5 กันยายน 2549 13:25 น.

"ซึม"...เหม่อลอย

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

วันนี้กับวันนั้นมันก็ไม่ต่างอะไร     ยังไม่มีใครก้าวเดินเข้ามา
ปิดชีวิตไม่มีแล้วความศรัทธา        ไม่หวังในรักอกหักมาจนชาชิน

วันคืนล่วงผ่านเลยไปไม่เคยสนใจ     ไม่มีวันไหนพิเศษแตกต่างเลย
มันก็ไร้รสชาติเหมือนวันที่เคยๆ      ยิ่งเพาะบ่มความเศร้าเหงาใจ

ซึมเหม่อลอยเฝ้าคอยอะไรสักอย่าง เคว้งคว้างเปลี่ยวเหงาสายลมแผ่วเบา
น้ำตาซึม บอกถึงความปวดร้ว         ข้างในที่เก็บเอาไว้คนเดียว

เหี่ยวเฉายังหาความรักไม่พบ            จุดจบใครจะรู้ว่าเป็นยังไง
หายากเต็มทนกับความรักจริงใจ     มันต้องเป็นไปได้มันจะต้องมี

ทนไปก่อน  อดทนไปอีกนิด             ชีวิตคงได้พบเจอคนที่ใฝ่ฝัน
อีกไม่นานเท่าไหร่ คงถึงวันนั้น      ความรักอันสวยงาม ความรักที่จริงใจ				
4 กันยายน 2549 17:12 น.

...เงาที่ไม่เคยทิ้ง....

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

ฉันต้องการความเงียบสงบ  เพื่อได้พบและทำความเข้าใจกับตัวเอง

พกพาความเครียดปัญหาคร่ำเคร่ง  เพื่อมาละเลงให้หายไปตามสายลม

ฉันเลยออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง  จนเจอแหล่งน้ำ  บึงเงียบสงบ

นั่งลงตรงริมบึงและก้มมองผิวน้ำสงบนิ่ง  ได้พบความจริงบางสิ่งบางอย่าง

เป็นภาพสะท้อนบนผิวน้ำก็คือฉัน   เป็นเงาของฉันปรากฏบนผิวน้ำ

เห็นหน้าตาของคนไม่เคยรู้จักแปลกหน้า  บางครั้งก็ชินตาตั้งแต่ไหนแต่ไร

เมื่อใดเจอปัญหา ทุกข์โศรกเจ็บปวด   ร้าวรวดบาดแผลเศร้าเสียใจ

ท้อแท้ ท้อถอยหมดอาลัยตายอยาก     จนร้องไห้เกลือกกลิ้งบนพื้นดิน

มีคนเดียวเท่านั้นสามารถจะช่วยได้   ไม่ใช่เทวดาองค์ไหนช่วยเรา

คือตัวเองที่คอยกอบกู้ความตกต่ำ    คอยปลอบใจ  คอยให้กำลังใจ

อย่างน้อยก็มีเงาที่ไม่เคยทิ้ง       ยังมีตัวเองที่สะท้อนบนผิวน้ำ

ถึงจะตกต่ำสุดขีดต่ำสุดแหลกเหลว ไม่เลวร้ายเสียทีเดียวที่ไม่เคยคิดทิ้งตัวเอง

ทุกข์โศรกเมื่อไหร่มองที่กระจกซิ   แล้วจะเจอคนที่ช่วยเราได้ไม่มีใครที่ไหน
นอกจากตัวเอง 

เป็นคนเก่งที่เคยฝ่าฟันอุปสรรคเคยเจอปัญหาแล้วยังเอาตัวรอดมาถึงวันนี้				
4 กันยายน 2549 16:32 น.

