7 กันยายน 2549 17:23 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
นานๆครั้งฉันจะได้พบเจอ กับเธอคนในฝันซึ่งวาดไว้
เป็นความบังเอิญอันโชคดี ได้พบและชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น
อยากไปทักทายทำความรู้จัก ชวนเธอพูดคุยไถ่ถาม
ว่าเธอเป็นใครเปิดเผยว่าฉันเป็นใคร เผื่อเราอาจจะเข้าใจจริงใจกัน
ไม่เคยเลยโอกาศจะเปิดออกให้ ไม่เคยเลยสวรรค์จะเป็นใจ
โอกาศไม่เคยเป็นของฉัน เมื่อโอกาศเปิดออก ฉันก็ได้เห็นเธอ
แต่เป็นความโชคร้ายอยู่ดีเกิดมาขี้อาย เป็นไอ้บื่อไอ้ใบ้ไม่กล้าจีบเธอ
เพียงแค่ส่งยิ้มแต่เธอคงไม่เห็น คือความลำเค็ญของคนปอดแหกอย่างฉัน
แล้วสายลมก็พัดพาเธอไป เมื่อสายฝนสาดมาเธอก็หาย
ต่อหน้าต่อตาโดยไม่อาจทำอะไร ทำได้อย่างเดียวคือเสียดาย
มันไม่ง่ายเลยจะเจอใครอย่างเธอผ่านเข้ามาได้พบเห็นในชีวิตจริง
7 กันยายน 2549 17:00 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
สิ่งที่เจอมีแต่เรื่องรุนแรง คอยทิ่มแทงใจเสมอมา
เรื่องราวชีวิตชนกับปัญหา ไม่มีปัญญาแก้ไขเรื่องค้างคา
ปล่อยวางไม่คิดอะไร มันเหนื่อยใจเจอแต่เรื่องสับสน
ปลีกตัวหนีออกจากผู้คน ไม่ร้อนรนทำใจให้ว่างเปล่า
หยุดมันไว้ให้เวลาตัวเอง จะไปเคร่งเครียดเพื่ออะไร
อย่ามองโลกในแง่ร้ายเกินไป ปลดปล่อยอารมณ์ให้มันผ่อนคลาย
มองโลกใบนี้ก็ยังมีความงาม อย่ามัวแบกหามโลกนี้อยู่เลย
ปล่อยตัวเองให้มันอยู่เฉยๆ ปล่อยใจไปกับสิ่งรอบตัวให้มันหายร้อนรน
7 กันยายน 2549 16:44 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
อยู่คนเดียวไม่รู้ค่าของตัวเอง เปล่าเปลี่ยวเว้งว้างรอบข้างไม่มีอะไร
เหม่อมองใครๆ ก็ไม่รู้จัก โหยหาความรักมันก็ไม่มาหา
ยื่นมือออกไปจับต้องอากาศ ไม่สามารถจะจับมันได้
ก็เฝ้าขวนขวายโหยหา ตะกายตะเกียกดิ้นรน
แต่ยากเหลือเกินกับตัวฉัน ความรักหนีหายไปแห่งไหน
รอบกายมีผู้คนมากมาย ซึ่งไม่ใช่คนที่ฉันต้องการ
เหมือนโดนสาปแช่งให้ตายทั้งเป็น ไม่มีใครเห็นว่ายังมีฉัน
ไม่รู้วันไหนสิ้นสุดเหมือนกัน เฝ้าภาวนาเมื่อไหร่พ้นคำสาปแช่งเสียที
ให้ฉันรู้สึกว่าไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป
7 กันยายน 2549 16:27 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
ตรงโค้งขอบฟ้ายามตะวันคล้อยต่ำ อาทิตย์อัสดงแสงสว่างสุดท้าย
ก่อนความมืดแผ่เข้ามาบดบังย่างกราย ก่อนดวงอาทิตย์จะตกลงไป
เป็นภาพแสงตะวันสุดท้ายของวัน เป็นสัญญานสิ้นสุดของวันนี้
ภาพบรรยากาศฟ้าเปลี่ยนสี นกต่างบินกลับคืนสู่รัง
ลองทบทวนตัวเองเวลาที่ผ่าน อาจเจอความเลวร้าย สิ่งโชคดี
เป็นส่วนผสม คลุกเคล้าปะปน ล้มลุกคลุกคลาน ยิ้มร่าเริง
เชิดหน้าชูตาท้าทายวันเวลา เหมือนผู้กล้าเผชิญกับปัญหา
ล้มแล้วลุกขึ้นยืนอย่างองอาจ แม้ไม่มีใครช่วยพยุง
แสงอาทิตย์แรกของวันใหม่ยามเช้า ท้องฟ้าอันสดใสสวยงดงาม
ตะวันโผล่ขึ้นมาตรงเส้นขอบฟ้า ตื่นขึ้นมารับแสงอรุณของวันใหม่
เวลาเลยผ่านวันเดือนปีไม่เคยหยุด ไม่เคยสายหากคิดเริ่มต้นใหม่
ยังมีหวังหากยังไม่ตาย พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาเจอสิ่งใหม่ๆ
ขอให้แสงแรกของดวงอาทิตย์เป็นรางวัลเป็นของขวัญให้กับฉันและเธอ
เพื่อเป็นกำลังใจก้าวเดินไปข้างหน้า
7 กันยายน 2549 16:06 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
เหม่อมองขอบฟ้ารำไร มีแสงดาวแต่งเติมนิดหน่อย
แสงจันทร์ไม่ค่อยพร่างพราย เพราะโอบล้อมด้วยหมู่เมฆฝน
อยากจะคิดถึงใครสักคน ในยามบรรยากาศสุดเหงา
จะคิดถึงใครดีหล่ะเรา ไม่มีใครให้ใจคิดถึง
คิดถึงตัวเราเองแล้วกัน ก็เอาแบบนี้ซะเลยดีกว่า
จะคิดถึงใครสักคน ก็ดันไม่มีใครที่จะเข้ามา
รักตัวเองยิ่งกว่าอะไร ไม่จำเป็นให้ใครมารัก
เห็นคุณค่าตัวเองที่มีอยู่ เพียงแค่ให้กำลังใจตัวเอง