27 พฤศจิกายน 2549 18:52 น.

กึ่งกลางบนรอยต่อระหว่างศรัทธา

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.     เพลิงเปลวไฟกำลังเผาผลาญ
มีผู้คนซึ่งต่างในศรัทธา.............
ทุกผู้คนอยู่ในความจริงแสนจะยาวนาน
ไม่รู้ว่าสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่
และเหมือนจะช่างห่างไกลในการค้นพบซึ่งทางออก
เหตุการณ์ใดที่เป็นรากเหง้าจุดชนวน
ไฟกำลังผลาญเผาตามร่างกายและจิตใจ
ผู้คนต่างตะเกียกตะกายหนีตาย วิ่งหนี
อะไรอะไรดูกุลาหล วุ่นวาย
ใครเป็นผู้จุดชนวนนั้น
ระเบิดคล้ายการจุดประทัดเล่นของเด็ก
อาวุธปืนที่มีอยู่จริง  การระเบิดสังหารผู้คนเหมือนผักปลา
เจ้าหน้าที่ ถูกสังหารเล่นจากผู้อยู่ในมุมมืด
ฆ่าพระสงฆ์,ชาวบ้าน,เจ้าหน้าที่รัฐ, ถูกไล่ยิง
กลางถ้ำมืดโพลงริมชายแดนของหมู่ศรัทธาชนส่วนน้อย
ศรัทธาชนและเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ต่างระแวงศรัทธาชนส่วนน้อย
ณ.รอยต่อระหว่างศรัทธาคือจุดละเอียดอ่อน
และเช่นกันนี่ก็คือจุดอ่อนในการราดนำมันให้ลุกโชนใหญ่จากผู้แฝงมาด้วยความมืด
ศรัทาชนส่วนน้อยเมื่อโดนอุ้มฆ่าโดยไร้วี่แววแต่ละครั้ง,หะยีสุหลง,ทนายสมชาย
ด้วยเหตุการณ์จากดุซงญอ,
กรือเซะ,171ศพถึงเหตุการณ์ตากใบ
ศรัทธาชนส่วนน้อยผวาและหวาดระแวงด้วยพฤติกรรมเจ้าหน้าที่
การกระทำการณ์เกินกว่าเหตุจนเป็นรอยต่อแห่งความไม่ยุติธรรม
บนจุดละเอียดอ่อนระหว่างการถูกรังแกอย่างอยุติธรรม
บนรอยต่อแห่งศรัทธาอันละเอียดอ่อน
อิสลามคือศาสนาแห่งสันติและสงบ
และในอีกทางหนึ่งเช่นกัน อิสลาม คือศาสนาที่รักยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง
ก่อเหตุบนความรุนแรงเข้าทางเป้าหมายกลุ่มก่อความก่อความไม่สงบ
กลุ่มก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนมีอยู่จริง คอยฉวยโอกาศเหตุการณ์ที่สะเทือนใจเป็นจุดมุ่งหมายเพื่อปลุกเร้าระดมความฮึกเหิมศรัทธาชนส่วนน้อย



           เหตุปิดเรียน399โรงเรียน..............
ครู,นักเรียนผวา หวาดระแวง.การลอบฆ่า.............
บนรอยต่อแห่งศรัทธาและความละเอีอยดอ่อนอาจจะไม่ผิดเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร 
มุสลิม หรือ โจร......?
อยู่ที่ใครพิพากษา...............?
การตราหน้าและพิพากษาดว้ยน้ำลาย.........?
ผู้บริสุทธิ์  หรือ  ขบวนการโจรก่อการร้าย...................?
หรือมุสลิมทุกคนคือผู้ก่อการร้าย...........?








                   27    พฤศจิกายน    2549				
21 พฤศจิกายน 2549 15:39 น.

บทรำพึงจากกรวด,หิน,ดิน,ทราย

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.              ค่ำคืนจันทร์วันเพ็ญ............

เศษดิน   จินตนาการ ถึง พระจันทร์
ก้อนกรวด  ฝันเฟื่องถึง ดวงดาวพร่างพราย

      ภายใต้จักรวาลกว้างไกล.........
โลกหมุนรอบระบบสุริยจักรวาล.....
โลกหมุนรอบดวงจันทร์และตัวเอง.........
     

       เม็ดทราย แหงนมองฟากฟ้านภากว้างใหญ่สวยงาม.
ก้อนหินเห็นแล้วถึงความหฤหรรย์.......จึงนำไปสู่การเกิดคำถาม?


        โอ้!ฟากฟ้านภากว้าง หมู่ปุยเมฆสีขาวล่องลอย
พระจันทร์สาดแสงส่องคล้ายกลางวัน..........
ดวงดาวกระจัดกระจาย สัมผัสได้ถึงความฝัน.........


      สรรพสิ่งสสารเป็นเพียงแค่เศษของเศษของเศษของเศษใช่ไหม?







                            19   พฤศจิกายน    2549				
21 พฤศจิกายน 2549 14:33 น.