"เบลอ"ท่ามกลางหมอกควัน

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

ในหว้งความรู้สึกของชีวิตฉัน เหมือนอาศัยอยู่ท่ามกลางหมอกควัน

คล้ายเป็นการอยู่ในจินตนาการ  ภาพฝันอันเลื่อนลอยเลือนลาง

ฉันก้าวเดินเช่นกำลังละเมอ  กำลังเพ้อ เบลอๆอะไรเช่นนั้น

ดั่งอาการของคนเมาเหล้าติดยา   ทั้งที่ฉันไม่ได้เสพ

เฮ้ย!อย่าตัดสินให้ร้ายฉัน   ฉันเป็นเช่นนี้มาก็ตั้งเนิ่นนาน

เป็นอาการที่ติดตัวฉันมา   นับตั้งแต่เกิดมาลืมตาดูโลก

หน้าตาเหนือนคนง่วงนอนไม่ได้หลับ  มองอีกทีก็เหมือนคนที่หลับยังไม่ได้ตื่น

วันทั้งวัน คืนทั้งคืน คลายควันไฟ   ยามเมื่อเข้าตาแล้วน้ำตาก็ไหล

ฉันไม่เคยได้หลับ     อยู่ในโลกความจริงที่เล่นบทโหด

ฉันไม่เคยได้ตื่น       ตกอยู่ในภวังค์ของฝันร้าย

ฉันยังใช้ชีวิตอยู่เหมือนเดิม    เริ่มเรียนรู้ พยายามเข้าใจมัน

แม้เข้าใจอยากไปหน่อย     แม้ฉันเป็นคนเข้าใจอะไรยาก

เดินทางอย่างครึ่งหลับครึ่งตื่น  มึน เมา ซึมเซา เพลีย ละเหี่ยใจ				
4 กันยายน 2549 16:01 น.

ความงดงามที่อยู่รอบข้าง

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

วันหนึ่งของฉันในฤดูหนาว ลมแผ่วเบาแดดอ่อนๆของยามเช้า
ก้าวเดินริมถนนแม้เหน็บหนาว ออกเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธ์
ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ต้นไม้เขียวขจีกิ่งก้านไสว
นกน้อยโผบินเกาะกิ่งไม้ ร้องเพลงด้วยสำเนียงภาษาของมัน

ท่ามกลางดงหญ้าอันเขียวชอุ่ม ที่โอบคลุมปกป้องผิวดิน
ฝูงมดเดินทางออกหากิน  แมลงบินปลิวว่อนไปมา
ดอกไม้บานผีเสื้อดมดอม  ส่งกลิ่นหอมอดไม่ได้จะชื่นชม
น้ำในบึงตอนโดนกระแสลม  เป็นเกลียวคลื่นปลาขึ้นมาเล่นผิวน้ำ

ฉันเปิดสายตาตัวเองออกมาเห็น  ความงดงามที่อยู่ข้างๆกาย
เคยมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป     ไม่สนใจ  ไม่ให้ความสำคัญ
มัวแต่มองสื่งที่ห่างไกล    แล้วอยากได้มาเป็นของตัวเอง
ไขว่คว้าสิ่งเหล่านั้นจนลืมตัว  มืดมัวอยู่ในกิเลสความต้องการ

หากไม่หกล้มคงไม่รู้สึกตัว ผิดถูกดีชั่ว เป็นอย่างไรเจ็บปวดแล้วมานึกเสียใจ   สำนึกผิดกับสิ่งที่ตนได้ทำจนได้มาค้นพบเส้นทางหนทางสว่าง เที่ยงแท้ เที่ยงตรง
สัจจะแท้จริง แตกต่างจากลุ่มหลง คือความดีและความพอใจ
ทุกอย่างคือสิ่งดีๆในชีวิต แม้ฤดูหนาวจะผ่าน ฤดูฝนเลยผ่าน ฤดูร้อนข้ามไป

                          ทุกๆวันก็คือวันสวยงามด้วยใจ!				
3 กันยายน 2549 21:38 น.

โลกกว้างกับการเผชิญของนกตัวหนึ่ง

ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ

ครั้งหนึ่งนกน้อยตัวหนึ่งเพิ่งหัดบิน     อยากจะบินด้วยปีกของตัวเอง
ออกจากรัง  จากอ้อมอกแม่              ไปแสวงหาผจญภัยกับชีวิต

ผลัดถิ่นมาเผชิญโลกกว้าง             หลายเส้นทางผ่านร้อน ผ่านหนาว
ฝ่าปัญหาหลากหลายเรื่องราว       พานพบประสบการณ์เพียงลำพัง

บาดเจ็บ ปวดร้าวบินไม่ไหว            ไม่มีแม้เพียงเรี่ยวแรงจะโต้ลม
เป็นแค่นกปีกหักพิกลพิการ            นอนแน่นิ่ง อยู่กับพื้นดิน

พรุ่งนี้หรือสักวันเมื่อมองขึ้นบนฟ้า    จะได้เห็นนกตัวนั้นบินอย่างอิสระเสรี
กางปีก ทรนง หยิ่งในศักดิ์สรี            ไม่ย่อท้อ ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

เรียนรู้จากสิ่งที่เห็น สิ่งที่เป็น            ซ่อนเร้นความอ่อนแอลึกๆ
เข้มแข็งเข้าไว้ในความรู้สึก            สามัญสำนึกว่าวันนึงจะกลับคืนรัง				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
Lovings  ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