19 มิถุนายน 2551 18:19 น.

..ได้ยินไหม..

พิมญดา

F4Tc.y403950-02.jpgได้ยินไหมเสียงหัวใจฉันร่ำร้อง
มันคอยฟ้องคิดถึงเธอพร่ำเพ้อหา
ดื้อจังเลยใจของน้องพิมญดา
สงสัยว่ารักเข้าตาช่างน่าอาย

ได้ยินไหมใครต่อใครเขาเล่าขาน
คงไม่นานวิวาห์หวานคงสมหมาย
รอรับซองสีชมพูตั้งมากมาย
แต่เสียดายน้องรักคานนานเกินไป

ได้ยินไหมเสียงร่ำไห้หัวใจฉัน
จะให้ทำอย่างไรกันมันหวั่นไหว
ลงจากคานก็กลัวคานจะน้อยใจ
ได้ยินไหมใจหนึ่งกล้าใจหนึ่งกลัว

ได้ยินไหมเสียงหัวใจดื้ออีกแล้ว
บอกน้องแก้วตัดสินใจเถิดทูนหัว
อยากเจอหน้าอยากพูดว่ารักนะตัว
น่าปวดหัวจะ ให้ทำอย่างไรกัน

ได้ยินไหมรักใสใสของวัยคาน
น่าสงสารอยู่มานานจนไหวหวั่น
ใครอยากสอยต้องมาคอยเอาใจพลัน
มิฉะนั้นไม่มีวันลงจากคาน...........อิอิ


				
17 มิถุนายน 2551 21:40 น.

..ถอยก็เจ็บก้าวก็เจ็บ..

พิมญดา

aT1Uth053488-02.jpg
รักคนมีเจ้าของต้องทุกข์หนัก 
เหมือนถูกผลักลงเหวยากเกี่ยวถอน 
กลับไม่ได้ไปไม่ถึงจึงอาวรณ์ 
นอนร้าวรอนตัดไม่ขาดอนาถใจ 

เธอก็รู้ฉันเป็นอยู่อย่างขื่นขม 
แบกความตรมทำหน้าชื่นระรื่นใส 
เธอของคุณยังไม่รู้เรื่องอันใด 
บาปช่างหนานี่กระไรใจเจ้ากรรม 

ถอยก็เจ็บก้าวก็เจ็บใจเจ้าเอ๋ย 
เขามีคู่อิงเขนยยังถลำ 
รู้ทั้งรู้ว่ามันผิดศีลธรรม 
ใจชอกช้ำรักเข้าตาพามืดมัว 

หากจะก้าวต่อไปคงไม่ไหว 
ในหัวใจดูมืดมนจนสลัว 
นั่งมุมเหงามองเงารักชักพันพัว 
ทำครอบครัวเขาร้าวฉานใช่งานเรา 

จะให้ทำอย่างไรในชีวิต 
ไม่อยากผิดซ้ำซากพรากแฟนเขา 
เจ็บครั้งนี้จะโทษใครต้องทนเอา 
ดีกว่าเรา..รักเป็นสอง..นองน้ำตา ..

				
17 มิถุนายน 2551 17:09 น.

.เพียงหยดหนึ่ง..ของน้ำใจ

พิมญดา

1_144.jpg

เพียงหนึ่งหยดน้ำใจให้เด็กน้อย
ที่รอคอยความหวังดั่งสายฝน
หวังเมตตากรุณาจากผู้คน
ดวงกมลด้อยโอกาสขาดเจือจุน

ด้วยคุณพระหลวงพ่อที่ชุบเลี้ยง
แม้ต้องเสี่ยงข้าวปลามาเกื้อหนุน
บางมื้ออดบางมื้อมีพอเป็นทุน
หวังแค่คนใจบุญคอยหนุนมา

หนูว้าเหว่ต้องร่อนเร่จากบนดอย
พ่อกับแม่เอามาปล่อยอนาถา
เอามาเป็นภาระของหลวงตา
ปัจจัยหาเท่าไหร่ไม่พอกิน

ท่านพระครูวุฒิธรรมาทร
พระผู้สอนพระผู้ให้ใฝ่ ถวิล
แก่เด็กน้อยหลายร้อยในชีวิน
ทุกข์ทั้งสิ้นท่านไม่ท้อขอเลี้ยงดู

ไม่ต้องถามว่าทุกข์ไหมในวันนี้
ทุกข์เพราะมีเด็กน้อยรอคอยอยู่
เด็กหลายร้อยที่หลวงพ่อคอยอุ้มชู
รอท่านอยู่  ให้ช่วยเหลือ..เจือน้ำใจ
14_1.jpg

"ของเหลือจากคนเมืองอันมีจะกิน เป็นสิ่งมีค่าเหลือหลายสำหรับเด็กที่ไม่เคยได้ใช้ "เงิน" แม้แต่บาทเดียว . . ."  คำพูดนี้กลั่นออกมาจากปากของ "พระครูวุฒิธรรมาทร" เจ้าอาวาสวัดโบสถ์วรดิตถ์ วัดแห่งหนึ่งใน อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง  

           ในขณะที่ทุกคนเข้าวัดเพื่อทำบุญหรือหาที่พึ่งทางใจ แต่ ณ วัดป่าโมก วัดเล็กๆ ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก กลับเป็นสถานที่ชุบเลี้ยงเด็กอีกหลายร้อยชีวิต พวกเขาคิดว่า "วัด" คือบ้านที่ให้ชีวิตพวกเขา ให้แหล่งพักพิงอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนไร้ญาติ ขาดคนเหลียวแล และคนจนเช่นพวกเขาจะได้รับ 

