14 กันยายน 2547 08:28 น.

..๏ เสียงกลอน - เสียงดนตรี

อัลมิตรา



..๏ การทอถักอักษรเป็นกลอนสวย
เทียบเคียงด้วยดนตรีมีจังหวะ
ทิงทิงทิง..ทิงทิง..ทิงทิงจ๊ะ
เท่งเท่งป๊ะ..เท่งเท่ง..บรรเลงกัน
 
ทิงทิงทิง..ทิงทิง..ทิงทิงจ๊ะ
เท่งเท่งเท่ง..เท่งป๊ะ..จังหวะผัน
แค่สองแบบแยบคายร่ายรำพัน
จำให้มั่นให้แม่นเป็นแก่นกลอน

จังหวะนำทำนองต้องเคร่งครัด
ทุกวรรคจัดใจความเป็นสามท่อน
หลังจากที่ฐานแน่นไม่แคลนคลอน
ค่อยถึงตอนตรองคำสัมผัสเรียง ๚ะ๛				
13 กันยายน 2547 14:06 น.

..๏ ร้อยกรอง - ร้อยกอง

อัลมิตรา


..๏ ร้อยกรองรายกรอบรอบกั้น
แท้นั้นเน้นเพื่อเนื้อหา
จังหวะจัดวางสร้างมา
ลีลาผสานผสมกลมกลืน

เรียบเรียงอารมณ์บ่มร่ำ
ความนำคำทยอยรอยคลื่น
แพรวพราวผ่องผุดจุดยืน
ไหลลื่นลึกล้ำคำคม

พากเพียรเขียนคิดประดิษฐ์ถ้อย
ใช่พล่อยพลั้งเผลอเพ้อผสม
คุณค่าราคาแล้งลม
ควรฤๅชื่นชมเชิดชู

ร้อยกรองก่ายกองตรองตั้ง
ร้อยครั้งอรรถรสอดสู
ร้อยเรื่องหลากหน้าพาดู
ร้อยรู้ฤๅครึ่งหนึ่งทำ ๚ะ๛


 				
12 กันยายน 2547 17:07 น.

..๏ ทวงสัญญา..

อัลมิตรา

 

..๏ ขอทวงคำสัญญาของคราก่อน
ใครนะอ้อนหว่านคำเพ้อพร่ำหา
มาเอ่ยปากฝากรักปักอุรา
เพียงผ่านมาแล้วผ่านไปไม่ย้อนมอง

หรือเป็นเพียงสายลมพรมพลิ้วผ่าน
ครั้นเนิ่นนานรักกลายไม่สนอง
คำสัญญาว่ามีกันมั่นใจครอง
มิงามผ่องดั่งเจตน์สาเหตุใด

หรืออาจมีใครอยู่คู่เคียงข้าง
แล้วอำพรางเรานั้นพลันสงสัย
เพราะขอบฟ้าขวางกั้นจึงหวั่นใจ
ยากรู้เห็นความนัยในเล่ห์กล

เพียงแค่ย้อนสัญญามาทวงถาม
ก่อนทุกข์ลามเพราะจิตคิดสับสน
หากยืนยันในรักแท้แน่กมล
โปรดจงด้นกลอนตอบขอบใจเธอ

หากสัญญาครั้งนั้นพลันสูญหาย
รักจึงหน่ายก็อย่ามาเสนอ
จะขอจบเรื่องรักเราเฝ้าละเมอ
เลิกพร่ำเพ้อหลงค่าสัญญาใคร ๚ะ๛




				
10 กันยายน 2547 13:46 น.