ด้วยสายตาและน้ำลายคือการพิพากษา

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.   .  ใครบางคน คงเคยเห็นชายคนหนึ่ง
ใครหลายคนเคยรู้จัก แต่ไม่อยากระลึกถึง
ความจริงก็คือว่า ฉันนี่แหล่ะคือชายคนนั้น คนหนึ่ง
คงไม่มีใครสักคนคนที่อยากจะหวนคิดถึง

ฉันคงเป็นบ้าไปแล้วในสายตาคนที่รู้จัก
ฉันคงสิ้นเสียสติไปแล้ว และไม่มีใครอยากจะทายทัก
สติสัมปชัญญะฉันคงตายไปแล้ว ความรู้สึกฉันคงกระอัก
ฉันโดนพิพากษาด้วยสายตา ด้วยน้ำลายว่าฉันเข้าขั้นวิกฤติหนัก

ตั้งแต่ฉันค้นพบความแปลกแยกตัวเองจากสังคม
ตั้งแต่ฉันแต่งตัวเซอร์,ปล่อยผมยาว,ไว้หนวดเคราคล้ายคนโซซานซม
ตั้งแต่ฉันดำรงอยู่อย่างยาจก,ขอทาน,อย่างคนบ้าจนผู้คนทับถม
ตั้งแต่ฉันรู้จักเสียงดนตรี,ศิลปะและบทกวี แบก,คอน,สะพายกีตาร์อย่างรื่นรมณ์

จากผู้คนแถวลาดพร้าว,บางกะปิ,คลองจั่นและลำสาลี
ความรู้สึกมาจากใจ จากสายตา ว่าความพิพากษา ฉันให้เป็นขี้
จากผู้คนย่านเขาขาว,บ่อหินและทุ่งเกาะปาบ ฉันถูกทับถมย่ำยี
จากคำพิพากษาด้วยสายตา,ด้วยน้ำลาย ว่าฉันประสาทถึงขั้นนำส่งโรงพยาบาลบ้าทันที






                          21  พฤศจิกายน  2549				
21 พฤศจิกายน 2549 11:37 น.

ปล่อยสายตาปิดซะ

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.           ฉันง่วง....หาว.......เคลิ้มสลึมสลือ.......ดวงตาล้าเหนื่อยอ่อน...........
หลับซะ....หลับซะเถิด......พักผ่อนซะเถิด...........

            คืนนี้กลางดึกของเที่ยงคืน.......
ปล่อยสายตาพักผ่อน.........
นอนซะเถอะนะ.............
ปิดตาหลับลง........

            ยังมีพรุ่งนี้...........
แม้ฉันไม่อาจตื่นขึ้นมาอย่างเคย..............
หากความตายพรากฉันในขณะนิทรา.....................

            พรุ่งนี้..........
หากฉันยังมีลมหายใจ....................
ลืมตามองโลกกว้างในมุมที่ง่ายๆและสบายๆกว่าเดิมเถิด!...........
แล้วฉันจะเห็นความสวยงามที่เรียบง่าย.....................
และหาได้ไม่ยากเลยจากชีวิตเรา...........................................





                               19    พฤศจิกายน  25489				
21 พฤศจิกายน 2549 11:11 น.

น้ำชาสภา

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

.       ตื่นขึ้นมาตอนเช้าล้างหน้าล้างตา
     
        เมื่อคืนฝนตกเลยไม่ได้กรีดยางพารา

        เดินทางสู่ที่ประชุมเพื่อการอภิปรายและสัมนา

        ห้องประชุมย่อยประจำหมู่บ้านคือร้านน้ำชา


         ความสุขเล็กน้อยจากความร้อนของน้ำชา

         ผู้คนในร้านเปรียบดั่งสมาชิกในสภา

         เสนอประเด็นแถลง ร่วมเจรจา

          วิพากษ์,วิจารย์ สาเหตุอะไรจึงเกิดปัญหา

          การเมือง,น้ำท่วม,ก่อการร้าย ที่ต้องการ การเยียวยา


           สั่งน้ำชาสักแก้ว,ปาท่องโก๋ สักสามสี่คู่

           หยิบเปิดอ่านหนังสือพิมพ์เหตุบ้านการเมืองเพื่อจะได้รู้

           น้ำท่วมภาคเหนือ,ภาคกลาง เห็นใจสงสารเอ็นดู

           ก่อการร้ายรายวัน ดูเหมือนว่าไกลสุดกู่


           เอาน้ำที่ท่วมภาคเหนือ,ภาคกลาง มาดับไฟใต้ได้ไหม

           แบ่งปันการประสบปัญหา ต่างฝ่ายต่างได้กับได้

           เอาน้ำที่ท่วมหลายจังหวัดเพื่อนำไปดับไฟ

           ดับเปลวเพลิงไฟชายแดนที่เร่าร้อนมอดดับลงไป





                               19  พฤศจิกายน   2549				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