           หลวงพ่อพระครูวุฒิธรรมาทร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์วรดิตถ์ เล่าถึงความเป็นมาของวัดว่า เมื่อประมาณ  30  ปี ที่แล้ว พวกทหารพรานนำเด็กกว่า 30 คนมาฝากให้ท่านเจ้าอาวาสรูปก่อนดูแล ส่งเงินให้เดือนละ 500 บาท เด็กๆ ที่นำมาฝากส่วนใหญ่เป็นเด็กกำพร้า เพราะพ่อแม่เป็นพวกคอมมิวนิวส์ หลังพ่อแม่ถูกฆ่า ถูกกวาดล้างก็มาขอพึ่งพาอาศัยใบบุญวัดเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด 

           "ต่อมาชาวเขาทางภาคเหนือที่มีฐานะยากจนรู้เรื่องก็ส่งลูกๆ มาให้ทางวัดดูแลอีก เขาบอกว่าอย่างน้อยก็ยังดีกว่าอดตายอยู่บนเขา และก็มีมาอีกเรื่อยๆ เกือบทุกจังหวัด จนถึงปัจจุบันก็กลายเป็นกว่า 400 คนแล้ว ก็ต้องดูแลกันไป จำชื่อได้บ้างไม่ได้บ้าง ดื้อบ้างซนบ้าง แต่อาตมาก็ดูแล ไม่ให้ทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะกันจะไม่ถามเลยว่าใครผิดใครถูก จะตีทั้งคู่ เด็กๆ เขาก็ซนตามประสาเด็กๆ" หลวงพ่อกล่าว พร้อมด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่แฝงไว้ซึ่งความเมตตาต่อเด็กๆ 
 บางสิ่งบางอย่างคนที่มีเพียบพร้อมอาจจะมองเป็นเพียงแค่เศษขยะ เป็นของเหลือกินเหลือใช้ แต่ในทางตรงกันข้าม สิ่งของเหล่านั้นอาจจะช่วยประทังชีวิตเล็กๆ ให้อยู่ต่อข้ามพ้นไปในอีกวัน ... สำหรับท่านที่อยากบริจาคช่วยเหลือวัดโบสถ์วรดิตถ์ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีชื่อวัดโบสถ์วรดิตถ์โดยพระครูวุฒิธรรมาทร ธนาคารกสิกรไทย สาขาป่าโมก บัญชีออมทรัพย์ 182-2-11-364-4 หรือต้องการบริจาคสิ่งของก็สามารถบริจาคได้ที่วัดโบสถ์วรดิตถ์ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โดยตรงค่ะ 

10_2.jpg
บรรยากาศของเด็กๆ ในวัด 

11_5.jpg
บรรยากาศของเด็กๆ ในวัด
9_4.jpg				
15 มิถุนายน 2551 20:32 น.

..หนึ่งกำลังใจ..

พิมญดา

u2fM8j575116-02.jpg
ณ.ปลายฟ้ามีดวงตาคอยห่วงใย
จากหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งนี้
ส่งความรักความคิดถึงให้คนดี
ทุกนาทีส่งแรงใจให้ก้าวเดิน

เหนื่อยมากไหมความห่วงใยช่วยซับเหงื่อ
อย่าเพิ่งเบื่อต่อปัญหาพาห่างเหิน
คิดถึงครับส่งมาถึงซึ้งเหลือเกิน
หากเผชิญความเศร้าอย่าเหงาใจ

ณ.ใจหนึ่งหนึ่งใจนี้ที่รออยู่
ขอให้รู้รักคงมั่นไม่หวั่นไหว
เพียรถนอมอุ่นไอรักถักเยื่อใย
สานหัวใจเกี่ยวก้อยร้อยรวมกัน

หากเธอท้อฉันจะขอกล่อมเพลงรัก
นอนหนุนตักน้องคนดีพี่หลับฝัน
จะอ่านกลอนอ้อนรักเธอทุกวัน
ตักของฉันแทนหมอนหนุนอุ่นสบาย

ณ.หนึ่งคนบนโลกนี้ที่รักเธอ
ไม่ใช่เผลอแค่ละเมอแล้วห่างหาย
หนึ่งในล้านก็คือเธอหวังเคียงกาย
สู่จุดหมายรักครองอยู่....คู่นิรันดร์

442.gif				
14 มิถุนายน 2551 21:32 น.

...พูดดีมีเสน่ห์...

พิมญดา

lotus_69.jpg
โบราณว่าการพูดดีเป็นศรีศักดิ์
ใครได้ฟังก็นึกรักไม่หักหาญ
คนจะดีต้องคิดดีมีหลักการ
คือพื้นฐานของมนุษย์ปุถุชน

พูดให้ถูกกาลเทศะหนอ
เราต้องรอจังหวะพูดอย่าสับสน
พูดที่ไหนเรื่องอะไรดูผู้คน
อย่าวกวนพูดไม่หยุดดุจคนเมา

พูดให้ดีมีสาระอย่าเรื่อยเปื่อย
คำที่เอ่ยต้องการสื่ออะไรเขา
มีขอบเขตชัดเจนสื่อสารเอา
ว่าตัวเราต้องการสื่อถึงอะไร

เวลาพูดให้วาจาน่าฟังหวาน
น้ำเสียงที่แว่วกังวานผ่านแจ่มใส
เสียงให้ดังพอประมาณพูดกับใคร
ภาษาไทยควรชัดถ้อยร้อยคำงาม

การพูดดีเป็นเสน่ห์ของคนเรา
จึงนำเอามิตร-ศัตรูอย่าผลีผลาม
คิดก่อนพูดทุกครั้งเป็นกฎตาม
คือนิยาม..คนคิดดี..มีศีลธรรม
				
ไม่มีข้อความส่งถึงพิมญดา