..๏ โป๊

อัลมิตรา


..๏ นั่งให้ดีหน่อยน้องขอร้องเถิด 
กระโปรงเปิดถึงเป้าเจ้าเห็นไหม
เขารู้หมดถึงขนาดอนาถใจ 
กางเกงในสีเขียวแหมเปรี้ยวจริง

เห็นเสื้อน้องคับอกจึงอึดอัด
อยากช่วยจัดคัพใส่ให้น้องหญิง
โอ้โฟรโมสต์ล้นทะลักอยากทักติง
มันใหญ่ยิ่งหรือไรไยอวดจัง

ก็เนื้อน้องนูนเน้นเห็นตรงหน้า
จะปิดตาก็เสียดายคล้ายมนต์ขลัง
ไม่กลัวชายน้ำลายหยาดซูดซาดดัง
ไม่อินังเลยนะน้องจงตรองดู

พี่ก็เพียงผ่านตามามองเห็น
อย่าเพิ่งเข่นก่นด่าว่าหนวกหู
เพราะรักดอกบอกไว้ใจอุ้มชู
โปรดรับรู้เถอะน้องหญิงด้วยจริงใจ ๚ะ๛				
9 กันยายน 2547 13:51 น.

..๏ คืนพ่ายจันทร์

อัลมิตรา


..๏ ขอเรียงร้อยถ้อยคำลำนำนี้
ณ คืนที่ฟ้าหม่นคนรักหาย
ดุจดวงดาวดับแสงแห่งเรือนกาย
เฉกจันทร์ฉายเลื่อนลับมิกลับเยือน

โอ้ตัวเราเฝ้าชะแง้แลจันทร์เจ้า
ใจโศกเศร้ายิ่งนักใครจักเหมือน
แลนภาเมฆหมอกกั้นพลันลางเลือน
ปกปิดเบือนมิให้เห็นเช่นเคยมอง

โอ้จันทร์เอยเคยชมภิรมย์คู่
บัดนี้อยู่เดียวดายใจกายหมอง
ณ ริมฝั่งธาราน้ำตานอง
ยังร่ำร้องถวิลหาคราครวญรอ

ริมโคนไทรในคืนอันขื่นขม
แว่วเสียงลมพัดอู้อดสูหนอ 
กระทบกายหวั่นไหวไร้ใครคลอ
สายลมล้อเสียดไผ่ใจไหวเอน 

เสียงลู่เรียงพริ้วไหวปานใจนี้
ชอกช้ำทวีเพียงใดใครจักเห็น
หนาวสะท้านปานว่าคราลำเค็ญ
ประหนึ่งเช่นไร้เดือนดาวสกาวพราย

โอ้ว่าไทรไหวโยกเหมือนโศกเสียง
ย้ำสำเนียงขื่นขมสุดข่มหาย
กิ่งก้านโกรกโยกแกว่งสำแดงกาย
สไบชายดูพลิ้วลิ่วลมลอย 

ยินนกร้องหาคู่กู่ขานเสียง
แล้วคลอเคียงบินไปใจกลับหงอย
ช่างต่างกับตัวเราเฝ้าหลงคอย
กระต่ายจ้อยเทียมเราเศร้าเอกา

ขอลิขิตอักษรตอนจิตเหงา
คืนที่เราพ่ายพระจันทร์รำพันหา
ยามที่อยู่โดดเดี่ยวเปลี่ยววิญญาณ์
ประหนึ่งคนบ่นบ้าอาดูรครวญ

ที่ทำได้คือพร่ำไปให้ยินถึง
อาจซาบซึ้งกระทบจิตใครคิดหวน
จากเศษเสี้ยวความช้ำย้ำกลอนทวน
บ่งบอกถ้วนเรื่องจริงอิงสื่อนัย

เพราะเสียงแผ่วเพียงลมพรมพลิ้วผ่าน
จึงยากขานโน้มจิตมาชิดใกล้
ดุจดาวเดือนลางเลือนเสมือนไกล
คงร่ำไห้หมองหม่นทุกข์ทนรอ ๚ะ๛




 ...คื น นี้... 
...ย า ม ร า ต รี ไ ร้ แ ส ง จั น ท ร์... 
...ดั่ ง ใ จ เ ร า  นั้ น...  ห วั่ น ไ ห ว... 
...แ ล  ล ม ห ว น...ปั่ น ป่ ว น ใ จ... 
...ช่ า ง เ ดี ย ว ด า ย... ไ ร้ เ ดื อ น  ด า ว				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอัลมิตรา
Lovings  อัลมิตรา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงอัลมิตรา