไดดี มีเงิน เพลินใจนัก
พรานเลี้ยงดู ฟูมฟัก เสียหนักหนา
ให้กินก่อน นอนเคียง เยี่ยงลูกยา
ผ่านไปกว่า สิบปี มีเหตุการณ์

     พอออกล่า ครานี้ ผิดปีก่อน
     ถึงเมื่อตอน โดดฟัด กัดประหาร
     ฝังเขี้ยวคม ขย้ำ อย่างชำนาญ
     แต่สังขาร อ่อนแอ เพราะแก่กาย

กวางสะบัด เขี้ยวหลุด ผลุดวิ่งหนี
เหนื่อเกินที่ จะตาม หมดความหมาย
ไม่ได้เนื้อ กลับไป ให้เจ้านาย
พลาดทุกราย พรานหนอ มิพอใจ

     ทั้งตีด่า ขับไล่ กูไม่เลี้ยง 
     ต้องหลบเลี่ยง ออกมา อยู่นาไร่
     หมดคุณค่า ขาดประโยชน์ จะโทษใคร
     เพราะว่าวัย วันชรา เข้ามาเยือน				
14 กุมภาพันธ์ 2553 00:11 น.

กุหลาบโรย

คนกรุงศรี

กุหลาบแดง  แห้งแล้ว หมดแววหวัง
เห็นวางตั้ง เตือนจิต ให้คิดถึง
ผู้ที่มอบ คือใคร ใจรำพึง
สักคำหนึ่ง มิบอก เหมือนหลอกลวง

      เมื่อจะรัก แล้วใย ไม่เปิดเผย
      ปล่อยกาลเลย ร้างรา พาโรยร่วง
      ดั่งกุหลาบ กลีบเฉา แสนเศร้าทรวง
      ที่ถามทวง เพราะยัง มีกังวล

กลีบเคยแดง ดำกรอบ ร่วงรอบก้าน
ใจสะท้าน เมื่อมอง สุดหมองหม่น
ความหอมจาง ร้างไป ไม่ทานทน
คงเหมือนคน มอบให้ ใจเรรวน

      หากกุหลาบ นี้คือ สื่อบอกรัก
      จะฟูมฟัก ถนอม ให้หอมหวน
      แม้กลีบแห้ง เหี่ยวไป ไม่รัญจวน
      ยังอบอวล เอารัก ปักแจกัน

กุหลาบใคร ให้ฉัน วันวานนี้
จากไมตรี หรือเล่ห์ ที่เหหัน
ยังเคลือบแฝง แคลงใจ คิดไม่ทัน
ยิ่งนานวัน จึงจาง เริ่มร้างไป

      กุหลาบโรย ช่อนี้ ไม่มีค่า
      หมดเวลา จิตพรั่น หรือหวั่นไหว
      ตั้งสติ รินำ จำตัดใจ
      เมื่อทิ้งไป ไม่ต้อง พบหมองตรม

                                ดอกแก้ว ดวงฤทัย
                     กลุ่มวรรณกวีศรีอยุธยา				
13 กุมภาพันธ์ 2553 23:44 น.

นิทานขรัวตา กะลา

คนกรุงศรี

นิทานเก่า เล่ามา ตาจำได้
พ่อค้าใหญ่ ใจแคบ แบบมหันต์
คนที่คบ ค้าขาย คิดไม่ทัน
ต้องมีอัน ย่ำแย่ แพ้อุบาย
     
      พ่อของเขา เฒ่าชรา สูงอายุ
      มักโดนดุ ด่าว่า น่าใจหาย
      ว่าหมดเรี่ยว แรงไร้ หรือใกล้ตาย
      สิ้นความหมาย หมดค่า ราคาคน

วันหนึ่งเขา เอากะลา ออกมาล้าง
ลูกชายช่าง สังเกตุ หาเหตุผล
ทำอะไร หรือป๋า ท่าชอบกล 
ดูน่ายล กะลานี้ มีให้ใคร
  
      พ่อค้าหยิบ ยื่นให้ดู ของปู่เขา 
      ปู่ของเจ้า นั้นหนอ พ่อต้องไล่
      หมดเรี่ยวแรง กำลัง อยู่อย่างไร
      พ่อจึงให้ ไปขอทาน อยู่ชานเมือง

ลูกชายนิ่ง นึกไว้ ไม่คัดค้าน
เวลากาล ผ่านไป ไม่มีเรื่อง
วันนี้ลูก พ่อค้า ท่าแค้นเคือง
ความคิดเฟื่อง ฟูอยู่ คงรู้กัน

      เก็บกะลา มาหนึ่งใบ ขัดให้สวย
      เอาชาดช่วย แต่งเติม เพิ่มสีสัน
      พ่อค้าเห็น ทำอะไร ไต่ถามพลัน
      ก็ของขวัญ ของพ่อน่ะ ตอนชรา

                                           ขรัวตา
                                      กลุ่มวรรณกวีศรีอยุธยา				
7 กุมภาพันธ์ 2553 00:35 น.

