9 ตุลาคม 2549 17:30 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
หากการเดินถอยหลังลงคลอง
คือครรลองทางเลือกที่ดีที่สุด
แม้การยึดอำนาจคือประชาธิปไตยแบบสมมุติ
อย่างน้อยที่สุดคือการโค่นล้มระบอบทักษิน
ถึงการปฏิรูปจะเกิดขึ้นโดยกองทัพทหาร
บนเส้นขนานของประชาธิปไตย
ความสมานฉันท์ของคนในชาติจำเป็นรักษาไว้
อาจไม่ใช่ครั้งแรกของการเมืองไทยแต่หวังว่าอาจเป็นครั้งสุดท้าย
22 กันยายน 2549
9 ตุลาคม 2549 17:13 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
เธอเป็นใครวันหนึ่งกับความมหัศจรรย์
ผ่านเข้ามาในชีวิตฉันและก็ผ่านไป
เพียงแค่การเดินทางมาพบพาน
กันเพียงครั้งด้วยความบังเอิญ
ก็เหมือนคนทั่วไปที่เดินทางสวนกัน
หลังจากนั้นก็ลืมเลือนผ่านเลย
ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลยให้ตายเหอะ
แต่ฉันก็ไม่มีปัญญามากไปกว่านี้
ยากไปหรือกับการที่คน คนหนึ่ง
จะรู้จักกับคนอีกคนหนึ่งไว้
ด้วยความรู้สึกดี ด้วยมิตรภาพ
อย่างปลื้มใจ ประทับใจเธอ
แต่ฉันก็สมควรเข้าใจในความจริง
ว่าการไว้ใจใครสักคนหนึ่ง
ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายดายนัก
กับคนแปลกหน้าที่เจอกันครั้งแรก
สุดท้ายได้เพียงเสียดาย เสียดาย
ได้แค่หวังว่ามีโอกาศเจอกันอีกครั้ง
หากฟากฟ้าเบื้องบนลิฃิตเอาไว้
บุพเพฯอาจนำทางเรามาเจอกันอีก
แต่ความน่าจะเป็นมันช่างเล็กน้อยเหลือเกิน.ริบหรี่เหลือเกิน.น่าเศร้า
21 กันยายน 2549 17:19 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
19กันยายน2549
ประกาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่1
มรสุมทักษินเฉียงประชาชน ได้เคลื่อนผ่านประเทศไทยไปแล้ว
20กันยายน2549
ประกาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่2
ขณะนี้มรสุมได้อ่อนกำลังลงปานกลาง กลายเป็นมรสุมสนธิเฉียงทักษิณ
แต่ถึงยังไงก็คือ มรสุมยังปกคลุมประเทศไทยอยู่ดียังไม่พ้นวิกฤติ................
19 กันยายน 2549 18:25 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
น้ำเน่า ไม่มีแล้วเงาจันทร์ คลองแสนแสบ
ข้าฯเหลือบแอบ ชำเลืองมอง ทุกครั้งผ่าน
ก่อนมีแสงดาว เงาจันทร์สะท้อน เห็นจากสะพาน
คืออาการ ความรู้สึกเบื้องลึก อารมณ์เปลี่ยว
โอ้ ค่ำคืนนี้ ไร้แสงดาวและแสงจันทร์ ทอเติมแต่ง
ฟ้าเปลี่ยนแปลง ปิดบดบังด้วยเมฆหม่น ปนเทาเขียว
บรรยากาศ สิ่งรอบข้างมืดมัว สลัวเป็นหนึ่งเดียว
คราเมื่อเหลียว มองไม่เห็นสิ่งแวดล้อม อันชวนฝัน
เสียงหรีดหริ่งเรไร เขียดกบร้อง ธรรมชาติหลังฟ้าฝน
สายน้ำหม่น คลองหลากไหล ท่วมตลิ่งฝนโรมรัน
ธารน้ำเหม็น ไม่ส่งกลิ่นโชยเหม็นเน่า เหมือนทุกวัน
อย่างน้อยนั่น แหละหนึ่งสิ่ง ส่งผลดีไปอีกอย่าง
19 กันยายน 2549 18:07 น.
ศิลป์กีรติ ว่าโร๊ะ
หากความกว้างใหญ่ของจินตนาการ คือป่า
ความว่างเปล่าและการเคลื่อนไหวของความรู้สึกมีไว้เพื่อล่า
ปากา คืออาวุธ อย่างดีกำไว้ในมือสำหรับเพื่อการฆ่า
บางสิ่งที่อาศัยอยู่ในอากาศ เรากำลังแสวงหา
หากสิ่งที่ข้าฯกำลังเขียน เขาเรียกว่าบทกวี
ข้าฯคงคล้ายนายพรานป่า ผู้มีอารมณืสุนทรีย์
ข้าฯเหมือนกับนักล่าฝัน ฝันนำมาซึ่งความรู้สึกดีๆ
วิธีฆ่าเวลาจากความเหงาอย่างดีให้ผ่านพ้นด้วยเสียงดนตรี
มือข้าฯเขียนอักษรออกมา คือข้อความดิบจากความรู้สึก
แม้เป็นภาษากวีหยาบ แต่ก็กลั่นกรองมาจากจิตสำนึก
อาจไร้รูปแบบ ไม่มีฉันทลักษณ์ ไม่มีสัมผัสภาษาสวยงามนุ่มลึก
แม้เป็นกวีดิบ เนื้อหาหยาบ เนื้อกลอนเปล่า ปลายปากกาก็คือน้ำหมึก
ถึงข้าฯจะรักวรรณศิลป์ ชอบอ่านเขียน นวนิยาย กวี เรื่องสั้น
ข้าฯคงเข้าใจ ตัวข้าฯเองได้ดี ข้าฯไม่ได้มีพรสวรรค์
แม้การฝืนความจริง ดื้อดึงเขียนกวีอาจดูเหมือนดื้อรั้น
ศิลปิน สร้างสรรค์ ศิลปะ นักเขียนอิสระเป็นได้แค่ฝัน
ข้ฯมีความสุข เพราะข้าฯรักและอยากสร้างสรรค์ศิลปะ
ข้าฯรักงานศิลป์ อย่าคิดมาขวางจินตนาการอันสวยงามของข้าฯซะ
อย่าออกคำสั่ง บังคับข้าฯ อยู่ในกฏ กรอบ สิ่งที่ข้าฯรักคืออิสระ
สร้างผลงานศิลป์เพื่อธุรกิจและการตลาด ไม่ต่างอะไรกับเศษขยะ
ถ้าหากความสุขของนกตัวหนึ่ง คือการได้กางปีกกว้างโผโบยบิน
ถ้าหากความสุขของปลาตัวหนึ่ง คือการว่ายทวนธารน้ำกระแสสินธุ์
ความฝัน สวยงดงาม สูงสุด และยิ่งใหญ่ ข้าฯอยากเป็นศิลปิน
เพราะความสุขของข้าฯ คือการได้เสพและสรรค์สร้างงานศิลป์