ด้วยรักและผูกพัน

คนกรุงศรี

เธอหรือเป็น ดาวทอง ของชีวิต
         ฉันไร้สิทธิ์ หวังวาด ปรารถนา
         เธอสูงส่ง เกินไป ในเมฆา
         ฉันไขว่คว้า ไม่ถึง สักครึ่งทาง

ดาวกระจาย กระจ่าง อยู่กลางสรวง
ยิ่งแสนห่วง กลับเหมือน เริ่มเคลื่อนห่าง
แสงแวววาว ระยับ ลับเลือนลาง
สุดอ้างว้าง ดวงมาน กับการรอ

         น้ำตาเริ่ม รินหยด รดแก้มผ่อง
         น้ำค้างต้อง กายร้าว หนาวจริงหนอ
         น้ำใจคน คอยนั้น ฉันซึ้งพอ
         น้ำคำพ้อ เพ้อหา ยังอาลัย

หลับอยู่ใน นิยาม แห่งความฝัน
ตื่นก็พลัน สลด สิ้นสดใส
เพราะแท้จริง นั้นต่าง ห่างกันไกล
จึงหมองไหม้ ทุกข์ตรม ระทมจินต์

        ขอแบ่งปัน สักนิด เสี้ยวคิดถึง
        ด้วยเธอคือ ส่วนหนึ่ง จึงถวิล
        รักด้วยความ เข้าใจ ไร้ราคิน
        ตราบจนสิ้น ชีพฉัน ยังมั่นคง

ให้เธอเป็น ดาวทอง ของชีวิต
แม้ไร้สิทธิ์ ที่หวัง ดั่งประสงค์
อธิษฐาน ทุกคืน รักยืนยง
พร้อมซื่อตรง แน่นัก รักเพียงเธอ				
7 กุมภาพันธ์ 2553 00:18 น.

เช้าคืนแรม

คนกรุงศรี

เดือนแรมเรียว เกี่ยวฟ้า สิบกว่าค่ำ
จันทร์ขึ้นนำ สุริยัน ก่อนวันใหม่
หนาวลมเหนือ เนื้อเหน็บ เจ็บภายใน
คนรักไกล จากลา มิมาเยือน

      เสียไก่กู่ ก้องดัง ฟังแล้วเศร้า
      อยู่กับเหงา เดียวดาย ใครจะเหมือน
      แต่รักยัง ฝังใจ ไม่ลืมเลือน
      สัญญาเตือน ยังก้อง กับน้องนวล

เวลาเวียน เปลี่ยนผัน เหมือนนานนัก
อยากจะหัก ห้ามใจ ยิ่งไห้หวล
ทนเก็บรัก หนักอึ้ง ถึงรัญจวน
ใจปั่นป่วน ยิ่งเหลือ เมื่อไกลเธอ

      หนาวลมเหนือ เมื่อก่อน ยังสอนเจ้า
      ทุกค่ำเช้า อย่าเลือน เตือนเสมอ
      คืออาหาร หยูกยา อย่าเผลอเรอ
      มิเจอะเจอ ตกเย็น เป็นกังวล

ตะวันเยือน เดือนลับ ไปกับแสง
ฟ้าสีแดง แต้มลาย ป้ายเวหน
รัตติกาล ลาไป ในบัดดล
แต่กมล เรายัง มืดดั่งเคย

     มีชาติหน้า ฟ้าใหม่ ใจมุ่งหวัง
     พี่กับเจ้า ใจยัง ดั่งเฉลย
     จะมิรี รอท่า ชักช้าเลย
     คำภิเปรย เคยมั่น ตามสัญญา				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟคนกรุงศรี
Lovings  คนกรุงศรี เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟคนกรุงศรี
Lovings  คนกรุงศรี เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงคนกรุงศรี